ประโยชน์เพิ่มของ “พนักงาน” : เรื่อง รถรับส่งพนักงานที่นายจ้างจัดให้

ประโยชน์เพิ่มของ “พนักงาน” : เรื่อง รถรับส่งพนักงานที่นายจ้างจัดให้ | การบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ โดย SIAMHRM.COM



ในการทำงานของพนักงานบางกิจการจะมีรถรับส่งพนักงานที่ทางนายจ้างจัดบริการให้ คือ ช่วงตอนเช้าก็รับมาทำงานและช่วงเลิกงานก็ส่งกลับไป ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทนายจ้างที่มีพนักงานเป็นจำนวนมาก ประเด็นการให้ “บริการรถรับส่ง” พนักงานกรณีเช่นนี้ก่อให้เกิดปัญหาด้านภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับนายจ้างที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในเรื่องรายจ่ายเพื่อคำนวณภาษีตามประมวลรัษฎากร และปัญหาด้านภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับพนักงาน/ลูกจ้างในเรื่องของการถือเป็นเงินได้พึงประเมิน จากประโยชน์ที่ได้รับจากนายจ้างนอกเหนือจากเงินเดือน/ค่าจ้าง ซึ่งในการตรวจสอบของเจ้าพนักงานสรรพากรกับประเด็นปัญหานี้ทำให้เกิดการถกเถียงในคำว่า “สวัสดิการ” ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร กับทางฝ่ายนายจ้างและพนักงาน/ลูกจ้างอยู่เสมอ
 
หนังสือตอบข้อหารือกรมสรรพากร ที่ กค 0811 (กท.02)/912 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2544 :  กรณีรถรับส่งพนักงานตามเส้นทางที่กำหนดให้พนักงาน/ลูกจ้าง โดยให้บริการแก่พนักงานทุกคนนั้น เป็นเพียงให้ความสะดวกแก่พนักงานเป็นการทั่วไปและเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ จึงไม่ถือเป็นประโยชน์ที่พนักงานได้รับ
 
ประเด็นพิจารณา :  ในการให้สวัสดิการแก่พนักงานของนายจ้าง เป้าหมายหลักต้องเป็นไปเพื่อกิจการหรือเกี่ยวเนื่องกับกิจการของนายจ้าง ก็คือ ทำให้กิจการของนายจ้างดีขึ้น ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้นายจ้างสามารถถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้และต้องให้พนักงานทุกคนจะได้มีมีปัญหาว่า เลือกปฏิบัติและเป็นการให้ส่วนตัว แต่สวัสดิการที่ให้แก่พนักงานนั้นอาจต้องถือเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงาน/ลูกจ้างที่ต้องนำมาคิดรวมเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ถ้าไม่มีกฎหมายยกเว้นภาษีเงินได้ให้ในประมวลรัษฎากรหรือกฎหมายอื่น แต่การให้บริการของนายจ้างบางกรณีซึ่งอาจเป็นนโยบายของบริษัทฯอาจไม่ได้เรียกว่าเป็น “สวัสดิการ” ของพนักงาน แต่นายจ้างได้จัดให้มีเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของผลผลิตโดยตรง ก็อาจมีการจัดสถานที่ภายในที่ทำงานเป็นที่ออกกำลังกายของพนักงาน สวนหย่อมเพื่อการพักผ่อนของพนักงานสถานที่เพื่อปฏิบัติภารกิจด้านศาสนา ลิฟท์ขึ้นละระหว่างชั้น บันไดหนีไฟ ห้องน้ำชาย/หญิง โรงอาหาร ตู้น้ำดื่ม เพลงที่เปิดในช่วงพักงาน เครื่องปรับอากาศ โต๊ะ/เก้าอี้ ตามความเหมาะสมของตำแหน่งงานหรือแม้กระทั่งรถรับ – ส่งพนักงาน เป็นต้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเรื่องที่นายจ้างไม่ได้มุ่งเน้นไปเพื่อประโยชน์ของลูกจ้างโดยเฉพาะ แต่เป็นบริการที่ให้เป็นการทั่วๆไป ผู้ใดจะใช้หรือไม่ใช้ประโยชน์ส่วนตัวนี้ก็ได้
 
ประเด็นวิเคราะห์  :  จากหนังสือตอบข้อหารืออกรมสรรพากรที่ กค 0811(กม.02)/916 ลงวันที่  7 สิงหาคม 2544 ดังกล่าว กรณีรถรับ-ส่ง พนักงานไม่ถือเป็นประโยชน์เพิ่มที่พนักงานได้รับซึ่งจะต้องนำมารวมคำนวณกับเงินเดือน/ค่าจ้าง เพื่อเสียภาษีเงินได้ มีประเด็นที่ควรพิจารณาจากการตอบข้อหารือ คือ
 
    (1)  คำว่า “ตามเส้นทางที่กำหนด”  กรณีที่ทางบริษัทเป็นผู้กำหนดแผนที่การเดินทาง โดยมีการกำหนดเส้นทางรถที่รับ – ส่ง จะวิ่งไปและกำหนด จุดขึ้น – ลง ตามเวลาที่ระบุไว้ชัดเจน พนักงาน/ลูกจ้างคนใดมาไม่ถึงจุดนัดพบไม่ทัน ก็ถือว่าเที่ยวนั้นตกรถรับ-ส่งพนักงาน ซึ่งต้องเดินทางมาทำงานเองหรือกลับเอง
 
ข้อสังเกต :  ถ้าพนักงาน/ลูกจ้าง เป็นผู้กำหนดแผนที่เพื่อให้รถมารับส่งตามที่พนักงานกำหนด ก็จะกลายเป็นว่ารถรับส่งนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของพนักงานโดยตรง เปรียบเสมือนรถโรงเรียนที่รับ – ส่งนักเรียน ประโยชน์ที่พนักงานได้รับตามข้อเท็จจริงนี้ถือเป็นประโยชน์เพิ่มที่ต้องนำมาคำนวณเป็นเงินได้ของพนักงาน
 
    (2)  คำว่า “ให้ความสะดวกเป็นการทั่วไป” หมายถึงพนักงาน/ลูกจ้าง ของบริษัทนายจ้างทุกคนสามารถใช้บริการนี้ได้และไม่เป็นการบังคับ (จะใช้ก็ได้/ไม่ใช้ก็ได้) อีกทั้งไม่เลือกปฏิบัติบางคนหรือบางตำแหน่ง มิฉะนั้น จะถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ให้เป็นการส่วนตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการคำนวณภาษีเงินได้ของบริษัทนายจ้าง
 
    (3)  คำว่า “เพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ” กรณีรถรับ – ส่ง พนักงานตามแผนที่เส้นทางที่บริษัทนายจ้างกำหนด ทำให้พิจารณาได้ว่าเป็นการบริการเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพของบริษัทนายจ้างให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ได้กระทำเพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่พนักงาน/ลูกจ้าง แต่ วัตถุประสงค์ก็เพื่อประโยชน์ของบริษัทโดยตรงนั่นเอง
 
    หมายเหตุ :  อย่าลืมพิจารณาข้อแตกต่างในประเด็นรถรับ – ส่งพนักงานตามแผนที่เส้นทางที่นายจ้างเป็นผู้กำหนดรถรับ – ส่งนักเรียนที่ผู้ปกครองนักเรียนเป็นผู้กำหนดแผนที่จุดรับ – ส่ง
 
มุมวางแผนสวัสดิการ :  เรื่องรถรับ – ส่ง พนักงาน/ลูกจ้าง ของบริษัทที่นายจ้างจัดบริการให้นี้เป็นประเด็นที่ต้องถกเถียง ชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบของสรรพากรอยู่เสมอ ซึ่งแนวโน้มในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ฯ จะมองให้รูปลักษณะเป็น “สวัสดิการ” ที่นายจ้างจัดให้แก่พนักงาน ดังนั้นเมื่อนายจ้างถือเป็น “รายจ่าย” ในการคำนวณภาษี เงินได้ของตน ในทางกลับกันรายจ่ายตัวนี้ก็ต้องถือเป็นเงินได้พึงประเมินของพนักงาน/ลูกจ้างที่ได้รับ ด้วยเหตุนี้ ความชัดเจนในระเบียบหรือกฎเกณฑ์การให้บริการรถรับ – ส่งพนักงานที่ฝ่ายนายจ้างจัดทำขึ้น รวมทั้งการกำหนดแผนที่เส้นทางและระยะเวลาการเดินรถเพื่อประโยชน์ของบริษัทมีความแตกต่างจากสวัสดิการเพื่อประโยชน์ของพนักงาน/ลูกจ้างในประเด็นใด ที่จะไม่ถือเป็นประโยชน์เพิ่มของพนักงาน คงต้องชี้แจงให้เห็นภาพตามหนังสือข้อหารือฯ ตามที่กล่าว
 
 
 
 
 
ข้อมูลอ้างอิง  : หนังสือกลยุทธ์การบริการทรัพยากรมนุษย์
โดย : รศ.เพิ่มบุญ  แก้วเขียว




จำนวนผู้ชม 9911 ครั้ง




ข้อมูลบทเรียนออนไลน์ในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์