การทำงานเกี่ยวข้องกับไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ (VCM)

การทำงานเกี่ยวข้องกับไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ (VCM) | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ไวนิลคลอไรด์โมโนเมอร์ (Vinyl chloride monomer; Ethylene monochloride; Monochloroethylene) หรือที่รู้จักดีในชื่อ VCM เป็นก๊าซไม่มีสี และจะเป็นของเหลวภายใต้ความดัน โดยจัดเป็น 1 ในกลุ่มสารเคมีอินทรีย์ 10 อันดับแรก ที่มีการนำเข้าประเทศเพื่อใช้ในงานอุตสาหกรรม โดยอุตสาหกรรมที่มีการนำไวนิลคลอไรด์มาใช้มาก คืออุตสาหกรรมผลิตพลาสติก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพลาสติกพีวิซี ซึ่งปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง โดยมีการนำมาทำเป็นท่อยาง ท่อประปา กระเบื้องยาง ภาชนะบรรจุ ขวดน้ำดื่ม และอุปกรณ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการใช้ในกระบวนการผลิตทางอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ผลิตเรซิน ใยสังเคราะห์ น้ำมันชักเงา ยาง สี ซักแห้ง ชุบโลหะด้วยไฟฟ้า ฯลฯ

อย่างไรก็ตามไวนิลคลอไรด์จัดเป็นสารอันตราย โดยมีความไวไฟสูงมาก ไอของสารนี้เมื่อรวมตัวกับอากาศในอัตราส่วนที่พอเหมาะจะทำให้เกิดการระเบิดได้ นอกจากนี้ ยังเป็นสารที่มีศักยภาพเชิงอันตรายต่อสุขภาพสูง โดยมีรายงานพบว่าทำให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรง เช่น การเกิดมะเร็งที่ตับได้ และสารนี้ยังทำอันตรายต่อระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น การเป็นพิษต่อระบบประสาท อันตรายต่อระบบหลอดเลือดแดง ผิวหนัง กระดูก ตับ และโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้เกี่ยวข้องควรทราบถึงอันตรายและแนวทางการควบคุมป้องกันที่เหมาะสม

ส่วนใหญ่ไวนิลคลอไรด์ เข้าสู่ร่างกายโดยการหายใจเอาไอสารเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสามารถผ่านเข้าไปในระบบไหลเวียนโลหิต ไปตามเนื้อเยื่อและอวัยวะต่าง ๆ ส่วนการผ่านเข้าทางผิวหนังและการปนเปื้อนในอาหารจะเป็นส่วนน้อย การเกิดอันตรายและอาการจำแนกได้ดังนี้

1) แบบเฉียบพลัน
เมื่อได้รับสารในปริมาณความเข้มข้นสูง จะทำให้มึนงง วิงเวียน อ่อนเพลีย ง่วง รู้สึกขาหนัก เสียการทรงตัว การได้ยินและการมองเห็นไม่ชัดเจน ถ้าปริมาณความเข้มข้นสูงมากจะทำให้หมดสติและเสียชีวิตได้

2) แบบเรื้อรัง
การได้รับไวนิลคลอไรด์อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดความผิดปกติหรือโรคพิษไวนิลคลอไรด์ขึ้น โดยมีรายละเอียดของการเกิดโรคคือ
- อาการพิษทางระบบประสาท จะมีอาการอ่อนเพลีย มึนงง ขาหนัก ครึ่งหลับครึ่งตื่น ซึ่งอาการเหล่านี้จะปรากฏขึ้นอย่างรวดเร็ว และถ้ายังรับสารต่อไป จะทำให้เกิดความผิดปกติทางระบบประสาท โดยระบบประสาทจะเริ่มอ่อนล้า การรับรู้ต่าง ๆ น้อยลง แต่ก็จะไม่ปรากฏให้เห็นชัดเจน
- การเกร็ง หดตัว และแข็งตัวของหลอดเลือด และการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง โดยในระยะแรก จะมีอาการนิ้วมือซีด แข็ง ผิวหนังไม่สามารถยืดหยุ่นได้ การงอพับเป็นไปด้วยความลำบาก มีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นที่บริเวณเท้า คอ ใบหน้า หลัง และบางครั้งอาจมีอาการหายใจไม่ออกเกิดขึ้นอย่างกระทันหัน และมีอาการเจ็บขณะหายใจ
- การสลายตัวของกระดูก มักจะมีการเปลี่ยนแปลงส่วนของโครงสร้างร่างกายโดยเฉพาะบริเวณกระดูกปลายนิ้วมือ การตีบและอุดตันของเส้นเลือดแดงบริเวณกระดูกต่าง ๆ เมื่อเอกซเรย์จะแสดงให้เห็นภาพการสลายตัวของกระดูกอย่างชัดเจน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงตามแนวความยาวของกระดูกข้อมือ
- การเปลี่ยนแปลงที่ตับ ทุกรายที่ได้รับพิษจากไวนิลคลอไรด์ จะมีอาการเกิดขึ้นที่ตับ โดยเริ่มจากการย่อยอาหารลำบากขึ้น อึดอัด มีก๊าซในช่องท้องและลำไส้ ตับจะมีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อกดหรือสัมผัสท้องบริเวณนี้จะไม่รู้สึกปวด ผู้ที่ได้รับสารนี้เป็นระยะเวลานาน จะมีเนื้อเยื่อผิดปกติเกิดขึ้นที่ตับและม้าม เนื้อเยื่อตับจะบวมและตายในที่สุด โรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในระยะนี้คือ ความดันโลหิตสูง เลือดออกตามบริเวณทางเดินอาหาร เป็นต้น
- การเกิดโรคมะเร็งของระบบอวัยวะต่าง ๆ ถือเป็นอันตรายร้ายแรงที่สำคัญของการได้รับไวนิลคลอไรด์ โดยอาการเริ่มจากการเป็นเนื้องอกที่ร้ายแรง ส่วนใหญ่อาการจะไม่แสดงจนกว่าจะอยู่ในระยะสุดท้าย เช่น ตับโตและเจ็บปวด สภาพร่างกายทั่วไปเสื่อมโทรม อาการที่มักเกิดคู่กับการเกิดเนื้อเยื่อผิดปกติที่ตับ คือ ภาวะที่มีเลือดออกตามทางเดินอาหาร ม้ามทำงานหนักขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้เป็นมะเร็งที่ระบบไหลเวียนโลหิต น้ำเหลือง และระบบทางเดินอาหารด้วย

ในส่วนของมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานทำงาน กฎหมายแรงงานได้กำหนดให้ไม่ว่าระยะเวลาใดของการทำงานปกติ ห้ามลูกจ้างทำงานในที่ที่มีปริมาณความเข้มข้นของสารเคมีในบรรยากาศการทำงานเกินกว่า 1 ส่วนในล้านส่วนอากาศ หรือ 2.8 มิลลิกรัมต่ออากาศลูกบาศก์เมตร

แนวทางการในป้องกัน ปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน
- จัด ออกแบบอุปกรณ์ เครื่องมือในการผลิตที่เกี่ยวข้องกับไวนิลคลอไรด์ เป็นระบบการทำงานแบบอัตโนมัติ โดยมีคนงานเป็นเพียงผู้ควบคุม เพื่อลดโอกาสการสัมผัสสาร
- จัดให้มีระบบการระบายอากาศอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญมากในการป้องกันการเกิดอันตรายต่อสุขภาพคนงาน
- ห้ามมิให้มีการก่อให้เกิดเปลวไฟ ประกายไฟ ในบริเวณที่มีการเก็บหรือการใช้สารนี้
- ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่ให้มีปริมาณสารไวนิลคลอไรด์ในบรรยากาศการทำงานเกินค่ามาตรฐาน รวมทั้งปรับปรุง แก้ไขให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันอันตรายต่าง ๆ ในกระบวนการผลิต
- ตรวจสุขภาพร่างกายก่อนรับเข้าทำงาน โดยดูประวัติการเจ็บป่วยในอดีตอย่างละเอียด รวมถึงพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ และให้มีการตรวจร่างกายทุก 6 เดือน
- การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลขณะปฏิบัติงาน
- ดูแลสุขอนามัยในสถานที่ทำงานให้มีความเหมาะสม เช่น จัดให้มีที่ชำระร่างกายและมือหลังปฏิบัติงาน มีการแยกเก็บชุดปฏิบัติงาน มิให้มีการรับประทานอาหารหรือสูบบุหรี่ในบริเวณที่มีการใช้สารนี้




ที่มา/ผู้ดำเนินการ :  เอกสารความปลอดภัย สถาบันความปลอดภัยในการทำงาน




จำนวนผู้ชม 8041 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์