Succession Planning วางแผนหาผู้สืบทอดตำแหน่งเชิงรุก (ตอน 2)

Succession Planning วางแผนหาผู้สืบทอดตำแหน่งเชิงรุก (ตอน 2) | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM


Post Today - คอลัมน์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้เล่าให้ฟังถึงความสำคัญของการวางแผนหาผู้สืบทอดตำแหน่ง หรือ Succession Planning สำหรับองค์กรในยุคปัจจุบันไปแล้ว อีกทั้งยังได้เน้นถึงการทำ Succession Planning เชิงรุก และวัตถุประสงค์และประโยชน์ของการทำ Succession Planning เชิงรุกอีกด้วย เพราะในเวลานี้พนักงานฝีมือดีที่เป็นกลุ่ม Talent ขององค์กร มักเป็นทรัพยากรที่หายาก แต่หาย (จากองค์กร) ง่าย เพราะมีบริษัทอื่นๆ ที่สร้างคนไม่ทัน หาคน (เก่ง) ไม่ได้ มาฉกตัวพนักงานคนเก่งของท่านไปเสีย ดังนั้นจึงไม่ควรรอจนกระทั่งพนักงานจวนจะเกษียณหรือหายตัวไปเรียบร้อยแล้วจึงค่อยคิดหาคนมาสืบทอดตำแหน่งแทน ซึ่งก็จะช้าไม่ทันใช้

 HR จึงควรตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท ทำการประเมินสถานการณ์และคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเป็นระยะๆ (คือมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว) ว่าตำแหน่งงานใดจะมีพนักงานเกษียณ เออร์ลีรีไทร์ หรือลาออก (จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม) เป็นจำนวนกี่ตำแหน่ง โดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญที่เรียกว่า Key Positions ซึ่งมักเป็นตำแหน่งที่มีอัตราเข้า-ออก (Turnover Rate) ของพนักงานสูง ดังนั้น การทำ Succession Planning เชิงรุกจึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาการขาดพนักงานทำงานในตำแหน่งสำคัญๆ ไปได้มาก เพราะบริษัทมีการสรรหา พัฒนา และตระเตรียมคนไว้ทดแทนอยู่ตลอดเวลา

ผู้เขียนยังได้ระบุถึงขั้นตอนของการทำ Succession Planning ไว้ด้วย โดยคราวที่แล้วได้เขียนไปถึงขั้นตอนที่ 4 คือ การสร้างแผนสรรหาพนักงานและพัฒนาฝึกอบรมพนักงานในตำแหน่งที่คาดว่าจะว่างลง และในตำแหน่งที่มีอัตราการเข้า-ออกของพนักงานสูง

ในสัปดาห์นี้ จะขอคุยถึงขั้นตอนการทำ Succession Planning ที่ค้างเอาไว้ต่อ ซึ่งก็คือขั้นตอนที่ 5

ขั้นตอนการทำ Succession Planning (ตอนต่อจากสัปดาห์ที่แล้ว)

ขั้นตอนที่ 5 กำหนดความสามารถ (Competencies) ซึ่งหมายถึง ความรู้ ทักษะ ตลอดจนบุคลิกภาพ และทัศนคติที่พึงปรารถนาของพนักงานของตำแหน่งนั้นๆ

ขั้นตอนที่ 6 คัดเลือก ประเมินผลงาน และประเมินศักยภาพของพนักงานเพื่อพิจารณาความเหมาะสม ในการที่จะพัฒนาให้สืบทอดตำแหน่งที่จะว่างต่อไป ดังที่กล่าวในเบื้องต้นแล้วว่า การทำ Succession Planning เชิงรุกนั้นต้องวางแผนแต่เนิ่นๆ ดังนั้น แผนก HR ร่วมกับผู้บริหารแต่ละแผนกควรปรึกษาหารือกันอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อทำการทบทวน และพิจารณาผลงานของพนักงานแต่ละคน ทั้งนี้จะได้ทราบว่าพนักงานคนใดมีผลงานดี และมีศักยภาพที่จะพัฒนาให้ทำงานในตำแหน่งที่ว่าง (ซึ่งน่าจะเป็นตำแหน่งที่สูงขึ้น) ได้ ในกรณีนี้ทั้ง HR และผู้บริหารควรแยกแยะให้ออกว่า อะไรคือผลงานในปัจจุบันของพนักงานและอะไรคือศักยภาพ (Potential) ของพนักงาน เพราะผลงานในปัจจุบันของพนักงานคนหนึ่งขณะดำรงตำแหน่งหนึ่งอาจจะดี แต่พอถูกย้ายหรือเลื่อนขั้นให้ไปทำงานในตำแหน่งอื่นหรือในตำแหน่งที่สูงขึ้น เขาอาจจะไม่สามารถทำงานในตำแหน่งใหม่ได้ดี แม้ว่าจะได้รับการฝึกอบรมพัฒนาแล้วก็ตาม

เรื่องของศักยภาพของพนักงานนั้นจึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของผู้บริหารในการคาดการณ์ว่า พนักงานจะมีความสามารถที่จะถูกพัฒนาไปได้ถึงระดับใด แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยาก และต้องอาศัยเครื่องมือที่เป็นวิทยาศาสตร์เข้าช่วยที่เรียกว่า Assessment Tools หรือเครื่องมือทดสอบและประเมินบุคลากร

ขั้นตอนที่ 7 การใช้เครื่องมือทดสอบและประเมินบุคลากรเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพของพนักงาน สืบเนื่องจากขั้นตอนที่ผ่านมา หากข้อมูลจากการประเมินผลงานในอดีตจนถึงปัจจุบันของพนักงานไม่เพียงพอที่จะคาดการณ์ถึงศักยภาพของพนักงานที่จะทำงานในตำแหน่งใหม่ในอนาคตได้ การนำแบบทดสอบต่างๆ และแบบประเมินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบความถนัด ทักษะ ทัศนคติ บุคลิกภาพ ปฏิภาณ ไหวพริบต่างๆ การตัดสินใจ ฯลฯ จึงเป็นทางเลือกที่อาจจะดีที่สุดในปัจจุบันสำหรับ HR และผู้บริหารที่จะใช้ประเมินพนักงาน เพื่อคาดการณ์ศักยภาพของพนักงาน สำหรับบริษัทใหญ่ที่มีทุนทรัพย์มากก็จะมีศูนย์ทดสอบและประเมินพนักงาน (Assessment Center) เป็นของบริษัทเอง ซึ่งต้องใช้ค่าใช้จ่ายมากทีเดียว อาจจะเป็นระดับหลายสิบล้านบาท เพราะแบบทดสอบแต่ละชุดนั้นมีราคาสูงมาก และการจ้างที่ปรึกษาเพื่อสร้างแบบประเมินโดยเฉพาะให้กับบริษัทก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงมากเช่นกัน ดังนั้น บริษัทขนาดกลางและบริษัทขนาดเล็กจึงไม่สามารถรองรับค่าใช้จ่ายในการประเมินนี้ได้ จึงจำต้องอาศัยการวิเคราะห์ผลงานในปัจจุบัน และการคาดคะเนของผู้บริหารเป็นหลัก

อย่างไรก็ตามยังพอมีตัวช่วยให้ HR ของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กอยู่บ้าง (เดี๋ยวจะน้อยใจว่าพอมีทุนน้อยเลยต้องด้อยโอกาส!) ผู้เขียนขอแนะนำให้หลักการประเมินผลพนักงานแบบ 360 องศา มาใช้เพื่อที่จะได้ข้อมูลจากหลายมุมมอง คือจากหัวหน้า เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา และลูกค้า (ถ้ามี) ในการพิจารณาศักยภาพของพนักงาน การได้ข้อมูลจากหลายแหล่งจะทำให้สามารถลดอคติและข้อผิดพลาดในการประเมินพนักงานลงไปได้ในระดับหนึ่ง

ขั้นตอนที่ 8 ระบุตัวทายาทผู้สืบทอดตำแหน่ง เมื่อได้ทำการประเมินและวิเคราะห์ผลงาน รวมทั้งศักยภาพของพนักงานจนเป็นที่พอใจและมั่นใจแล้ว ก็ทำการระบุตัวพนักงานที่จะเป็นทายาทสืบทอดตำแหน่งได้เลย และแจ้งเรื่องนี้ให้พนักงานคนนั้นทราบแต่เนิ่นๆ หลายบริษัททำการระบุตัวทายาทประมาณ 1 ปีล่วงหน้าก่อนตำแหน่งจะว่างลง เพื่อที่จะได้ทำการพัฒนาฝึกอบรมพนักงานได้ทัน แต่สำหรับตำแหน่งสำคัญในระดับสูง อาจต้องใช้เวลามากกว่านั้น เช่นประมาณ 2–3 ปี เพื่อที่จะได้ทำการส่งไปเข้าคอร์สในต่างประเทศ เตรียมรับมอบงาน เรียนรู้งานจากเจ้าของตำแหน่งในปัจจุบัน เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 9 หาทายาทสำรองไว้ด้วย สำหรับขั้นตอนนี้ เป็นข้อเสนอแนะของผู้เขียนเองที่อยากให้ HR และผู้บริหารเตรียมมองหาพนักงานตัวเต็งที่จะเป็นทายาทไว้มากกว่า 1 คน เพราะในโลกนี้ ใดๆ ล้วนอนิจจัง เพราะถึงแม้ท่านคิดว่าได้เตรียมหาทายาทเอาไว้แล้ว แต่ทายาทก็อาจจะถูกซื้อตัวไปเสียก่อนก็ได้ ดังนั้นควรมองหาตัวสำรองเตรียมไว้อีก 1 คน ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องมีคุณสมบัติเท่าเทียมกับคนแรก แต่ขอให้ใกล้เคียงกัน โดยอาจใช้วิธีจัดอันดับแบบนางงามก็ได้ คือ มีอันดับ 1 อันดับ 2 และอันดับ 3 ทั้งนี้ควรจัดแผนพัฒนาพนักงานเหล่านี้ตามที่เห็นสมควร อย่างไรก็ตามไม่จำเป็นที่จะต้องจัดโปรแกรมหลักสูตรให้เหมือนกับตัวเต็งอันดับ 1 แต่ขอให้มีการพัฒนาในแนวทางที่เป็นการเตรียมการพวกเขาไว้บ้าง และก็ไม่จำเป็นต้องบอกให้ตัวเต็งอันดับ 2 และอันดับ 3 ทราบว่าเขาคือตัวเต็ง เพราะอาจทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างบรรดาตัวเต็งได้ คิดว่าบอกแค่ตัวเต็งอันดับ 1 ก็น่าจะเหมาะสม

ขั้นตอนที่ 10 ทำการพัฒนาและประเมินพนักงานเป็นระยะๆ แม้จะผ่านการประเมินศักยภาพมาแล้ว ใช่ว่าจะมั่นใจได้ 100% ว่าพนักงานที่คาดว่าจะเป็นทายาทจะสามารถมีพัฒนาการ และสร้างผลงานตามที่คาดหวังได้จริง ดังนั้น เมื่อได้เริ่มทำการพัฒนาพนักงานก็จะต้องมีการประเมินผลเป็นระยะๆ เพื่อวิเคราะห์ระดับการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองของพนักงานว่าน่าพอใจหรือไม่อย่างไร หากไม่เป็นตามคาดหมาย อาจจะต้องมีการเปลี่ยนตัวก็เป็นได้และยังทันเวลา

จะเห็นได้ว่าการทำ Succession Planning นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ มีข้อต้องระวังมากมาย เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว (Sensitive) ที่กระทบขวัญกำลังใจของพนักงานพอสมควร ซึ่งในสัปดาห์หน้าจะได้พูดคุยต่อไปถึงข้อควรระวังในการทำ Succession Planning รวมถึงปัจจัยที่จะทำให้การทำ Succession Planning ประสบความสำเร็จ และเรื่องของงบประมาณที่คราวนี้ตั้งใจจะเขียนให้จบแต่จบไม่ลงเพราะเนื้อหามันมากน่ะค่ะ

เอวัง ก็ขอแก้ตัว และขออภัยด้วยประการฉะนี้...กรุณาติดตามตอนต่อไปในสัปดาห์หน้านะคะ!

* หากท่านมีข้อเสนอแนะหรือคำถาม กรุณาติดต่อที่ : [email protected]

ข้อมูลและประสานงาน : คุณอารีย์ พงษ์ไชยโสภณ





จำนวนผู้ชม 4899 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์