ตามที่รัฐบาล “พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์” ได้ตรา พ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 แทนที่ พ.ร.บ.การฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ พ.ศ. 2534 ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน สาระสำคัญและรายละเอียดเกี่ยวกับการสงเคราะห์และการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน ซึ่งตามกฎหมายดังกล่าว ได้กำหนดให้เสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนพิการหรือทุพพลภาพ โดยกำหนดนิยาม “คนพิการ” และ “ผู้ดูแลคนพิการ” ไว้ดังนี้
“คนพิการ” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เนื่องจากมีความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใด ประกอบกับมีอุปสรรคในด้านต่าง ๆ และมีความจำเป็นเป็นพิเศษที่จะต้องได้รับความช่วยเหลือด้านหนึ่งด้านใด เพื่อให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคมได้อย่างบุคคลทั่วไป
ทั้งนี้ตามประเภทและหลักเกณฑ์ที่รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประกาศกำหนด
“ผู้ดูแลคนพิการ” หมายความว่า บิดา มารดา บุตร สามี ภรรยา ญาติ พี่น้อง หรือบุคคลอื่นที่รับดูแลหรืออุปการะคนพิการ
ต่อมารัฐบาลของนายกรัฐมนตรี “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ได้ตรา พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 37) พ.ศ. 2552 โดยเพิ่มค่าลดหย่อนตามมาตรา 47 (1)(ฎ) แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้ผู้มีเงินได้ซึ่งอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา สามีหรือภริยาบุตรชอบด้วยกฎหมาย หรือบุตรบุญธรรมของผู้มีเงินได้ บิดามารดาหรือบุตรชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยาของผู้มีเงินได้ หรือบุคคลอื่นที่ผู้มีเงินได้เป็นผู้ดูแลตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
โดยบุคคลดังกล่าวต้องเป็นคนพิการหรือทุพพลภาพ สามารถนำค่าอุปการะเลี้ยงดูบุคคลดังกล่าวมาหักลดหย่อนในการคำนวณ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ได้คนละ 60,000 บาท ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข รวมทั้งจำนวนคนพิการและคนทุพพลภาพในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ที่อธิบดีประกาศกำหนด
รายการหักลดหย่อนดังกล่าว ให้หักลดหย่อนสำหรับเงินได้พึงประเมินประจำปี พ.ศ. 2552 ที่จะต้องยื่นรายการในปี พ.ศ. 2553 เป็นต้นไป
และบัดนี้ อธิบดีกรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีเงินได้ (ฉบับที่ 182) เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข รวมทั้งจำนวนคนพิการและคนทุพพลภาพในความอุปการะเลี้ยงดูของผู้มีเงินได้ในการหักลดหย่อนค่า อุปการะเลี้ยงดูคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ หรือคนทุพพล ภาพตามมาตรา 47(1)(ฎ) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 22 ธันวาคม 2552 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ซึ่งจะได้นำรายละเอียดเกี่ยวกับการหักลดหย่อนค่าอุปการะคนพิการมากล่าวในสัปดาห์หน้า ขอความสวัสดีมีชัยจงมีแด่ท่านผู้อ่านในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2553 โดยถ้วนทั่วกันครับ.
ทีมา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์