ใบสมัครนั้นสำคัญไฉน

ใบสมัครนั้นสำคัญไฉน | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ใบสมัครงานมีความสำคัญเป็นอย่างมากและเป็นส่วนหนึ่งของทะเบียนลูกจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจะต้องเก็บไว้ในแฟ้มประวัติของลูกจ้างแต่ละคน แม้จะมีประวัติย่อ (Resume) แล้วก็ตาม ผู้สมัครก็จะต้องถูกขอให้กรอกใบสมัครงานด้วยลายมือของตัวเองด้วย

 สถานประกอบการหลาย ๆ แห่งถือว่าการกรอกใบสมัครด้วยตัวเองเป็นการทดสอบความรู้ความสามารถอย่างหนึ่ง ดังนั้น จึงจะให้ผู้สมัครกรอกแบบ "ฉายเดี่ยว" ไม่ใช่แบบ "ไทยมุง"  หรือมีคนคอยยืนสอนให้กรอกโน่นกรอกนี่หรือมีโค้ชคอยชี้แนะอยู่ข้าง ๆ 

 การกรอกใบสมัครเป็นเรื่องที่จะต้องเตรียมตัวและเตรียมข้อมูลที่จะกรอก ผู้สมัครบางรายใช้เวลากรอกใบสมัครเนิ่นนานจนเกินไป ในขณะที่ผู้สมัครบางรายใช้เวลาไม่มากในการกรอกใบสมัคร ผู้สมัครจะต้องกรอกให้ครบทุกรายการ เพราะการกรอกไม่ครบอาจทำให้สูญเสียโอกาสที่จะได้รับการพิจารณาได้ นอกจากจะต้องกรอกให้ครบแล้วยังจะต้องเขียนให้อ่านง่าย คือ ไม่ถึงขนาดหวัดหรือแบบยุ่ง ๆ เหมือนยุงตีกัน แต่ก็ไม่ต้องขนาดบรรจงถึงขนาดลายมือที่เขียนในประกาศนียบัตร ผู้สมัครควรยึดหลัก 4Cs คือ ชัดแจ้ง (Clear) กะทัดรัด (Concise) ถูกต้อง (Correct) และครบถ้วน (Complete) ซึ่งเป็นหลักการเขียนที่เป็นสากล

 ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผู้สมัครจึงจะต้องเตรียมตัวและจดจำข้อมูลหรือมีเอกสารติดมือไปด้วย เพื่อการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ เช่น วันเดือนปีที่จบการศึกษา วันเดือนปีที่เข้าและออกจากงานแต่ละแห่ง อัตราเงินเดือนที่รับหรือเคยได้รับ ตำแหน่งงานที่ทำหรือเคยทำ เหตุผลที่คิดจะออกจากงานหรือต้องออกจากงาน เงินเดือนที่ต้องการ วันที่จะมารายงานตัวทำงานใหม่ได้ถ้าได้รับการคัดเลือก แผนการศึกษาต่อ (เมื่อใด จะเรียนอะไรและที่ไหน) มีญาติพี่น้องทำงานอยู่หรือไม่ ถ้ามี ใครบ้าง ชื่อและที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่จะให้สอบถามประวัติได้ ระดับความสามารถด้านภาษา เครื่องมือเครื่องใช้หรือเทคโนโลยีหรือโปรแกรมที่ใช้หรือถนัด งานอดิเรกและกีฬาที่ชอบ สมาชิกชมรมหรือสมาคมต่าง ๆ ประวัติด้านสุขภาพและการเจ็บป่วยที่ผ่านมาในรอบ 5-10 ปี งานที่สนใจที่จะสมัครหรือถนัดและอื่น ๆ 

 สำหรับเหตุผลที่คิดจะออกจากงานหรือออกจากงานแล้ว ผู้สมัครควรจะให้ความจริงและเตรียมอธิบายเหตุผล เคยพบอยู่เหมือนกันที่ผู้สมัครอ้างว่าที่ต้องออกมาก็เพราะไม่มีเวลาหางาน  ซึ่งเป็นเรื่องยากที่ผู้สัมภาษณ์จะเชื่อเพราะตามปรกติแล้วผู้สมัครจะซุ่มเงียบและหาจังหวะขอลาพักร้อน(ใช้ลาป่วยและลากิจคงมีเหมือนกัน) หรือหาจังหวะว่าง ๆ แอบไปสมัครหรือสอบสัมภาษณ์ ไม่น่าจะมีใครที่จะออกมาหางานทำแบบ Full-Time หรือเดินหางานแบบเต็มเวลา ขอย้ำว่าเหตุผลที่คิดจะออกจากงาน หรือออกจากงานแล้วเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้สัมภาษณ์มาก  

 เหตุผลที่ออกจากงานอาจได้แก่ ปัญหาการเดินทาง ไม่พอใจกับงานที่ทำอยู่ เงินเดือนหรือรายได้น้อย ขาดความก้าวหน้าในสายอาชีพ ถูกเลิกจ้าง เพราะยุบตำแหน่งหรือลดขนาดหรือการควบรวมกิจการ มีปัญหากับผู้บังคับบัญชาหรือไม่พอใจนโยบายของนายจ้าง ซึ่งต้องพร้อมที่จะอธิบาย เป็นต้น 

 เหตุที่ว่าใบสมัครเป็นเรื่องสำคัญก็เพราะผู้สัมภาษณ์ จะต้องให้แน่ใจว่าได้ข้อมูลครบ  ผู้สมัครที่ให้ข้อมูลไม่ครบจะถูกขอให้จัดหาให้ภายหลัง เพราะถ้าข้อมูลไม่ครบผู้สัมภาษณ์อาจจะไม่พิจารณาจนกว่าจะได้ข้อมูลครบ ซึ่งอาจหมายถึงการพลาดโอกาสสัมภาษณ์ หลักง่าย ๆ ที่ผู้สัมภาษณ์ยึด ก็คือ ถ้าข้อมูลไม่ครบและผู้สมัครจัดหาให้ไม่ได้ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามีประวัติการทำงานไม่น่าพึงพอใจหรือมีปัญหาบางอย่าง ซึ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษซึ่งผู้สมัครจะต้องทำความเข้าใจกับหลักการของผู้สัมภาษณ์ที่ว่านี้

 เหตุผลที่ว่างงานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผู้สัมภาษณ์สนใจและเป็นเรื่องที่ผู้สมัครจะต้องเตรียมอธิบาย ซึ่งก็คงจะเชื่อมโยงกับเหตุผลที่ออกจากงาน ผู้เขียนเคยพบอยู่เสมอ ๆ เช่น รายหนึ่งบอกว่าไปช่วยน้าขายข้าวแกงทั้ง ๆ ที่ทำงานในโรงงานดีพอสมควร แต่เมื่อซักไซ้ก็ยอมรับว่าถูกนายจ้างกลั่นแกล้งให้ออก เพราะเป็นกรรมการสหภาพแรงงาน ครั้นตรวจสอบไปก็พบว่าเป็นคนที่มีนิสัยและทำงานดี ซึ่งในที่สุดก็จ้างและทำงานได้ดีจนได้เลื่อนตำแหน่งในเวลาต่อมา  เป็นต้น ไม่ใช่ว่าผู้สมัครที่ออกจากงานจะเป็นคนไร้คุณภาพเสมอไปไม่ ผู้สัมภาษณ์จะต้องดูเป็นราย ๆ ไปเพราะนายจ้างที่ไม่ดีมีอยู่ไม่น้อย 

 สำหรับผู้สมัคร ถ้าจะต้องระบุว่ามีปัญหาขัดแย้งกับผู้บังคับบัญชาก็ควรที่จะเตรียมอธิบายว่าลักษณะของความขัดแย้งส่วนตัวเป็นอย่างใด มิใช่ว่าผู้สัมภาษณ์ทุกคนจะไม่พิจารณาเสมอไป นักสัมภาษณ์มืออาชีพจะใจกว้างและฟังเหตุฟังผล เป็นไปได้ที่ผู้บังคับบัญชาหรือนายจ้างไม่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นธรรม กลั่น-แกล้งหรือเอารัดเอาเปรียบ การบอกความจริงน่าจะดีกว่าการให้ข้อมูลเป็นเท็จหรือฟังแล้วน่าจะเป็นเท็จหรือฟังไม่ขึ้น และถูกต้อนจนมุมผู้สมัครบางรายระบุว่าออกเพราะได้งานที่ดีกว่า แต่ปรากฏว่าได้เงินเดือนน้อยกว่าเดิม ซึ่งจะต้องพร้อมที่จะอธิบายด้วยเช่นกันและหลาย ๆ กรณีเป็นเรื่องที่อธิบายได้     

 ถ้าผู้สมัครมีประวัติเปลี่ยนงานบ่อยเกินไป หรืออย่างที่ฝรั่งเรียกว่า Job Hopper จะต้องสามารถอธิบายได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้สัมภาษณ์จะระมัดระวังมากโดยเฉพาะผู้ที่เข้าข่าย 5 ปี 4 งาน อย่างที่ผู้เขียนชอบใช้เปรียบเทียบเล่น ๆ เพื่อให้เห็นความถี่ จะถูกซักถามมากเป็นพิเศษเพราะถ้าไม่เก่งเป็นพิเศษก็แย่เป็นพิเศษ การเปลี่ยนงานไม่ใช่เรื่องเสียหายและอาจจะดีกว่าผู้ที่ไม่เคยเปลี่ยนเสียเลย  เพราะผู้สมัครจะได้ประสบการณ์ที่หลากหลาย แต่ถ้าเปลี่ยนมากจนเกินไปและอธิบายไม่ได้ โอกาสได้งานย่อมจะมีน้อยกว่า  
  
 การระบุเงินเดือนที่ต้องการก็มักจะเป็นข้อที่หนักใจ สำหรับผู้สมัครงาน ผู้สมัครเป็นจำนวนมากระบุว่า "แล้วแต่จะพิจารณา" ซึ่งน่าจะสู้การระบุตรง ๆ ไม่ได้ อย่างไรก็ดี  ผู้สมัครจะต้องเตรียมตัวชี้แจงแสดงเหตุผลว่าทำไม จึงขอเงินเดือนจำนวนนั้น ผู้สมัครควรศึกษาราคาค่าตัวหรือระดับเงินเดือนของงานที่สมัคร สำหรับกรณีที่มีความชำนาญแล้วและอัตราเริ่มต้น ถ้าจะต้องกำหนดราคาค่าตัวสูงกว่าราคากลาง ผู้สมัครก็จะต้องพร้อมที่จะอธิบายว่าตัวเองมีดี หรือมีคุณค่าอย่างไร  และทำไมจึงขอในราคานั้น     

 การระบุแผนการศึกษาต่อมีทั้งข้อดีข้อเสียอยู่ในตัวของมันเองในสายตาของผู้สัมภาษณ์ ถ้าองค์การที่ไปสมัครงานด้วยเน้นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และการพัฒนาตัวเองก็อาจจะไม่มองเป็นเรื่องลบ อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครควรพร้อมที่จะอธิบายว่าแผนการศึกษาต่อจะไม่กระทบกระเทือนต่อการทำงานและควรระบุระยะเวลาที่เหมาะสม เรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคต และเป็นเรื่องที่ต้องใช้ดุลยพินิจ ไม่ใช่เรื่องถูกเรื่องผิดและผู้สัมภาษณ์ก็จะต้องทำความเข้าใจกับ Needs หรือความต้องการของผู้สมัครด้วย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ที่จบใหม่จะขอลาออกไปศึกษาต่อ หลังจากที่ทำงานมาได้สักระยะหนึ่งทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ระบุว่ามีแผนจะศึกษาต่อตอนกรอกใบสมัคร เรื่องทำนองนี้พบอยู่เสมอ ๆ ผู้สัมภาษณ์มืออาชีพจะเข้าใจประเด็นเรื่องการศึกษาต่อ และจะมองในเชิงบวกตราบใดที่เห็นว่าไม่มีอุปสรรคต่องานมากนัก หรือเรียนต่อรวดเร็วเกินไป     

 ข้างต้นเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยสำหรับผู้สมัครในเรื่องการกรอกใบสมัคร และสำหรับผู้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการตรวจสอบใบสมัครและการซักถามเพิ่มเติมระหว่างการสัมภาษณ์เบื้องต้น

 


ที่มา: นิตยสาร Recruit Update ฉบับที่ 407 ประจำวันที่ 1-15 สิงหาคม 2547

 





จำนวนผู้ชม 8383 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์