บอกเล่าเก้าสิบ...โครงการบ้านสปส. - ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตน

บอกเล่าเก้าสิบ...โครงการบ้านสปส. - ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตน | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



จากการที่รัฐบาลชุดปัจจุบันได้มีนโยบายอย่างชัดเจนในการที่สนับสนุน ให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง จึงได้ร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดทำโครงการบ้าน สปส. - ธอส. เพื่อที่อยู่อาศัยของผู้ประกันตนซึ่งสำนักงานประกันสังคม สนับสนุนเงินฝากกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ จำนวน 3,000 ล้านบาท และนำไปปล่อยสินเชื่อด้านที่อยู่อาศัยให้กับผู้ประกันตนในอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าท้องตลาด คือ คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ร้อยละ 2.5 คงที่ 5 ปี หลังจากนั้นใช้อัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยคิดตามวงเงินให้กู้ไม่เกิน 500,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR - 1.75 (อัตราดอกเบี้ย MRR ใช้ของธนาคารอาคารสงเคราะห์) วงเงินกู้ตั้งแต่ 500,000 บาท แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ย MRR 1.25 และวงเงินกู้ตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป คิดอัตราดอกเบี้ย MRR - 1.00 ทั้งนี้โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกันตนซึ่งเป็นผู้ส่งเงินสมทบเข้า กองทุนประกันสังคมได้มีแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ในการไปซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง
         
   สำหรับคุณสมบัติ
            - เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (เป็นลูกจ้างสถานประกอบการ) มาแล้วอย่างน้อย 5 ปี
            - ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนอย่างน้อย 60 งวดและมีรายได้ประจำ ซึ่งนายจ้างของผู้ประกันตนต้องยินยอม เป็นผู้หักเงินเดือนเพื่อส่งชำระเงินกู้

            โดยการกู้เงินนั้นจะต้องเป็นการขอสินเชื่อใหม่ เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด เพื่อปลูกสร้างอาคารหรือเพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร เพื่อต่อเติมหรือขยายหรือซ่อมแซมอาคารที่เป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง ทั้งนี้ ไม่ให้กู้เพื่อไถ่ถอนจำนองและกรณีเป็นลูกหนี้เดิมของธนาคาร ก็ไม่สามารถใช้สิทธิโครงการนี้ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ในบัญชีกู้อยู่แล้วได้ ผู้ประกันตนที่สนใจสามารถตรวจสอบคุณสมบัติและกรอกใบผ่านสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัดที่อยู่ในเขตพื้นที่ของนายจ้าง เพื่อขอใช้สิทธิกู้เงินได้ตั้งแต่วันที่ 1-19 พฤศจิกายน 2547 กรณีคุณสมบัติของผู้ประกันตนครบให้กรอกรายละเอียดในใบผ่านสิทธิ และให้เจ้าหน้าที่เซ็นต์รับรองการเป็นผู้ประกันตน และเก็บต้นฉบับไว้โดยสำนักงานประกันสังคม เก็บสำเนา และขอรับแบบหนังสือรับรองการหักเงินเดือนจากนายจ้าง เพื่อให้ยินยอมเป็นผู้หักเงินเดือนชำระเงินกู้ จากนั้นรอฟังผลประกาศรายชื่อผู้ได้รับสิทธิการกู้ โดยสำนักงานประกันสังคมจะทำการจับฉลากและเรียงลำดับผู้ที่ได้รับสิทธิก่อนหลังตามลำดับ ภายในวันที่ 3 ธันวาคม 2547 และประกาศผลให้ทราบโดยทั่วกันในวันที่ 9 ธันวาคม 2547 โดยผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิการกู้ให้ไปติดต่อขอกู้เงินได้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2548 พร้อมหลักฐาน คือ ใบผ่านสิทธิและหนังสือแจ้งการได้รับสิทธิจากสำนักงานประกันสังคม หนังสือแสดงความยินยอมจากนายจ้างในการหักเงินเดือนส่งชำระหนี้เงินกู้ และเอกสารหลักฐานการกู้เงิน
            สำหรับวงเงินที่ปล่อยกู้รอบแรกมีจำนวน 3,000 ลัานบาท คาดว่าจะปล่อยกู้ให้กับผู้ประกันตนได้ประมาณ 6,000 ราย ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะไม่ถอนเงินฝากจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ และให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์นำเงินต้นที่ผู้กู้ที่รับสิทธิครั้งนี้ ซึ่งเป็นรายเดิมส่งเป็นค่างวดกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ นำมาปล่อยกู้ให้กับรายต่อไปที่ขึ้นบัญชีเรียงตามลำดับไว้ ซึ่งเป็นลักษณะกองทุนเงินกู้เพื่อสวัสดิการ ของผู้ประกันตนที่หมุนเวียนให้ผู้ประกันตนกู้ได้ทั่วถึง สำนักงานประกันสังคมจะจัดให้ผู้ประกันตนระดับล่าง ที่รายได้น้อยให้ได้รับสิทธิมากที่สุด โดยจัดสรรวงเงินกู้ออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งให้สัดส่วนมากที่สุดแก่ผู้ประกันตนที่ขอวงเงินกู้น้อย ประกอบด้วย กลุ่ม A วงเงินกู้ไม่เกิน 1 ล้านบาท จะได้รับจัดสรร 60% ของวงเงินตามโครงการคิดเป็น 1,800 ล้านบาท กลุ่ม B วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท จะได้รับจัดสรร 30% ของวงเงินตามโครงการคิดเป็น 900 ล้านบาท และกลุ่ม C วงเงินกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท จะได้รับจัดสรร 10% ของวงเงินตามโครงการคิดเป็น 300 ล้านบาท ทั้งนี้ หากผู้ขอใช้สิทธิมากเกินกว่าจะใช้วิธีการจับฉลากเรียงลำดับผู้ขอใช้สิทธิ ดังนี้

            1. สำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่และจังหวัดส่งรายชื่อผู้ขอยื่นกู้ และมีคุณสมบัติตามโครงการมาที่สำนักงานประกันสังงคม โดยแยกกลุ่มตามวงเงิน A : B : C
            2. สำนักงานประกันสังคมส่วนกลางจะนำรายชื่อกู้ผู้มีสิทธิทั่วประเทศ มาทำการจับฉลากโดยระบบคอมพิวเตอร์ เรียงลำดับที่ผู้ขอยื่นกู้ทุกรายโดยแยกตามกลุ่มวงเงินเป็นกลุ่ม A B และ C
            3. สำนักงานประกันสังคม จะพิจารณาผู้ได้รับสิทธิตามหลักเกณฑ์สัดส่วนวงเงินแต่ละกลุ่ม A : B : C / 60 : 30 : 10 ของวงเงินตามโครงการ
            4. สำนักงานประกันสังคม จะแจ้งรายชื่อผู้ที่ได้รับสิทธิตามเกณฑ์และแจ้งให้ผู้ประกันตนและธนาคารอาคารสงเคราะห์ทราบ เพื่อไปติดต่อขอใช้สิทธิต่อไป ทั้งนี้ จะขึ้นบัญชีของผู้ขอรับสิทธิไว้เป็นระยะเวลา 2 ปี หลังจากนั้นจะเปิดให้มีการยื่นขอกู้เพื่อจับฉลากใหม่

            ในการนี้หากสมาชิกของกองทุนประกันสังคม ต้องการซื้อบ้านเป็นจำนวนมากก็อาจขยายวงเงินในการขอกู้ได้ถึง 4,500 ล้านบาท ซึ่งจะมีการจัดทำโครงการปล่อยกู้ในระยะที่ 2 หรือเฟส 2 โดยมีเงื่อนไขในการปล่อยกู้ในลักษณะเช่นเดียวกับเฟสแรก แต่อาจจะมีการพิจารณาในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย สำหรับผู้ที่กู้วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท เพิ่มเติม สำหรับผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งเป็นบุคคลที่ประกันตนแต่ไม่มีนายจ้างจะไม่ได้รับสิทธิในการขอกู้ เนื่องจากยังมีความเสี่ยงในการปล่อยกู้ ทั้งนี้ การที่กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคมได้จัดทำโครงการนี้ ก็เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกันตนมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง และเพิ่มความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่การจัดทำโครงการครั้งนี้ไม่สามารถช่วยเหลือผู้ประกันตนที่เดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยได้ทั้งหมด เนื่องจากตามกรอบการลงทุนเพื่อประโยชน์ทางอ้อมแก่ผู้ประกันตนได้เพียงไม่เกินร้อยละ 10 ของกองทุน ซึ่งเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาด และหากกองทุนประกันสังคมมีการลงทุนประเภทนี้จำนวนมาก อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนซึ่งมีภารกิจหลักในการจ่ายประโยชน์ทดแทนให้กับผู้ประกันตนได้

 

แหล่งข้อมูล : http://www.sso.go.th




จำนวนผู้ชม 3695 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์