หลักการเลือกใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

หลักการเลือกใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล หมายถึงวัสดุอุปกรณ์ที่สวมใส่ลงบนอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย หรือหลาย ๆ ส่วนพร้อมกัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องอันตรายให้แก่อวัยวะส่วนนั้น ๆ โดยการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล มีหลักเบื้องต้นดังนี้

1. ใช้เพื่อป้องกันอันตรายจากสภาพและสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
2. ลดหรือบรรเทาอันตรายลงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
3. ถือเป็นการควบคุมที่ตัวผู้ปฏิบัติงาน
4. เป็นทางเลือกท้ายสุด หลังจากที่มีการปรับปรุงแก้ไขสภาพแวดล้อมการทำงานแล้ว

ทั้งนี้ หลักทั่วไปในการเลือกใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย ได้แก่

1. ศึกษาสภาพของอันตรายในสิ่งแวดล้อมการทำงาน และความเสี่ยงในการสัมผัสอันตราย
2. ศึกษาคุณลักษณะของอุปกรณ์ฯ โดยพิจารณาถึง
- ประสิทธิภาพในการป้องกันอันตราย
- มีมาตรฐานรับรอง
- วิธีการใช้ง่าย สวมใส่สบาย และมีน้ำหนักเบา
- การบำรุงรักษาง่าย และมีความทนทาน
- มีราคาเหมาะสม

ประเภทของอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยฯ
- อุปกรณ์ป้องกันศีรษะ
- อุปกรณ์ป้องกันใบหน้าและดวงตา
- อุปกรณ์ป้องกันระบบการได้ยิน
- อุปกรณ์ป้องกันระบบหายใจ
- อุปกรณ์ป้องกันมือและแขน
- อุปกรณ์ป้องกันลำตัว
- อุปกรณ์ป้องกันขาและเท้า

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของศีรษะ

ได้แก่ หมวกนิรภัย ซึ่งช่วยป้องกันการกระแทก การเจาะทะลุ และกระแสไฟฟ้า
ตัวหมวกอาจทำด้วยวัสดุที่แตกต่างกันไป หมวกนิรภัย ชนิดถูกออกแบบให้ส่งผ่านแรงเฉลี่ยที่มากที่สุดได้ไม่เกิน 850 ปอนด์ ตัวหมวกและรองในหมวกต้องห่างภัยไม่ต่ำกว่า 3 ซม.

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ANSI, ISO, มอก.
- รูปลักษณะภายนอก ความสวยงาม
- ส่วนประกอบ เช่น สายรัดศีรษะที่ปรับได้ สายรัดคาง
- น้ำหนักเบา มีความสบายในการสวมใส่
- ดูแลรักษาง่าย และมีความทนทาน

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของใบหน้าและดวงตา

ได้แก่ หน้ากาก กระบังหน้า ครอบตานิรภัย และแว่นตานิรภัย ซึ่งใช้ป้องกันวัตถุหรือของเหลวกระเด็นเข้าตา ป้องกันแสงจ้า รังสีอุลตร้าไวโอเลต และความร้อน สำหรับการทำงานในลักษณะของงานที่อาจเป็นอันตรายแก่สายตาและใบหน้า

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ANSI, ISO, มอก.
- ความพอดีกับใบหน้า ไม่บดบังสายตา
- น้ำหนักเบา มีความสบายในการสวมใส่
- ทนทานต่อความร้อน การกัดกร่อนของสารเคมี

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของระบบการได้ยิน

ได้แก่ 1) ที่อุดหู (Ear plugs) ใช้อุดหูทั้งสองข้าง โดยสอดใส่เข้าไปในช่องหู ออกแบบให้มีขนาดพอเหมาะกับรูหู จะมีผลในการป้องกันเสียงมาก วัสดุที่ใช้ทำนั้น มีหลายชนิด เข่น พลาสติกอ่อน ยาง สำลี ชนิดที่ทำจากยางและพลาสติกใช้มากที่สุด และ 2) ครอบหู (Ear muffs) เป็นเครื่องป้องกันเสียงชนิดครอบใบหูทั้งสองข้าง บางชนิดมีลำโพงสำหรับใช้พูดติดต่อกันได้ในสถานที่มีเสียงดัง อุปกรณ์ทั้งสองประเภทจะช่วยลดระดับเสียงที่ได้ยิน ซึ่งดังเกินมาตรฐานให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- ประสิทธิภาพในการลดเสียง (ค่า Noise Reduction Rate; NRR)
- ความง่ายและสะดวกในการใช้งาน
- ทำจากวัสดุที่เหมาะสม มีความสบายขณะสวมใส่
- ไม่กีดขวางอุปกรณ์ที่สวมใส่อื่น ๆ

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของระบบการหายใจ

ได้แก่ หน้ากากกันสารเคมีแบบต่าง ๆ ซึ่งใช้ป้องกันหรือลดความเข้มข้นของสารเคมีที่หายใจเข้าสู่ร่างกาย ให้อยู่ในระดับที่เชื่อว่าไม่ก่อให้เกิดอันตราย นอกจากนี้ยังอาจหมายความรวมถึงอุปกรณ์ช่วยหายใจ เช่น 1) ชนิดเป็นถุงอากาศช่วยในการหายใจ อุปกรณ์นี้เหมาะจะใช้กับบริเวณที่มีความเข้มข้นของสารเคมีเป็นพิษสูง ที่มีไอน้ำหนาแน่น หรือในที่ขาดออกซิเจน
2) หน้ากากที่มีเครื่องเป่าอากาศ ชนิดนี้จะใช้ได้ดีในลักษณะงานที่ทำในที่อับทึบ อุโมงค์ ท่อขนาดใหญ่งานประมาณนี้จะออกซิเจนไม่เพียงพอหรือมีสารเคมีอันตราย 3) เครื่องเป่าอากาศ (Blower)ทำหน้าที่เป่าอากาศเข้ามา ท่อส่งอากาศปกติจะยาวไม่เกิน 150 ฟุต ต่อเข้ากับหน้ากาก 4) หน้ากากใช้กรองสารเคมี อุปกรณ์ชนิดนี้ประกอบด้วยหน้ากากปิดครึ่งใบหน้า มีที่กรองอากาศติดอยู่ที่บริเวณจมูก 1-2 อัน ทำหน้าที่กำจัดไอหรือก๊าซพิษที่จะหายใจเข้าไป
5) หน้ากากกันฝุ่น จะใช้ป้องกันฝุ่นแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะ หน้ากากอาจเป็นแบบครอบจมูกที่ทำด้วยใยสังเคราะห์ หรือเป็นแบบทำด้วยยาง หรือพลาสติก ปิดจมูกโดยมีแผ่นกรองบาง ๆ เป็นตัวจับฝุ่นเอาไว้ไม่ให้เข้าไปกับอากาศที่ผ่านเข้าไป

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- เลือกให้ถูกประเภท เหมาะสมกับชนิดของสารเคมีที่ป้องกัน
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ANSI, ISO, มอก.
- มีความพอดี กระชับ สวมได้แนบสนิทกับใบหน้า
- น้ำหนักเบา มีความสบายในการสวมใส่
- ไม่เกิดอาการระคายเคืองต่อผิวหนัง

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของมือและแขน

ได้แก่ ถุงมือชนิดต่าง ๆ ซึ่งใช้ป้องกันสารเคมี ความร้อน ไฟฟ้า และของมีคม โดยขึ้นอยู่กับลักษณะงานที่ปฏิบัติ ซึ่งโดยทั่วไปอาจเป็นแบบที่ทำด้วยผ้า สำหรับงานที่เกี่ยวกับวัตถุที่คมและความร้อนอาจเป็นถุงมือหนังหรือทำด้วยตาข่ายโลหะก็จะต้องกันคมได้ดี หากเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับสารเคมี อาจเป็นถุงมือยางหรือวัสดุสังเคราะห์ที่มีคุณสมบัติกันสารเคมีนั้น ๆ ได้

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- เลือกชนิดให้เหมาะสมกับสภาพอันตรายที่จะป้องกัน
- ประสิทธิภาพในการป้องกันได้มาตรฐาน
- สะดวกสบายขณะสวมใส่ ไม่เกกะ หรือเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน
- ทำความสะอาด และดูแลรักษาง่าย

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของลำตัว

ได้แก่ ชุดป้องกันต่าง ๆ ซึ่งช่วยป้องกันอันตรายเฉพาะงาน เช่น ชุดป้องกันความร้อน ป้องกันสารเคมี ป้องกันไฟฟ้า และป้องกันรังสี โดยชุดป้องกันอันตรายนี้ อาจเป็นเสื้อหนังหรือแผ่นหนังปิดหน้าอก เป็นชุดที่จะป้องกันร่างกายไม่ให้สัมผัสการแผ่ความร้อนที่เกิดจากโลหะถูกเผาและการรับรังสีอินฟราเรดและอุลตราไวโอเลต หรือเป็นชุดที่ทนทานต่อสารเคมีต่าง ๆ

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ANSI, ISO, มอก.
- เหมาะสมกับสภาพอันตรายที่ป้องกัน และลักษณะงาน
- มีความสบายในการสวมใส่ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน

อุปกรณ์ป้องกันอันตรายของขาและเท้า

ได้แก่ รองเท้านิรภัย ซึ่งช่วยป้องกันการกระแทก วัตถุทับหรือทิ่มแทง ป้องกันสารเคมี ความร้อน ไฟฟ้าและป้องกันการลื่นล้ม ซึ่งอาจจะเป็นรองเท้าธรรมดา ใส่เครื่องป้องกันครอบลงไปหน้ารองเท้า ควรจะรับน้ำหนักได้ 2500 ปอนด์ และแรงกระแทก 50 ปอนด์ รองเท้านิรภัยจะมีโลหะป้องกันที่หัวรองเท้า อยู่ที่หัวรองเท้าอยู่ข้างในใช้ในงานที่มีการเคลื่อนย้ายวัตถุที่หนัก

ข้อพิจารณาในการเลือกใช้
- ประสิทธิภาพตามมาตรฐาน ANSI, ISO, มอก.
- ความเหมาะสมกับลักษณะงาน
- น้ำหนักเบา มีความสบายในการสวมใส่
- รูปลักษณะภายนอก ความทนทาน

 

 


ที่มา/ผู้ดำเนินการ :  เอกสารประกอบการบรรยายหัวข้อความปลอดภัยในการทำงาน (Wisanti L.)



จำนวนผู้ชม 3646 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์