การใช้ Sub - Contract ด้านกำลังคน ควรใช้หรือไม่ควรใช้

การใช้ Sub - Contract ด้านกำลังคน ควรใช้หรือไม่ควรใช้ | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ปัจจุบันบริษัทต่าง ๆ ได้หันมาใช้ Sub – Contract ด้านกำลังคนกันมาก โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแต่ตำแหน่ง พนักงานทำความสะอาด เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และแพทย์-พยาบาลประจำบริษัทเท่านั้น แต่ได้ขยายไปถึงพนักงานผลิต พนักงานขับรถ พนักงานขนส่งสินค้า และพนักงานทั่วไป ตำแหน่งต่าง ๆ เป็นต้น

เหตุที่เป็นเช่นนี้ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจาก ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจ การตลาด มีความเสี่ยงสูงขึ้นจึงต้องค้นหาวิธีการในการเพิ่มคนและลดคนที่คล่องตัวที่สุดกับสภาวะนั้น ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้างานมากก็เพิ่มคนง่าย ถ้างานลดก็ลดคนง่ายโดยเกิดผลกระทบกับบริษัทน้อยที่สุด ประกอบกับสภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่เข้มข้นขึ้นทั้งจากคู่แข่งภายในและภายนอกประเทศ ใครที่มีต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่ต่ำกว่าย่อมได้เปรียบคู่แข่งที่มีต้นทุนที่สูงกว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ แนวโน้มการใช้ Sub – Contract ด้านกำลังคนจึงขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดีการใช้บริการด้านนี้ ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แต่ละกิจการจะต้องศึกษาอย่างท่องแท้ ปรับข้อดีของ Sub – Contract ให้เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ ในขณะเดียวกันก็ต้องหาวิธีป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อจำเป็นต้องใช้บริการด้านนี้

ข้อดี

    1. ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการสรรหาพนักงาน โดยหน้าที่นี้ต้องเป็นของบริษัทผู้รับจ้างจัดหากำลังคนมาให้ตามที่ต้องการ
    2. ประหยัดเวลาของเจ้าหน้าที่บุคคลของบริษัทลงไป และสามารถมอบหมายให้ทำงานด้านอื่นเพิ่มขึ้นได้
    3. บริษัทผู้ว่าจ้างสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้แน่นอน ค่าจ้างและสวัสดิการถูกกว่า
    4. สามารถขยายกำลังคนและลดกำลังคนได้อย่างยืดหยุ่นตามความเปลี่ยนแปลงของคำสั่งซื้อ โดยไม่ส่งผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของพนักงานประจำของบริษัท
    5. มีคนทดแทนกรณีแรงงานที่รับจ้างขาดงาน ลางาน ซึ่งไม่เหมือนพนักงานของบริษัทเอง หากลางานไปและบริษัทต้องการให้มีคนทำงานแทนก็ต้องสั่งทำงานล่วงเวลา 1 วัน ค่าล่วงเวลา 1.5 เท่าของค่าจ้างปกติ
    6. เลิกจ้างได้ง่ายกว่า
    7. สามารถเปลี่ยนได้ง่ายหากไม่พอใจการปฏิบัติงาน และหาทดแทนได้กรณีลาออก

ข้อเสีย

    1. อัตราการออกจากงานและการหยุดงานของลูกจ้างแบบ Sub – Contract สูงมากทั้งนี้เพราะลูกจ้างของ Sub – Contract ได้รับค่าจ้างและสวัสดิการที่น้อยกว่าลูกจ้างของบริษัทผู้ว่าจ้าง ในขณะเดียวกันความมั่นคงในการทำงานก็มีน้อยกว่า จะถูกเลิกจ้างหรือโยกย้ายไปทำในสถานที่อื่นเมื่อไหร่ก็ได้
    2. ถ้าควบคุมปัญหา…ไม่ดีปัญหาที่ตามมาคือปัญหา “คุณภาพของผลผลิต” ทั้งนี้เพราะคนงานเปลี่ยนหน้าที่บ่อย ฝีมือย่อมไม่เท่ากัน การควบคุณคุณภาพให้สม่ำเสมอจะเป็นไปได้ยาก
    3. ลูกจ้างของบริษัท Sub – Contract มักจะรู้สึกว่าตนเป็นลูกจ้างชั้น 2 ของบริษัทผู้ว่าจ้าง ขวัญกำลังใจ และการทุ่มเทในการทำงานให้กับบริษัทผู้ว่าจ้างก็จะมีน้อยกว่า
    4. สหภาพแรงงานมักต่อต้านวิธีการใช้ Sub – Contract ด้านแรงงาน ทั้งนี้เพราะมาแย่งงานของลูกจ้างประจำ ทำให้รายได้ลดลงเพราะขาดค่าล่วงเวลา
    5. พนักงานอาจรู้สึกถูกคุกคามจากบริษัทได้ เช่น เลิกจ้างพนักงานประจำแล้วไปจ้างพนักงาน Sub – Contract
    6. หากความไม่มั่นคงด้านจิตใจมีสูง อาจจะเป็นชนวนก็ให้พนักงานจัดตั้งสหภาพแรงงาน
    7. หากบริษัท Sub – Contract นั้นไม่ดี ขาดความรับผิดชอบต่อลูกจ้างของตนเอง เช่นไม่จ่ายค่าจ้าง ไม่จ่ายค่าชดเชย เมื่อเลิกจ้าง เป็นต้น

ลูกจ้างของบริษัท Sub – Contract นั้นจะฟ้องร้องเอากับบริษัทผู้ว่าจ้างได้เพราะเข้าข่ายมาตรา 5 (3) ซึ่งถือว่าบริษัทผู้ว่าจ้างเป็นนายจ้างของลูกจ้างบริษัท Sub – Contract ด้วย (ซึ่งจะได้อธิบายในรายละเอียดต่อไป)

จะเห็นได้ว่าการใช้ Sub – Contract ด้านกำลังคนมีทั้งข้อดีหลายประการและก็มีข้อเสียหลายประการเช่นกัน ดังนั้น การจะใช้ Sub – Contract ให้ได้พอดี สิ่งที่ควรคำนึงถึงจึงมีหลายประการ เช่น :-

    1. ควรพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ของกิจการว่าเป็นอย่างไร เช่นหากต้องการลดต้นทุน ต้องกาควบคุมกำลังคนประจำของบริษัท หรือได้งานเพิ่มเฉพาะเรื่องหนึ่ง ๆ เท่านั้น บางวันรับพนักงานประจำ การลดคนเมื่องานขยายอาจมีปัญหา เป็นต้น ลักษณะนี้การใช้ Sub – Contract ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมทางหนึ่ง
    2. ควรกำหนดให้ชัดเจนว่าต้องการใช้ Sub – Contract กำลังคนกี่เปอร์เซ็น ในงานด้านไหนบ้าง ทั้งนี้เพื่อที่สหภาพแรงงานหรือพนักงานของบริษัทรู้สึกชัดเจนในนโยบายของบริษัทว่าจำเป็นต้องใช้ Sub – Contract ในงานอะไรบ้าง เพราะอะไร ขอบเขตแค่ไหน ความชัดเจนนี้จะไม่ทำให้พนักงานหรือสหภาพรู้สึกถูกคุกคาม
    3. ควรหลีกเลี่ยงใช้ Sub – Contract ในงานที่เกี่ยวกับความลับและเทคโนโลยีที่สำคัญของกิจการ งานที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ หรืองานที่อาจก่อผลกระทบต่อกิจการของบริษัทได้มาก
    4. ไม่ควรใช้ Sub – Contract ด้วยเหตุผล…ที่เป็นลบ เช่น ต้องการตัดกำลังสหภาพแรงงาน ทั้งนี้เพราะจะเป็นการก่อให้สหภาพแรงงานมองบริษัทในแง่ลบ ซึ่งย่อไม่เป็นผลดีในยุคที่บริษัทและพนักงานต้องร่วมมือกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ
    5. ต้องเลือกบริษัท Sub – Contract ที่ดีมีความรับผิดชอบสูง ทั้งนี้เพราะถ้าได้บริษัท Sub – Contract ที่ไม่ดี เอาเปรียบลูกจ้างของตนเอง เช่น จ่ายค่าแรงต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ไม่จ่ายค่าแรงในวันลาป่วย วันหยุดประเพณี ไม่มีประกันสังคม ไม่มีกองทุนเงินทดแทน ไม่มีวันหยุดพักผ่อนประจำปี หรือเลิกจ้างก็ไม่จ่ายค่าชดเชย เป็นต้น เหล่านี้จะทำให้ลูกจ้างที่ถูกส่งเข้ามาทำงานในกิจการของเราไม่มีคุณภาพ ขวัญกำลังใจต่ำ เข้า – ออกจากงานสูงหรือที่ร้ายกว่านั้น อาจนำคดีมาฟ้องร้องต่อบริษัทของเราก็เป็นได้




จำนวนผู้ชม 7077 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์