การนำคดีไปสู่ศาล

การนำคดีไปสู่ศาล | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


    
การนำคดีไปสู่ศาล
 
 มาตรา 125 เมื่อพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งตามมาตรา 124 แล้ว ถ้านายจ้าง ลูกจ้าง หรือ ทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่พอใจคำสั่งนั้น ให้นำคดีไปสู่ศาลได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบคำสั่ง
 
ในกรณีที่นายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายไม่นำคดีไปสู่ศาลแรงงานภายในกำหนด ให้คำสั่งนั้นเป็นที่สุด
 
ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาล นายจ้างต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งนั้น จึงจะฟ้องคดีได้
 
เมื่อคดีถึงที่สุดและนายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินจำนวนใดให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตาย ให้ศาลมีอำนาจจ่ายเงินที่นายจ้างวางไว้ต่อศาลให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างซึ่งถึงแก่ความตายได้
 
เมื่อพนักงานตรวจแรงงานได้มีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดดังได้กล่าวข้างต้นแล้ว นายจ้างก็ดีหรือลูกจ้างก็ดี หรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างก็ดี ไม่พอใจคำสั่งนั้น มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลซึ่งได้แก่ศาลแรงงานได้ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้ทราบคำสั่งนั้น
 
ถ้านายจ้าง ลูกจ้าง หรือทายาทโดยธรรมไม่นำคดีไปสู่ศาล คำสั่งดังกล่าวก็เป็นที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ต้องปฏิบัติตาม
 
กฎหมายได้กำหนดไว้เพื่อเป็นการคุ้มครองลูกจ้างต่อไปอีกว่า ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายนำคดีขึ้นสู่ศาล นายจ้างจะต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ถึงกำหนดจ่ายตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานจึงจะมีสิทธิฟ้องคดีได้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้เป็นการฟ้องคดีเพื่อเป็นการประวิงเวลาในการจ่ายตามกฎหมาย
 
ข้อที่น่าสังเกต คือ กฎหมายกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินต่างๆ ตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้างภายใน 15 วัน แต่ในขณะเดียวกัน ถ้านายจ้าง ไม่เห็นด้วยก็ให้ฟ้องศาลภายใน 30 วัน จึงอาจจะเกิดปัญหาขึ้นมาได้ เพราะถ้านายจ้างไม่จ่ายเงินตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานภายใน 15 วัน ก็จะเป็นความผิดตาม กฎหมายขึ้นมาทันที (มาตรา 151 วรรคสอง) นายจ้างจะมีความผิดอาญานายจ้างจึงควรฟ้องต่อศาลแรงงานภายใน 15 วัน มิใช่ภายใน 30 วัน
 
วรรคท้ายของมาตรา 125 กำหนดว่า เมื่อคดีถึงที่สุด นายจ้างมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินจำนวนใดให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยธรรมของลูกจ้าง ศาลมีอำนาจจ่ายเงินที่นายจ้างวางไว้ต่อศาลให้แก่ลูกจ้างหรือทายาทโดยชอบธรรมของลูกจ้างได้ ทำให้การจ่ายเงินเป็นไปโดยรวดเร็วและลูกจ้างหรือทายาทมีสิทธิได้รับเงินไปได้ทันที โดยไม่ต้องดำเนินการบังคับคดีกันอีกต่อไป
 
คำพิพากษาฎีกาที่ 3810/2542  การวางเงินตามคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานจะต้องให้สอดคล้องกับความไม่พอใจคำสั่งดังกล่าวด้วย โดยนายจ้างไม่พอใจหรือโต้แย้งคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเท่าใดก็วางเงินเพียงเท่าที่ตนโต้แย้ง ไม่จำต้องวางเต็มจำนวนตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานเสมอไป (คำพิพากษาฎีกาที่ 2811/2542) ก็วินิจฉัยไว้ทำนองเดียวกัน)
 
คำพิพากษาฎีกาที่ 2942/2545  โจทก์เพียงแต่นำเงินค่าชดเชยมาวางศาลต่อศาลแรงงานโดยมิได้นำดอกเบี้ยในค่าชดเชยตามจำนวนที่คำนวณได้ถึงวันฟ้องมาวางต่อศาลด้วย ถือว่าโจทก์วางเงินไม่ครบถ้วนตามคำสั่งของจำเลยเป็นเพียงฝืนมาตรา 125 วรรคสาม โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลย
 
 
คำอธิบายกฎหมายแรงงาน
โดย : ศาสตราจารย์เกษมสันต์  วิลาวรรณ




จำนวนผู้ชม 3390 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์