เพื่อลดความวิตกกังวล สิ่งที่ผู้สมัครควรเตรียมมี ดังนี้

เพื่อลดความวิตกกังวล สิ่งที่ผู้สมัครควรเตรียมมี ดังนี้ | บทความการบริหารทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ผู้สมัครเป็นจำนวนไม่น้อยมักจะเกิดความวิตกกังวลหรือมีข้อสงสัยต่าง ๆ นานา เมื่อต้องก้าวเข้าสู่กระบวนการสรรหาและคัดเลือก มากบ้างน้อยบ้างขึ้นอยู่กับประ-สบการณ์ของแต่ละบุคคลและถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา  ผู้สมัครที่เคยผ่านสนามมาแล้ว จะมีความวิตกกังวลน้อยกว่า
 
เมื่อต้องเขียนจดหมายสมัครงานหรือประวัติย่อของตนเอง ก็เกิดความกังวลหรือมีข้อสงสัย เช่น จะสรุปให้กระชับหรือกะทัดรัดและดึงดูดความสนใจของผู้รับสมัครได้ด้วยการใช้คำพูดอย่างไร  เป็นต้น
 
ครั้นเมื่อถูกเชิญไปสัมภาษณ์ก็เกิดอาการทำนองเดียวกัน เช่น กลัวว่าจะไม่ได้รับคัดเลือก หรือสู้ผู้สมัครอื่นไม่ได้   จะตอบคำถามในการสัมภาษณ์ให้เป็นที่ถูกอกถูกใจผู้สัมภาษณ์ได้อย่างไร ผู้สัมภาษณ์จะถามอะไรบ้าง จะแต่งกายอย่างไร  ควรจะผูกเนกไทใส่สูทหรือไม่ ควรจะถือโน้ตบุ๊คติดตัวไปด้วยหรือไม่เพื่อใช้ในการนำเสนอประวัติตัวเอง ควรจะไปถึงสถานที่นัดหมายเวลาเท่าใดและจะเดินทางไปด้วยวิธีใด ใครจะเป็นผู้สัมภาษณ์ จะวางตัวระหว่างการสัมภาษณ์อย่างไรจึงจะดี  เป็นต้น
 
เมื่อถึงเวลานัดหมายก็เกิดความวิตกกังวลหรือมีข้อสงสัยอีก เช่น ควรจะขอเงินเดือนสักเท่าไหร่จึงจะดี ถ้าถูกถามถึงเหตุผลที่ลาออกจากงานควรจะตอบอย่างไรจึงจะเหมาะสม จะอุดช่องว่างช่องโว่หรือข้อด้อยต่าง ๆ  ของตัวเอง เช่น การศึกษาประสบการณ์ ฯลฯ ด้วยวิธีใด ควรจะพูดความจริงหรือควรปั้นเรื่องให้ประวัติตัวเองดูดี  เป็นต้น

ครั้นเมื่อสัมภาษณ์เสร็จก็เกิดความวิตกกังวลอีกเช่นกัน  การที่ผู้สัมภาษณ์ถามอย่างนั้นอย่างนี้หมายความว่าอย่างไร จะมีโอกาสผ่านเข้ารอบต่อไปอีกหรือไม่ การที่ผู้สัมภาษณ์ถามว่าจะมารายงานตัวเข้าทำงานได้เมื่อใด หมายความว่าจะเข้าข่ายหรือมีโอกาสได้รับการคัดเลือกใช่หรือไม่  เป็นต้น                                                                   
 
 สรุปแล้วไม่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์ก็เป็นทุกข์ เมื่อได้รับจดหมายเชิญไปสัมภาษณ์ก็เป็นทุกข์ ระหว่างการสัมภาษณ์ก็เป็นทุกข์และเมื่อเสร็จการสัมภาษณ์ก็เป็นทุกข์หรือมีข้อวิตกกังวลหรือข้อสงสัยไม่มีคำตอบแบบเบ็ดเสร็จหรือสำเร็จรูปและหลาย ๆ กรณีพบว่าผู้สมัครคิดมากไปเองหรือคิดเลยเถิดเกินไป  ผู้สมัครจะต้องพยายามคลายความวิตกกังวลโดยเตรียมตัวเตรียมใจและหาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ รวมทั้งคาดคะเนคำถามและสถานการณ์ซึ่งน่าจะเกิดขึ้น
 
 ความจริงเป็นสิ่งไม่ตายเป็นคำกล่าวที่เป็นอมตะ การบิดเบือนข้อเท็จจริงมีโอกาสถูกจับได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องไปรับการสัมภาษณ์กับนักสัมภาษณ์มืออาชีพ  ซึ่งจะมีเทคนิคลดการบิดเบือนข้อมูลของผู้สมัคร ดังนั้น จึงต้องระวังไว้เหมือนกัน เพราะเมื่อถูกซักเข้า ๆ อาจถึงภาวะจนมุมเข้าได้ง่าย ๆ ตามความเห็นของผู้เขียนการให้ข้อมูลอย่างตรงไปตรงมาน่าจะดีกว่า แต่ควรอธิบายหรือหาเหตุผลสนับสนุน ผู้เขียนเคยเห็นผู้สมัครคนหนึ่งพยายามลบจุดอ่อนของเขาทางด้านการศึกษาได้ค่อนข้างดี

 เมื่อต้องแข่งกับนักเรียนนอกหรือผู้ที่จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยการบอกว่าก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเขาไม่ค่อยได้สนใจเรื่องการเรียนมากนักหรือชอบเที่ยวเตร่ จึงทำให้เขาไม่สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นแนวหน้าได้ แต่การคบหาสมาคมกับเพื่อน ๆ ในตอนนั้นช่วยสร้างจุดแข็งให้แก่เขาเมื่อทำงาน เพราะเขาได้ทักษะทางด้านสังคม ซึ่งนำไปใช้ในงานขายเป็นอย่างดียิ่ง และผู้สมัครท่านนี้ก็ได้พยายามใช้ความดังของบริษัทที่เขาทำงานอยู่และผลงานอันโดดเด่น รวมทั้งความก้าวหน้าในสายอาชีพและการแสดงความเชื่อมั่นในตัวเองของเขาเป็นตัวช่วย  ซึ่งทำให้เขาสามารถลบจุดด้อยได้ 

 

เพื่อลดความวิตกกังวล สิ่งที่ผู้สมัครควรเตรียมมีดังนี้

เตรียมตัวเตรียมใจ
อย่าคิดมากหรือวิตกจนเกินเหตุ  การที่จะได้งานแต่ละครั้งอาจต้องไปสัมภาษณ์หลาย ๆ ที่ พลาดงานนี้ก็สมัครงานอื่นต่อ  ผู้สมัครงานบางคนส่งใบสมัคร 10 ครั้ง อาจถูกเรียกไปสัมภาษณ์แค่เพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น  และอาจไม่ถูกรับเลือกก็เลยได้ ไม่ใช่เรื่องผิดปรกติอย่างใดแต่ต้องพยายามต่อไป


เตรียมข้อมูล

พยายามหาข้อมูลของสถานประกอบการให้มากที่สุด เช่น ใครเป็นเจ้าของ ผลิตอะไร ขาย ที่ไหน ผลิตภัณฑ์ติดตลาดหรือไม่อย่างไร กำไรดีไหม สินค้าหรือบริการมีปัญหาตรงไหน อะไรคือจุดอ่อนหรือจุดแข็งขององค์การและผลิตภัณฑ์
 

ศึกษาขั้นตอนการสัมภาษณ์

 ผู้สัมภาษณ์มืออาชีพจะสัมภาษณ์อย่างมีขั้นมีตอน เริ่มจากการหาข้อมูลส่วนตัวเรื่อยไปจนกระทั่งถึงประสบการณ์ และความสามารถต่าง ๆ และจะเปิดโอกาสให้ผู้สมัครได้ซักถามเกี่ยวกับลักษณะของงานและข้อมูลขององค์การ (ผู้สมัครควรเตรียมคำถามที่จะถามผู้สัมภาษณ์ไว้ล่วงหน้า)
 
คาดคะเนคำถามและเตรียมคำตอบ

 ควรคาดคะเนคำถามในแต่ละจุดดังที่ได้กล่าวในข้างต้นและพยายามศึกษาคำถามที่ผู้สัมภาษณ์มืออาชีพมักจะถาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวกับความสามารถในเชิงพฤติกรรม  เช่น  การแก้ปัญหาและการตัดสินใจ ภาวะผู้นำ ความคิดริเริ่ม  ฯลฯ
 
นอนแต่หัวค่ำ

 
พยายามนอนให้เต็มที่เพื่อจะได้ดูสดชื่นในวันรุ่งขึ้น แต่งกายให้เหมาะสมกับงานหรือสถานที่ที่จะไปสัมภาษณ์  ไม่มีสูตรตายตัวในการสัมภาษณ์ ผู้เขียนเคยเห็นผู้สมัครระดับผู้จัดการเงินเดือนแสนต้น ๆ ใส่สูทและเอาโน้ตบุ๊คติดตัวไปด้วยและนำเสนอประวัติตัวเอง โดยปิดท้ายด้วยคำถามที่ว่า  "ทำไมบริษัทจึงควรจะเลือกผม"  โดยระบุเหตุผลและจุดแข็งของเขาเป็นข้อ ๆ



 
ดังได้กล่าวมาแล้ว   ความวิตกกังวลหรือข้อสงสัยมักจะเกิดขึ้นแก่ทุกคนซึ่งเป็นเรื่องปกติธรรมดาแต่ถ้าหากผู้สมัครได้เตรียมตัวตามข้อเสนอแนะข้างต้น เชื่อว่าความวิตกกังวลหรือข้อสงสัยน่าจะลดลงไปได้ในระดับหนึ่ง
 
 ความทุกข์ทางใจของผู้สมัครยังไม่จบแต่เพียงแค่นี้ ผู้สมัครยังมีความทุกข์ทางใจ  เกิดความวิตกกังวลหรือมีข้อสงสัยต่าง ๆ  อีกในระหว่างระยะเวลา 120 วันแรกซึ่งเป็นระยะทดลองงาน กล่าวคือ หวั่นเกรงว่าจะไม่ผ่านการทดลองงานหรือสงสัยว่าผู้บังคับบัญชามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงาน  การเรียนรู้  การปรับตัว  นิสัยหรือพฤติกรรมอื่นๆ ฯลฯ ข้อเสนอแนะง่าย ๆ ก็คือ ระหว่างระยะทดลองงานซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือเครื่องช่วยในการคัดบุคลากรอย่างหนึ่ง ผู้สมัครที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องพยายามให้ดีที่สุด โดยเน้นปัจจัยต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเพราะทำงานเก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่จะต้องแสดงความสามารถต่าง ๆ ให้เห็นด้วย

 



ที่มา :
คอลัมน์ HR.Manament โดย ชำนาญ พิมลรัตน์
นิตยสาร : Recruit ฉบับที่ 417 ประจำวันที่  1-15 มกราคม 2548


 





จำนวนผู้ชม 8081 ครั้ง




ข้อมูลบทความ ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์