เงื่อนไขการจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่ดีควรเขียนอย่างไร

เงื่อนไขการจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่ดีควรเขียนอย่างไร | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



 
 
   คำพิพากษาฎีกา
ที่ 8496/2544
 
 
 
นายอัศวิน เตชะพิมานวงศ์                โจทก์
บริษัท คอนกรีต คอนสตรัคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ 1        จำเลย
นายจอห์น แบรดบูรี่ ที่ 2
   
 
เรื่อง 1. ลูกจ้างสามารถฟ้องกรรมการผู้มีอำนาจผูกพันธ์บริษัทฯ ได้หรือไม่
    และความ รับผิดของกรรมการบริษัทมีต่อลูกจ้าง เพียงใด
2. เงื่อนไขการจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่ดีควรเขียนอย่างไร
 

1. โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1
โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1 ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2536 ตำแหน่งผู้จัดการโครงการ
ได้รับเงินเดือน เดือนละ 92,500 บาท เบี้ยเลี้ยงเดือนละ 8,000 บาท จำเลยที่ 1
โดยจำเลยที่ 2 มีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2542 อ้างเหตุว่างาน
ส่วนที่โจทก์รับผิดชอบได้เสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม เดือน
ธันวาคม 2541 ถึง พฤศจิกายน 2542 จำเลยที่ 1 ไม่ได้จ่ายเบี้ยเลี้ยง เดือนละ
8,000 บาทแก่โจทก์ คิดเป็นเงิน 96,000 บาท ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระ
เบี้ยเลี้ยง 96,000 บาท และค่าเสียหาย 5,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

2. จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 2 กระทำการใดๆ ก็เป็นการกระทำแทนจำเลย
ที่ 1 มิใช่กระทำในฐานะส่วนตัว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ส่วนจำเลยที่ 1
จ้างโจทก์ทำงานในตำแหน่ง “ผู้จัดการโครงการ” เงินเดือนเดือนละ 92,500 บาท
แต่จำเลยที่ 1 ไม่เคยตกลงให้เบี้ยเลี้ยง เดือนละ 8,000 บาท ตลอดไปในอัตรา ตายตัว โดยจำเลยที่ 1 จะกำหนดให้แก่โจทก์ขณะปฏิบัติงานอยู่ที่จังหวัด
นครราชสีมาก่อนเลิกจ้างโจทก์ปฏิบัติ หน้าที่ในโครงการไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ซึ่งไม่ได้กำหนดเบี้ยเลี้ยง แก่โจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเบี้ยเลี้ยง เป็นเงิน 96,000
บาท คำสั่งเลิกจ้างโจทก์ ชอบด้วยกฎหมายโดย โจทก์ทำงานโครงการไทรน้อย
ซึ่งได้เสร็จสิ้นแล้วจึงมิใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้ยกฟ้อง

3. ศาลแรงงานกลางพิพากษาว่า ขณะที่โจทก์รับผิดชอบโครงการไทรน้อยแต่เหลือ
งานเก็บอีกเพียงเล็กน้อยเมื่อจำเลยที่ 1 เลิกจ้างโจทก์ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่
เป็นธรรม ให้จ่ายค่าเสียหายให้เท่าค่าจ้างในช่วงระยะเวลาก่อนที่โครงการไทรน้อย
จะเสร็จสมบูรณ์ เป็นเงิน 185,000 บาท และให้จำเลยที่ 1 จ่ายค่า เบี้ยเลี้ยงตาม
ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่จำเลยที่ 1 ทำกับ โจทก์ เดือนละ 8,000 บาท
รวม 10 เดือน เป็นเงิน 80,000 บาท จำเลยที่ 2 มีฐานะเป็นนายจ้างโจทก์ตาม
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 (2) แต่ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์
เป็นส่วนตัวตาม ป.พ.พ. มาตรา 77 และมาตรา 820 พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วม
กันชำระเบี้ยเลี้ยงจำนวน 80,000 บาท ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
จำนวน 185,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย

4. ศาลฎีกาพิพากษายืน

 

   
  (รวบรวมโดยนายไพบูลย์ ธรรมสถิตย์มั่น) 1/22




จำนวนผู้ชม 2424 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์