Cover Letter หรือ จดหมายปะหน้า เป็น จดหมายแนะนำตัว

Cover Letter หรือ จดหมายปะหน้า เป็น จดหมายแนะนำตัว | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM

    Cover Letter หรือ จดหมายปะหน้า เป็นจดหมายแนะนำตัวและแสดงเจตจำนงที่ชัดแจ้งของผู้สมัครงานแก่นายจ้างหรือบริษัทจัดหางาน โดยส่วนมากจะแนบไปพร้อมกับเอกสารอื่นๆ เช่น Resume หรือ Curriculum Vitae ข้อความที่ผู้สมัครงานเขียนควรเน้นถึงคุณสมบัติที่มีผลในการพิจารณาตามมาตราฐานของบริษัท เช่น ประสบการณ์ ความรู้ หรือทักษะต่างๆ ซึ่งควรจะเขียนในรูปแบบที่ทำให้บริษัทเห็นว่าผู้สมัครสามารถตอบสนองความต้องการและมีคุณสมบัติเหล่านั้น
ในปัจจุบัน บริษัทต่างๆเลือกใช้ Cover Letter เป็นเครื่องมือสำคัญในกระบวนการสรรหาบุคลากร เนื่องจากCover Letter เป็นวิธีแรกที่ทำให้ทางบริษัทสามารถทราบถึงความถนัดและความสนใจของผู้สมัคร ในความเป็นจริงแล้วนั้น ผู้สมัครเป็นจำนวนมากถูกคัดออกเนื่องจากไม่ให้ความสำคัญกับการเขียน Cover Letter อย่างเพียงพอ ซึ่งทางบริษัทสามารถเห็นได้จากการที่ผู้สมัครเขียน Cover Letter ที่ไม่เฉพาะเจาะจงกับตำแหน่งงานและบริษัทที่สมัคร
 
Cover Letter ที่ดีควรจะสามารถตอบโจทย์ดังต่อไปนี้:
  • อธิบายถึงสาเหตุที่ผู้สมัครให้ความสนใจกับตำแหน่งและบริษัทนี้เป็นพิเศษ
  • กล่าวถึงประสบการณ์การทำงาน ความรู้ ทักษะ พรสวรรค์ หรือบุคลิกนิสัยของผู้สมัครที่ทำให้บริษัทจำเป็นต้องให้ความสนใจและพิจารณาผู้สมัครท่านนี้เป็นพิเศษ
  • ระบุวัน เวลา และวิธีการที่ผู้สมัครจะติดต่อกลับไปยังบริษัท เพื่อติดตามผลของจดหมายสมัครงานและทำการขอนัดสัมภาษณ์
การเขียน Cover Letter จะช่วยให้ผู้สมัครมีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ด้วยการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนถึงเหตุผลที่บริษัทควรให้ความสำคัญและพิจารณาตำแหน่งงานให้แก่ผู้สมัคร นอกเหนือจากนี้ ควรเน้นย้ำให้บริษัทตระหนักถึงความตั้งใจอันแน่วแน่ของผู้สมัครในการสมัครงานกับทางบริษัทนั้นๆ
 
รูปแบบของ Cover Letter
 
1. ส่วนแนะนำ (Introduction)
เนื้อหาในส่วนนี้ควรจะอยู่ในรูปแบบของการสรุปย่อ เพราะส่วนแนะนำนั้นไม่ควรจะมีความยาวเกินไป ผู้สมัครควรระบุให้ชัดเจนถึงตำแหน่งและสาเหตุที่ต้องการสมัคร หากทราบชื่อผู้ที่ต้องส่งจดหมายถึง ควรระบุชื่อของผู้นั้นลงในจดหมายด้วย ดังตัวอย่างเช่น เรียนคุณสมพร เจริญทรัพย์ แทนการใช้คำว่า เรียนผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล
 
2. ส่วนเนื้อความหลัก (Body)
ส่วนเนื้อความหลักควรอธิบายถึงเหตุผลสำคัญที่แสดงให้บริษัทเห็นว่าผู้สมัครเป็นบุคคลที่เหมาะสมต่อตำแหน่งงานนั้นๆ เนื้อหาควรรวมถึงทักษะต่างๆ การศึกษา คุณสมบัติ และประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาของผู้สมัครที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานนั้นโดยตรง
 
3. ส่วนปิดท้าย (Closing)
ในส่วนของข้อความปิดท้าย ผู้สมัครควรแสดงว่ามีความสนใจต่อตำแหน่งงานที่สมัครเป็นอย่างยิ่ง และควรระบุลงไปในจดหมายด้วยว่าจะติดต่อไปที่บริษัทในอีกประมาณ 1 – 2 อาทิตย์หลังจากส่งเอกสารสมัครงาน เพื่อให้แน่ใจว่าทางบริษัทได้รับใบสมัครงานเรียบร้อย พร้อมกันนี้ยังต้องระบุว่าผู้สมัครยินดีที่จะตอบคำถามหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมหากทางบริษัทต้องการ
 
ในกรณีที่ส่งจดหมายทางไปรษณีย์ ควรลงท้ายด้วยคำว่า “Sincerely yours,” พร้อมกับการเซ็นต์ชื่อกำกับ และขั้นตอนสุดท้าย ควรพิมพ์ชื่อและนามสกลุของผู้สมัครเพื่อเป็นการปิดท้ายจดหมายที่เหมาะสม
ตัวอย่าง: Cover Letter
 
หาก Cover Letter ของผู้สมัครไม่ดีพอที่จะดึงดูดความสนใจของบริษัท ทางบริษัทจะไม่พิจารณาหรือไม่อ่านแม้กระทั่ง Resume ของผู้สมัคร ในทางกลับกัน หากผู้สมัครสามารถเขียน Cover Letter ได้เป็นที่น่าสนใจ ก้าวต่อไปของกระบวนการคัดสรรของคุณก็จะเป็นไปได้อย่างราบรื่นจากการสร้างความประทับใจครั้งแรกให้แก่ทางบริษัท พร้อมทั้งเป็นการทำให้บริษัทต้องการพิจารณา Resume ของคุณมากยิ่งขึ้น
 
Cover Letter เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการที่จะดึงดูด ความสนใจของบริษัท และที่สำคัญ Cover Letter สามารถทำให้คุณมีความโดดเด่นเหนือคู่แข่งนับร้อยที่ต้องการตำแหน่งเดียวกับคุณ
 
 




จำนวนผู้ชม 17589 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์