ตัวชี้วัดการสรรหาและคัดเลือก

ตัวชี้วัดการสรรหาและคัดเลือก | บริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ยุคนี้เป็นยุคของการใช้ KPIs (Key Performance Indicators) หรือตัวชี้วัดซึ่งเป็นเครื่องช่วยขับเคลื่อนให้งานเดินไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

 

"ระยะเวลาที่ใช้ในการบรรจุตำแหน่งว่าง" เป็นตัวชี้วัดที่ใช้กันค่อนข้างมากในวงการ H.R.โดยอาจกำหนดเป็นจำนวนวันนับตั้งแต่ได้รับคำร้องขอบรรจุตำแหน่ง (Hiring Card) เช่น 45-60 วัน เป็นต้น พูดถึงเรื่อง "ระยะเวลาที่ใช้ในการบรรจุตำแหน่ง "H.R. เป็นจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาในการบรรจุตำแหน่งว่างให้ได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องการ ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเหตุผลหลายประการ เช่น ปัญหาการขาดแคลนกำลังคน ปัญหาการกำหนดคุณสมบัติสูงสำหรับตำแหน่งงานที่หายาก (Hard - to - Fill Positions) เช่น วิศวกร เป็นต้น ปัญหาการปฏิเสธของผู้สมัครหลังจากที่ได้รับการเสนองาน (Job Office) แล้วเนื่องจากได้รับการเสนองานที่น่าสนใจมากกว่า ปัญหาผู้บังคับบัญชาเจ้าของตำแหน่งจุกจิก จู้จี้ หรือไม่ยอมตัดสินใจเลือกทั้ง ๆ ที่ควรจะเลือกได้ เป็นต้น

H.R. จะต้องพยายามเข้าถึงแหล่งผู้สมัครในแต่ละสาขาอาชีพอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ จะต้องรู้จักวิธีเสาะหาซึ่งมีอยู่หลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับตำแหน่งงาน เช่น ระดับสูงอาจต้องใช้ Head-hunter ประกาศในหน้าหนังสือพิมพ์ สำหรับระดับจัดการรอง ๆ ลงมา หรือเสาะหาจาก Internet ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอยู่ในขณะนี้ ประกาศผ่านสื่อรับสมัครงานต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ หนังสือรวมประกาศรับสมัครงานโทรทัศน์

การทำ Campus Recruitment หรือการออกไปพบนักศึกษาในมหาวิทยาลัย เป็นต้น สำหรับระดับล่าง ๆ อาจใช้วิธีประกาศหน้าโรงงาน ประกาศหน้านิคมอุตสาหกรรม ปิดประกาศตามแหล่งชุมชนต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งออกไปยังแหล่งผู้สมัครงานซึ่งอยู่ตามหมู่บ้าน ในส่วนการส่งจดหมายสมัครเข้ามา (Write-in) พบน้อยมากในทุกระดับ ต่างจังหวัด ใช้วิธีบอกต่อ (Words of Mouth) รอให้ผู้สมัครเดินเข้ามาเอง (Walk-in) เป็นต้น

เนื่องจากกำลังคนขาดแคลน กำลังคนจึงทำให้เกิดภาวะแย่งชิงกัน เช่น เอาการทำงานล่วงเวลาเป็นจุดขายสำหรับพนักงานปฏิบัติซึ่งหลาย ๆ กรณีก็เป็นการทำงานล่วงเวลาที่เกินชั่วโมงที่กฎหมายกำหนด เช่น ให้ทำ 12 ชั่วโมงทำงานทั้งปีแทนที่จะจ้างพนักงาน 3 กะ ก็จะจ้างเพียง 2 กะเพื่อให้มีการทำงานล่วงเวลาวันละ 4 ชั่วโมง ซึ่งน่าจะเป็นการผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายซึ่งมีการควบคุมการทำงานล่วงเวลา ด้วยเหตุผลทางด้านสุขภาพและความปลอดภัยของลูกจ้าง

เนื่องจากภาวะขาดแคลนใบสมัครที่เก็บไว้ในบัญชีรายชื่อผู้สมัคร (Applicant Supply Files) ในช่วงระยะเวลา 3 - 6 เดือน จึงมักไม่ค่อยได้ผลเมื่อติดต่อเรียกตัวมาสัมภาษณ์เนื่องจากผู้สมัครได้งานอื่นไปแล้ว ดังนั้น ถ้าเห็นว่าผู้สมัครเหมาะสมจงอย่ารีรอเพราะถ้าช้านายจ้างอื่นจะคว้าไปก่อน แต่ถ้ายังไม่เหมาะสมก็สมควรที่จะรอต่อไปเพราะคุณภาพเป็นเรื่องสำคัญ

เนื่องจากภาวะการขาดแคลนกำลังแรงงาน สถานประกอบการหลายแห่งจึงมีนโยบายจ่ายค่าจ้างในอัตราที่สูงกว่าเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการดึงดูด (Attract) ผู้สมัครงาน (แต่ไม่ใช่ใช้วิธีแบบดูด ส.ส.เข้าสังกัดพรรคการเมืองอย่างที่เป็นข่าวลือกันอยู่เสมอ ๆ นะครับ)

นอกจากการวัดประสิทธิภาพด้วยตัวชี้วัด (KPI) ในเรื่องความเร็วแล้วยังมีการวัดคุณภาพของผู้สมัครที่ผ่านการคัดเลือกอีกด้วยโดยการวัดจาก "อัตราการผ่านทดลองงาน" เช่น อาจจะตั้ง KPI ไว้ที่ร้อยละ 80-85 ซึ่งก็หมายความว่า ยอมให้ผิดพลาดได้ร้อยละ 15 เป็นต้น นี่ก็เป็น KPI อีกตัวหนึ่ง

การบรรจุตำแหน่งว่างควรจะพิจารณาจากบุคคลภายในก่อนการเปิดโอกาสให้ได้เติบโตหรือมีความก้าวหน้า สถานประกอบการเป็นจำนวนไม่น้อยจึงมีการกำหนด KPI ในเรื่อง เช่น อาจจะกำหนดไว้ร้อยละ 60-70 ของตำแหน่งว่างจะต้องถูกบรรจุโดยบุคคลภายในเพื่อเป็นการบังคับให้มีการ "ปั้น" หรือ "สร้าง" ผู้ที่จะมาสืบทอดหรือทดแทนโดยการวางระบบวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) นอกจากกำหนด KPI ดังกล่าวแล้วยังอาจมีการกำหนด KPI ว่าผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากภายในจะต้องสามารถทำงานในตำแหน่งใหม่ได้ดีมากโดยอาจกำหนดไว้ที่ร้อยละ 90-95 เพราะเปอร์เซ็นต์การผิดพลาดย่อมจะมีน้อยกว่าเลือกคนจากข้างนอกซึ่งจากตัวอย่างข้างต้นกำหนดไว้ที่ร้อยละ 80-85

นอกจากนั้น ยังอาจกำหนด KPI ว่าจะต้องหาผู้สมัครที่ (คัดสรรแล้ว) ให้ได้ในอัตราส่วน 5 ต่อ 1 ตำแหน่งว่างเพื่อวัดประสิทธิภาพการสรรหา (Sourcing) ซึ่งก็หมายความว่าถ้ามีตำแหน่งว่าง 1 ตำแหน่งจะต้องหาผู้สมัครให้ได้ 10 - 15 คน เพื่อที่จะคัดเลือกให้เหลือ 5 คน และจาก 5 คัดเอาผู้สมัครที่เหมาะสมที่สุดเพียง 1 คนเท่านั้น

จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะเห็นได้ว่า ได้มีการพูดถึง KPIs ในเรื่องการสรรหาและคัดเลือกดังตัวอย่างต่อไปนี้

    • ตำแหน่งว่างถูกบรรจุโดยบุคคลภายใน 60-70 %
    • บุคคลภายในที่ได้รับการคัดเลือกสามารถปฏิบัติงานได้ดีมาก 90-95 %
    • ระยะเวลาที่ใช้ในการบรรจุตำแหน่ง (ไม่รวมเวลาที่ผู้สมัครต้องยื่นใบลาออกหรือบอกกล่าวล่วงหน้า) 45-60 วัน
    • อัตราส่วนผู้สมัคร (คัดสรรแล้ว) ต่อตำแหน่งว่าง 5 : 1
    • ผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกจากภายนอกผ่านการทดลองงานและสามารถทำงานได้ดี 80-85 %

การนำบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นเรื่องที่จำเป็น บางครั้งต้องเอาเข้ามาเสริม บางครั้งต้องเข้ามาเพราะบุคคลภายในไม่มีคุณสมบัติดีพอเนื่องจากการคัดเลือกที่ผ่านมาใช้เกณฑ์การคัดเลือกค่อนข้างต่ำหรือไม่มีการพิถีพิถันกันจนหาคนเก่ง ๆ แทบจะไม่ได้เลย

งานสรรหาและคัดเลือกเป็นงานที่ท้าทายความรู้ความสามารถโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีการกำหนด KPIs ยิ่งทำให้ท้าทายมากยิ่งขึ้น การกำหนด KPIs จะต้องยึดหลักความเป็นไปได้ (Realistic) คือ ไม่สูงไม่ต่ำจนเกินไปและเมื่อได้กำหนดแล้วก็จะต้องเปลี่ยน KPI ให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เช่น จากวันในเรื่องของการเสาะหาอาจลดลงเหลือ 35-40 วัน หรือน้อยกว่า พูดกันอย่างง่าย ๆ จะต้องปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (ได้แล้วต้องทำให้ดีกว่าเดิม) หรืออย่างที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Continuous Improvement" นั่นเอง

เห็นตัวเลขของ KPIs ข้างต้นแล้วหลาย ๆ ท่านที่ทำหน้าที่สรรหาและคัดเลือกอาจเกิดความท้อแท้ หรือเห็นเป็นเรื่องที่ยากจะทำได้ เพราะหาผู้สมัครในอัตรา 1 ต่อ 1 ก็ยากอยู่แล้วและยิ่งคนหายากก็ยิ่งใช้เวลาหามากขึ้น หลาย ๆ ท่านอาจเห็นว่าแค่คนหาและส่งไปสัมภาษณ์ได้ถือว่าเก่งแล้วในยุคขาดแคลนกำลังคน ผู้เขียนไม่อยากให้คิดเช่นนั้น นักสรรหาและว่าจ้างมืออาชีพจะตั้งเป้าให้สูงเสมอและพยายามทำให้ได้เป้าและพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ


 


ที่มา: Hr.Management เรื่อง : ชำนาญ พิมลรัตน์
ที่ปรึกษาอาวุโส กลุ่ม บริษัท บีแอลซีไอ กรุ๊ป จำกัด โทร. 0 2937 3773 โทรสาร 0 2937 3770
E-mail :
[email protected]
นิตยสาร Recruit Update ฉบับที่ 420 วันที่ 16-28 กุมภาพันธ์ 2548




จำนวนผู้ชม 22159 ครั้ง




ข้อมูลในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์