"แถลงข่าว"โครงการบ้าน สปส. – ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตน

"แถลงข่าว"โครงการบ้าน สปส. – ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



โครงการบ้าน สปส. – ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตน

จากการที่รัฐบาลมีนโยบายในการสนับสนุนให้ผู้ที่มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง กระทรวง-แรงงานโดยสำนักงานประกันสังคมได้เล็งเห็นความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตน ซึ่งเป็นผู้ส่ง เงินสมทบเข้ากองทุนจึงได้จัดทำโครงการบ้าน สปส. – ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตน เพื่อเปิดโอกาสให้ ผู้ประกันตนมีแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำในการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

คำถามที่ 1 วงเงินที่ใช้สนับสนุนโครงการฯ มีจำนวนเท่าใด ผู้ประกันตนแต่ละรายกู้ได้จำนวนเท่าใด

ตอบ ในเบื้องต้นสำนักงานประกันสังคมจะสนับสนุนเงินฝากจำนวน 3,000 ล้านบาท แต่หากผู้ประกันตนให้ความสนใจจำนวนมากสามารถขยายวงเงินได้อีกร้อยละ 50 แต่รวมกันไม่เกิน 4,500 ล้านบาท สำหรับวงเงินที่จะให้กู้แต่ละรายไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อราย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเกณฑ์การพิจารณาของธนาคาร

คำถามที่ 2 เงื่อนไขของผู้ประกันตนที่ต้องการขอกู้เงินตามโครงการมีอย่างไรบ้าง

ตอบ 1. ต้องเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาแล้วอย่างน้อย 5 ปี

2. นายจ้างของผู้ประกันตนต้องยินยอมเป็นผู้หักเงินเดือนเพื่อส่งชำระหนี้เงินกู้

คำถามที่ 3 สามารถขอกู้เงินไปทำอะไรได้บ้าง

ตอบ สำหรับวัตถุประสงค์ของการขอกู้เงินตามโครงการฯ ประกอบด้วย

    1. เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ซึ่งสร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์โดยจะเป็นการซื้อจากผู้ประกอบการหรือเป็นบ้านมือสองก็ได้
    2. เพื่อปลูกสร้างอาคารหรือเพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง
    3. เพื่อต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคารที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง

คำถามที่ 4 มีหลักเกณฑ์การปล่อยวงเงินกู้อย่างไร

ตอบ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร โดยพิจารณาจากเกณฑ์รายได้และเกณฑ์หลักประกัน ได้แก่

    1. ที่ดินและอาคาร ไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย
    2. อาคารพาณิชย์ ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย
    3. ห้องชุด กรณี ราคาประเมินหลักประกันต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อหน่วย ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 70 ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย และกรณีราคาประเมินหลักประกันตั้งแต่ 1 ล้านบาทต่อหน่วยขึ้นไป ให้ กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 80 ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย
    4. ปลูกสร้าง / ต่อเติม / ขยาย / ซ่อมแซมอาคาร ไม่เกินร้อยละ 90 ของราคาประเมิน

 

- 2 -

คำถามที่ 5 การกู้ต้องมีผู้ค้ำประกันหรือไม่

ตอบ ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน

คำถามที่ 6 สามารถหาผู้กู้ร่วมได้หรือไม่

ตอบ ได้ โดยผู้กู้ร่วมไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกันตน

คำถามที่ 7 ดอกเบี้ยกู้และระยะเวลาการกู้เป็นอย่างไร

ตอบ ผู้ได้รับสิทธ์จะเสียอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 2.5 คงที่ 5 ปี หลังจากนั้นใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวดังนี้

วงเงินกู้ไม่เกิน 500,000 บาท ใช้อัตราดอกเบี้ย MRR – 1.75

วงเงินกู้ไม่เกิน 3,000,000 บาท ใช้อัตราดอกเบี้ย MRR – 1.25

วงเงินกู้เกิน 3,000,000 บาท ใช้อัตราดอกเบี้ย MRR – 1.00

คำถามที่ 8 การชำระหนี้เงินกู้ดำเนินการอย่างไร

ตอบ นายจ้างหักเงินลูกจ้างส่งเงินธนาคารทุกเดือน และในช่วงที่ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่ ผู้กู้สามารถผ่อนชำระเกินเงินงวดที่ระบุไว้ในสัญญากู้เงินได้

คำถามที่ 9 การหมดสิทธิได้รับดอกเบี้ยพิเศษของผู้กู้

ตอบ จะเกิดขึ้นกรณีที่ผู้กู้ขาดส่งเงินงวดตั้งแต่ 3 งวดขึ้นไป ซึ่งผู้ประกันตนที่ค้างชำระเงินงวดตั้งแต่ 1.5 งวด ธนาคารจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ประกันตนทราบการค้างชำระหนี้ เพื่อให้ผู้ประกันตนไปชำระค่างวดเพื่อรักษาสิทธิตามโครงการต่อไป

คำถามที่ 10 ผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิสามารถโอนสิทธิให้ผู้อื่นหรือไม่

ตอบ ไม่ได้

คำถามที่ 11 มีขั้นตอนอย่างไรบ้างในการขอกู้เงิน

ตอบ สำหรับขั้นตอนการดำเนินการในการขอกู้เงินตามโครงการฯ ประกอบด้วย

  1. ผู้ประกันตนไปติดต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ / จังหวัด ที่อยู่ในเขตพื้นที่ของนายจ้างเพื่อขอใช้สิทธิกู้เงิน
  2. เจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขอกู้ซึ่งต้องเป็นผู้ประกันตนมาแล้ว อย่างน้อย 5 ปี (ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนรวมกันไม่น้อยกว่า 5 ปี)
  3. กรณีมีคุณสมบัติครบ ให้กรอกรายละเอียดในใบผ่านสิทธิและให้เจ้าหน้าที่เซ็นต์รับรองการเป็น ผู้ประกันตนและเก็บต้นฉบับไว้ โดย สำนักงานประกันสังคมเก็บสำเนา และขอรับแบบหนังสือรับรองการหักเงินเดือนจากนายจ้างเพื่อให้นายจ้างยินยอมเป็นผู้หักเงินเดือนชำระเงินกู้

    - 3 -

  4. รอฟังผลประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิ์การกู้เงิน โดยสำนักงานประกันสังคมจะทำการจับฉลากและเรียงลำดับผู้ได้รับสิทธิ์ก่อนหลังตามลำดับ
  5. กรณีเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์การกู้ให้ไปติดต่อขอกู้เงินที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ในเขตพื้นที่ พร้อม หลักฐาน ดังนี้
    1. ใบผ่านสิทธิและหนังสือแจ้งการได้รับสิทธิ์จากสำนักงานประกันสังคม
    2. หนังสือแสดงความยินยอมให้หักเงินเดือนส่งชำระหนี้เงินกู้
    3. เอกสารและหลักฐานการขอกู้เงิน

คำถามที่ 12 สำนักงานประกันสังคมมีวิธีการอย่างไรที่จะให้ผู้ประกันตนระดับล่างที่มีรายได้น้อยได้รับสิทธิมากที่สุด

ตอบ สำนักงานประกันสังคมจะจัดสรรวงเงินออกเป็น 3 กลุ่ม โดยให้สัดส่วนมากที่สุดแก่ผู้ประกันตนที่ขอกู้วงเงินน้อย

กลุ่ม A วงเงินกู้ไม่เกิน 1,000,000 บาท จะได้รับจัดสรร 60% ของวงเงินตามโครงการคิดเป็น 1,800 ล้านบาท

กลุ่ม B วงเงินกู้ไม่เกิน 3,000,000 บาท จะได้รับจัดสรร 30% ของวงเงินตามโครงการคิดเป็น 900 ล้านบาท

กลุ่ม C วงเงินกู้ไม่เกิน 5,000,000 บาท จะได้รับจัดสรร 10% ของวงเงินตามโครงการคิดเป็น 300 ล้านบาท

คำถามที่ 13 ทำอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ขอใช้สิทธิที่จะมีจำนวนมากกว่าวงเงินตามโครงการ

ตอบ หากมีผู้ขอใช้สิทธิมากเกินกว่าวงเงิน จะใช้วิธีการจับฉลากเรียงลำดับผู้ขอใช้สิทธิ ดังนี้

11.1 สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่และจังหวัด ส่งรายชื่อผู้ขอยื่นกู้และมีคุณสมบัติตามโครงการมาที่สำนักงานประกันสังคมส่วนกลาง โดยแยกกลุ่มตามวงเงิน A : B : C

    1. สำนักงานประกันสังคมส่วนกลางจะนำรายชื่อผู้มีสิทธิทั่วประเทศมาทำการจับฉลากโดยระบบคอมพิวเตอร์เรียงลำดับที่ผู้ขอยื่นกู้ทุกรายโดยแยกตามกลุ่มวงเงินขอกู้เป็นกลุ่ม A B และ C
    2. สำนักงานจะพิจารณาผู้ได้รับสิทธิตามหลักเกณฑ์สัดส่วนวงเงินแต่ละกลุ่ม A : B : C 60 : 30 : 10 ของวงเงินตามโครงการ
    3. สำนักงานประกันสังคมจะแจ้งรายชื่อผู้ได้รับสิทธิตามเกณฑ์และแจ้งให้ผู้ประกันตนและ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ทราบเพื่อไปติดต่อขอใช้สิทธิต่อไป ทั้งนี้ จะขึ้นบัญชีของผู้รอสิทธิไว้เป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากนี้จะเปิดให้มีการยื่นขอกู้เพื่อจับฉลากใหม่

 

- 4 -

คำถามที่ 14 ผู้ประกันตนที่ไม่ได้รับการจับฉลากจะมีโอกาสได้ใช้สิทธิหรือไม่

ตอบ คาดว่าโครงการที่จะเป็นโครงการต่อเนื่องโดยสำนักงานประกันสังคมจะไม่ถอนเงินฝากจากธนาคารอาคารสงเคราะห์และให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์นำเงินต้นที่ผู้กู้ที่รับสิทธิครั้งนี้ซึ่งเป็นรายเดิม ส่งเป็นค่างวดกับธนาคารฯ นำมาปล่อยกู้ให้กับรายต่อไปที่ขึ้นบัญชีเรียงตามลำดับไว้ ซึ่งเป็นลักษณะกองทุนเงินกู้เพื่อสวัสดิการของผู้ประกันตนที่หมุนเวียนให้ผู้ประกันตนกู้ได้ทั่วถึง

คำถามที่ 15 ผู้ประกันตนจะขอกู้เงินเพื่อไปไถ่ถอนหรือจำนองหนี้เดิมได้หรือไม่

ตอบ ตามโครงการนี้เป็นโครงการนำร่อง ดังนั้นในเบื้องต้นจึงให้เฉพาะผู้ที่ขอกู้ ซึ่งเป็นผู้กู้รายใหม่ไปก่อนและจะทำการประเมินโครงการ ซึ่งอาจจะมีการจัดทำโครงการเพื่อการขอกู้เงินในเรื่องการขอไถ่ถอนจำนอง โดยเฉพาะ

คำถามที่ 16 เมื่อได้รับเงินกู้แล้ว สามารถไถ่ถอนเงินกู้ก่อนกำหนดได้หรือไม่

ตอบ สามารถไถ่ถอนก่อนกำหนดได้ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ

คำถามที่ 17 เมื่อผู้ประกันตนจับฉลากได้แล้วจะต้องทำอย่างไรบ้าง

ตอบ ให้นำหลักฐานในการผ่านสิทธิต้นฉบับ หนังสือแจ้งการได้รับสิทธิจากสำนักงานประกันสังคม หนังสือแสดงความยินยอมให้หักเงินชำระหนี้เงินกู้จากนายจ้างและเอกสารหลักฐานการขอกู้เงินไปติดต่อกับ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ในเขตพื้นที่เสมือนเป็นลูกค้าโดยทั่วไป โดยได้รับสิทธิพิเศษในเรื่องอัตราดอกเบี้ยต่ำ ทั้งนี้ การพิจารณาอนุมัติเป็นอำนาจของธนาคารเพราะธนาคารเป็นผู้รับความเสี่ยง

คำถามที่ 18 กระทรวงแรงงานได้คาดการณ์ไว้อย่างไรกับโครงการบ้าน สปส. – ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยของ ผู้ประกันตน ที่จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตน

ตอบ การที่กระทรวงแรงงานโดยสำนักงานประกันสังคมได้จัดทำโครงการนี้ ก็เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกันตนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และเพิ่มความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่การจัดทำโครงการฯ ครั้งนี้ ไม่สามารถช่วยเหลือผู้ประกันตนที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยได้ทั้งหมด เนื่องจากตามกรอบการลงทุนสามารถนำเงินกองทุนไปลงทุนเพื่อประโยชน์ทางอ้อมแก่ผู้ประกันตนได้เพียงไม่เกินร้อยละ 10 ของกองทุน ซึ่งเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดและหากกองทุนประกันสังคมมีการลงทุนประเภทนี้จำนวนมากอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนซึ่งมีภารกิจหลักในการจ่ายประโยชน์ทดแทนให้กับ ผู้ประกันตนได้.

 

- 5 -

คำถามที่ 19 ผู้ประกันตน มาตรา 39 ขอกู้เงินตามโครงการนี้ได้หรือไม่

ตอบ โครงการนี้กู้ได้เฉพาะผู้ประกันตน มาตรา 33 เนื่องจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ซึ่งเป็นคู่สัญญาได้กำหนดไว้ว่าผู้กู้ต้องเป็นผู้ที่มีงานประจำ มีรายได้แน่นอน และทำงานอยู่ในสถานประกอบการที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม โดยนายจ้างต้องเป็นผู้หักเงินเดือนผู้กู้เพื่อนำส่งชำระหนี้ให้แก่ ธนาคาร ดังนั้น ผู้ประกันตนมาตรา 39 จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ขอกู้ตามโครงการนี้ได้ ธนาคารได้ให้เหตุผลการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ไว้ดังนี้

    1. โครงการนี้ ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก คือ ร้อยละ 2.5 คงที่ 5 ปี ในขณะที่ธนาคารต้องเป็นผู้รับความเสี่ยงจากการปล่อยกู้ทั้งหมด
    2. เนื่องจากธนาคารได้รับอัตราดอกเบี้ยต่ำจึงกำหนดหลักเกณฑ์ที่จะทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงจากโครงการน้อยที่สุด
    3. ผู้ประกันตนมาตรา 33 มีรายได้แน่นอนมีนายจ้างทำหน้าที่หักเงินเดือนส่งชำระหนี้ ทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงลดลง
    4. ผู้ประกันตนมาตรา 39 ธนาคารไม่มีความมั่นใจในเรื่องของรายได้ และไม่มีผู้รับผิดชอบที่จะหักเงินชำระหนี้เงินกู้ ซึ่งถ้าหากให้ผู้ประกันตนเป็นผู้นำส่งเอง ธนาคารจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ลูกค้าปกติของธนาคารโดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จะต้องใช้อัตราที่สูงกว่า

ทั้งนี้ สำนักงานได้เคยเจรจากับธนาคารอาคารสงเคราะห์สำหรับประเด็นผู้ประกันตนมาตรา 39 แล้ว ธนาคารแจ้งว่าธนาคารไม่สามารถเซ็นต์สัญญาทำโครงการนี้ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำกับสำนักงานประกันสังคมได้ หากไม่กำหนดหลักเกณฑ์เฉพาะให้ผู้ประกันตนมาตรา 33 ใช้สิทธิ เนื่องจากธนาคารมีความเสี่ยง

 

-----------------------------------------

 

 

แหล่งข้อมูล :http://www.sso.go.th




จำนวนผู้ชม 3201 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์