HRมือโปร จี้จุดอ่อนฟิตความแกร่งเทียบระดับโลก

HRมือโปร จี้จุดอ่อนฟิตความแกร่งเทียบระดับโลก | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



  0อดีตที่ปรึกษาในสหรัฐฯเตือนองค์กรที่ชอบซื้อตัวพนักงานและนำเข้าเครื่องมือต่างประเทศเสี่ยงล้มเหลวสูง
       
       0ชี้ฝ่ายบุคคลปรับความคาดหวังพนักงานใหม่กับหน่วยงานด้วย เมตตา กรุณา อุเบกขา
       
       0แนะ HRยุคใหม่ คิดเชิงกลยุทธ์เน้นลงลึกทุกการทำงาน เสริมกำลังด้วยเอาต์ซอร์สเนรมิตรคลังความรู้
       
       0พร้อมแกะรอย 5 บทบาทนักทรัพยากรมนุษย์ตัวกลางสมานฉันท์

       
        ด้วยบทบาทของ HR ณ ห่วงเวลานี้นอกจาการแก้ปัญหาที่เป็นปัจจัยซึ่งส่งผลกระทบจากภายนอกไม่ว่าจะเป็นภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ที่ยังผลต่อขวัญกำลังใจต่อบุคลากรภายในที่อาจลดทอดประสิทธิภาพการทำงานลงบ้าง ขณะที่ผู้บริหารเองต่างคาดหวังจะฝ่าฝันอุปสรรคเหล่านี้ไปด้วยสรรพกำลังของคนที่มีอยู่ และด้วยภาระอันหนักอึ้งเหล่านี้ HR จึงถูกคาดหวังว่าต้องเป็นผู้รอบรู้ในการวางแผนเชิงกลยุทธ์
       
       ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งของ HRไทยที่ต้องแปลเปลี่ยนความคาดหวังของนักบริหารให้ปรากฏเป็นจริงให้ได้ในเร็ววัน...
       
       
HRมากประสบการณ์
       แนะกำจัดข้อด้อย

       
        ผศ.รอ.นพ.ดร.สุมาส วงศ์สุนพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ซึ่งเคยมีประสบการณ์ด้านเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรในสหรัฐอเมริกา กล่าวถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อ HRไทยว่า จากกระแสโลกการค้าเสรีขณะนี้ส่งผลให้บริษัทข้ามชาติหลายแห่งเข้ามาลงทุนในประเทศเป็นผลให้ HR ต้องมีกระบวนการปรับเปลี่ยนการทำงานแบบเป็นสากล
       
        แต่ที่ผ่านมาหลายองค์กรพยายามสร้างความแข็งแกร่งโดยการ ดึงตัวพนักงานจากบริษัทอื่น นำเข้าเครื่องมือการจัดการจากต่างประเทศ หรือ ร่วมกับพาร์ตเนอร์ทั้งในและต่างชาติเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ แต่กระบวนการทำงานเหล่านี้มีโอกาสเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจกว่า 50% เนื่องจากต้องเสียค่าใช้จ่ายการจ้างแรงงานที่สูง แต่ความยึดมั่นในองค์กรของพนักงานจะลดลง ซึ่ง HR ต้องเร่งปรับเปลี่ยนตนเองให้มีความคิดเชิงกลยุทธ์ในการวางแผนและเสริมสร้างกระบวนการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
       
        ด้านผลกระทบต่อมาคือ เทรนด์การบริการของผู้บริโภคที่มีมากขึ้นทำให้ HR ต้องทำความเข้าใจลูกค้ามากขึ้นเนื่องจากในการควบคุมการทำงานของผู้ปฏิบัติงานหาก HR ไม่มีความเข้าใจเรื่องการตลาดหรือPositioningของแบรนด์จะไม่สามารถควบคุมและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับบุคลากรในแผนกต่างๆโดยรวมของบริษัทได้ ซึ่งHRต้องเป็นผู้รอบรู้ในทุกกระบวนการทำงานของบริษัทโดยจะเป็นผลต่อดีสำหรับอนาคตในการวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาบุคลากร
       
        สอดคล้องกับ ดร.วิริทธิ์พล รัตนพรศิริ กรรมการผู้จัดการ DMG Academy ให้แนวทางในการปรับตัวของ HR ว่า จาการเข้ามาของบริษัทต่างชาติที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วทำให้เกิดการซื้อตัวพนักงานที่มีความสามารถแบบมืออาชีพ แต่ผลเสียที่พบบ่อยในองค์กรไทยคือ ความคาดหวังของพนักงานใหม่กับ HR ไม่ตรงกันเนื่องจากผู้ประเมินมุ่งเพียงวัดผลโดยใช้ KPI อย่างเดียว แต่ไม่ช่วยเหลือและสนับสนุนในการทำงานของพนักงานใหม่ที่เป็นมืออาชีพเหล่านั้น
       
        ซึ่งเกิดจากความเข้าใจของผู้ประเมินที่คาดว่าด้วยความเป็นมืออาชีพจะสามารถปรับตัวได้เองในภาวะวัฒนธรรมองค์กรในระยะเริ่มแรกโดย HR ไม่ต้องมีบทบาทในการช่วยเหลือแต่ความเป็นจริง HR ต้องมีวิธีการช่วยเหลือและส่งเสริมด้านจิตวิทยาโดยการยกย่องความสามารถที่โดดเด่นของพนักงานใหม่เพื่อเสริมสร้างกำลังใจให้เกิดนวัตกรรมใหม่ขึ้น
       
        อีกด้านหนึ่งหากมองวัฒนธรรมองค์กรของไทยที่มุ่งเน้นเคารพผู้สูงอายุยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ HRไทยต้องแก้ไขเมื่อมีผู้บริหารจากต่างประเทศเข้ามาทำงาน เช่น บริษัทจากประเทศเยอรมันที่ร่วมทุนกับบริษัทในไทยส่ง CEO หนุ่มที่มีความมุ่งมั่นเพื่อหวังจะเข้ามาบุกเบิกตลาด แต่กลับประสบกับความล้มเหลวเนื่องจากพนักงานคนไทยไม่เชื่อถือผู้บริหารที่มีอายุน้อยกว่า ทำให้บริษัทข้ามชาติต้องเปลี่ยนCEO คนใหม่ที่อยู่ในวัยเกษียณอายุ เป็นผลให้ได้รับการยอมรับแต่จากบุคลากรในองค์กร
       
        ซึ่งแนวทางการส่งเสริมการทำงานของบุคลากรใหม่ HR ต้องมีบทบาทในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างพนักงานเดิมกับพนักงานใหม่ โดยจะต้องยึดหลักธรรม 3 ประการในการทำงาน ได้แก่ เมตตา กรุณาอุเบกขา เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
       
        ด้าน เธียรสิทธิ์ สินแสง ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ บริษัทเอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเต็ม จำกัด กล่าวถึง ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับวงการHRไทยว่า สำหรับองค์กรที่เพิ่งก่อตั้งHRจะถูกคาดหวังในการจัดการเพื่อสร้างผลกำไรให้กับองค์กรขณะที่ผู้บริหารไม่มีบทบาทการจัดการ เป็นผลให้พนักงานที่เข้ามาใหม่ยังอยู่ในช่วงต้องการสร้างวัฒนธรรมเฉพาะขององค์กรซึ่งในระยะนี้อาจเกิดความแตกแยกของหน่วยงาน ทำให้เมื่อถึงระยะเวลาการประเมินผลเมื่อไม่สามารถทำงานได้ตามเป้าหมายที่กำหนดทำให้สูญเสียกำลังใจในการทำงาน
       
        "ด้วยความเป็นองค์กรที่ตั้งใหม่ CEO ต้องมีบทบาทอย่างมากในการทำงาน แต่หลายองค์กรยังฝากความคาดหวังไว้กับ HR ทั้งหมด ซึ่งในสภาวะการเช่นนี้คนที่มีอำนาจในการตัดสินใจมากที่สุดคือผู้บริหาร"
       
        ด้านองค์กรที่กำลังเติบโต HR ต้องมีบทบาทในการคัดเลือกคนเข้ามาทำงานซึ่งมีจำนวนมากเป็นผลให้ต้องนำเครื่องมือการจัดการต่างๆ มาช่วยเหลือเช่น การคัดเลือกคน การละลายพฤติกรรม เป็นต้น ซึ่งหลายหน่วยงานมีความเชื่อมั่นในการคัดเลือกของเครื่องมือจนไม่นำส่วนที่เป็นสิ่งดีเดิมมาปรับใช้ให้เข้ากับเครื่องมือ ทำให้องค์กรซึ่งกำลังขยายตัวต้องประสบปัญหากับความขัดแย้งกับผู้ปฏิบัติงานใหม่และผู้ปฏิบัติงานเดิม
       
        ซึ่งแท้จริงแล้วเครื่องมือที่ช่วยจัดการนำมาใช้ได้เพียง 50% อีก 50%ควรนำความรู้เดิมมาปรับใช้ให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นอยู่ โดยสิ่งที่จะช่วยให้ปรับตัวได้รวดเร็วผู้บริหารควรมีการจำลองสถานการณ์วิกฤตเพื่อให้ HR ได้ใช้ความคิดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายสถานการณ์ซึ่งจะทำให้HRสร้างกระบวนการพัฒนาความคิดของตนเองโดยเมื่อเจอกับปัญหาที่พบในแบบจำลองสามารถรู้ถึงแนวทางแก้ไขได้อย่างฉับไว
       
        "ในอดีตHRถูกเปรียบเทียบว่าเป็นพนักงานหลังบ้านที่ รับคนเข้า เช็คคนออก ตรวจบัตรตอก จ่ายเงินเดือน แต่ปัจจุบันต้องเปลี่ยนตนเองให้สามารถคิดแทน CEO โดยจะต้องหลุดจากกรอบคิดแบบจำเจแต่ต้องคิดถึงอนาคตเพื่อสร้างแผนการทำงานของทุกคนในองค์กรให้เป็นเป้าหมายเดียวกัน"
       
       
ความท้าทายยุคใหม่
       ที่รอการพิสูจน์

       
        ผศ.รอ.นพ.ดร.สุมาส กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาของ HR ในอนาคตว่า จะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยต้องเริ่มจากการเปลี่ยนกระบวนการทำงานของตนที่ต้องศึกษาข้อมูลของบุคคลในแต่ละฟังก์ชั่นอย่างถี่ถ้วน เป็นผลให้งานมีมากขึ้น ดังนั้นจะต้องประเมินว่าสิ่งใดที่ตนควรจัดการและงานใดที่ บริษัท Outsourcing จะต้องเข้าจัดการแทนโดย HR จะต้องเป็นผู้วางแผนการทำงานเชิงกลยุทธ์
       ซึ่งการจ้าง Outsourcing ต้องมีการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันเพื่อให้ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและวิเคราะห์ให้เป็นแนวทางเดียวกันเพื่อการพัฒนาต่อไปในอนาคตเช่น จากประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาองค์กรในสหรัฐอเมริกาจะต้องมีการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันระหว่าง HR และทีมงาน Outsourcing ทุกอาทิตย์ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาพบว่าสามารถลดค่าใช้ที่จ่ายสิ้นเปลืองไปได้เดือนละ 50 %
       
        ขณะเดียวกันการแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกันจะสามารถสร้างHR Manager ที่สามารถมานั่งแทนบุคลากรเดิมได้ทันที เนื่องจากมีการจัดการข้อมูลการทำงานอย่างเป็นระบบ
       
        อย่างไรก็ดี การจัดการ Talent ในปัจจุบันเข้าสู่ยุคที่องค์กรต้องสร้างแรงจูงใจให้ พนักงานที่มีความโดดเด่นในสายงานเข้ามาทำงานกับหน่วยงาน แตกต่างจากเดิมที่พนักงานต้องพึ่งพาองค์กรชั้นนำเนื่องจากสภาวการณ์ขณะนี้หลายธุรกิจมีคู่แข่งที่คอยแย่งชิงพนักงานเหล่านี้เพื่อสร้างความได้เปรียบในการสร้างคุณภาพการทำงานให้กับองค์กร ขณะที่การเข้ามาของบริษัทข้ามชาติที่มีทุนสูงในการจ้างงานเป็นผลให้เกิดบรรทัดฐานการให้ค่าจ้างของ Talent มีราคาสูงขึ้น ซึ่ง HR จำเป็นต้องใช้ความโดดเด่นด้านวัฒธรรมองค์กรไทยในการสร้างแรงจูงใจการทำงาน
       
        ด้าน เธียรสิทธิ์ มองว่าสิ่งท้าทายที่ HR ต้องทำเพื่อป้องกันการเข้ามาของบริษัท Outsourcing ต่างชาติซึ่งควรรับประกันความท้าทายในอนาคตดังนี้ สิ่งแรกจะต้องทำหน้าที่แทนผู้บริหารเกี่ยวกับการช่วยเหลือและประสานงานของคนทุกฝ่าย ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นจะต้องเข้าไปจัดการทันทีเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการทำงาน
       
        สำหรับปัจจัยความท้าทายที่ HR ต้องรับประกันต่อมาคือ ควรสร้างความภักดีของคนในองค์กรให้มากที่สุดแม้จะเป็นเรื่องยากแต่การสร้างจิตวิญญาณร่วมขององค์กรยังเป็นแนวทางการสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร
       
        ตลอดจนต้องเป็นผู้ที่สามารถสื่อสารได้อย่างเข้าใจทั้งผู้ส่งสารและผู้รับสารซึ่งการที่ HR จะทำได้ดีต้องคิดอยู่เสมอว่าทุกกระบวนการทำงานของตนต้องเป็นผู้ปฏิบัติงานที่สวมวิญญาณเถ้าแก่ตัวจริง
       
        ดังนั้น การบริหารเชิงกลยุทธ์แม้จะต้องนำเครื่องมือหรือสิ่งอื่นใดอันยังผลต่อการพัฒนา แต่สิ่งเหล่านั้นที่นำมาปรุงแต่งจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องผ่านกระบวนการวิเคราะห์เบื้องต้นของ HR ว่าสามารถเข้ากับการทำงานเดิมได้หรือไม่??
       
       
บทบาทHRเป็นสื่อกลาง
       สมานใจคนไม่กินเส้น

       
        1.HRต้องพูดเรื่องดีๆของคนที่เป็นคู่กรณีกัน เพื่อให้เห็นข้อดีของอีกฝ่าย
       
        2.ให้ผู้ที่ทะเลาะกันดูวีดีโอเกี่ยวกับความยากลำบากในการใช้ชีวิต หรือการฝ่าฟันของบริษัทจนประสบความสำเร็จ
       
        3.จัดการอบรมวิปัสนาเพื่อกล่อมเกลาจิตใจ
       
        4.เมื่อมีฝ่ายหนึ่งกระทำผิดอย่างชัดเจน HR ต้องรอให้ผู้เสียประโยชน์อารมณ์ดีก่อนค่อยเข้าไปพูดชื่นชมการทำงานของทั้งสองคนครั้งอดีต
       
        5.ให้ทั้งสองฝ่ายทำโปรเจกต์ร่วมกันโดยมี HR คอยเป็นที่ปรึกษาให้คำชี้แนะในเรื่องที่สร้างความแตกแยกเพื่อสร้างความร่วมมือของกลุ่มคนที่ขัดแย้ง
       
       เรียบเรียงจาก Thailand HR Forum 2007 ในหัวข้อ "The HR Value Proposition : Blueprint for HR Professional in the Future

 

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์





จำนวนผู้ชม 4679 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์