เมื่อเทคโนโลยีถูกกลืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน และพัฒนาบุคลากร หลายหน่วยงานคงยากที่จะปฏิเสธการนำไอทีมาใช้ แต่จะมีวิธีเลือกอย่างไรให้เข้ากับองค์กร รวมทั้งสามารถพัฒนาต่อเนื่องให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลตามมาอย่างสมบูรณ์โดยใช้เวลาบริหารจัดการภายในระยะเวลาอันสั้น หลังจากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือซิป้า เดินหน้าสานต่อโครงการรณรงค์การใช้ซอฟต์แวร์ไทย จัดงานมอบรางวัลโล่พระอาทิตย์ทองคำปี 2551 เชิดชูเกียรติ 10 องค์กรต้นแบบผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ไทยอย่างมีประสิทธิภาพ และผู้ประกอบการซอฟต์แวร์สนใจเข้าร่วมโครงการฯ กว่า 90 ราย
วันนี้ “พรเทพ จรัสศรี” ผู้จัดการ การจัดการความรู้และระบบอีคลาสรูม บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หนึ่งในองค์กรผู้ได้รับรางวัลดังกล่าว และจุดประกายเริ่มการนำระบบไอทีเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ ที่เรียกว่า HR จะมาให้คำแนะนำ เชิญติดตามความคิดเห็นได้ ณ บัดนี้...
IT Exclusive: ขณะนี้เครือปูนซีเมนต์ไทยนำระบบไอทีมาใช้พัฒนาหน่วยงาน อย่างไรบ้าง
พรเทพ : เครือซิเมนต์ไทย หรือ SCG นำ ไอที มาใช้เพื่อการจัดการความรู้ในแทบทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐานและระบบ SCG คอมพิวเตอร์เน็ตเวิร์ก ที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงสามารถสร้างระบบเว็บเบสแอพลิเคชัน (Web Based Applications) ที่เข้าถึงผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็วทั้งภายในและภายนอกประเทศ ปัจจุบันมี Web Portal ที่ออกแบบเพื่อรองรับการใช้งานได้ 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) ที่มีขอบเขตการทำงานครอบคลุมทั้งอีเลิร์นนิ่ง (E-Learning) และ ระบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management System) ระบบงานที่ถูกออกแบบให้สามารถเพิ่มเติมฟังก์ชันการทำงานได้โดยไม่จำกัดตามแนวคิดในการออกแบบระบบที่เรียกว่าจิ๊กซอโมดูล( Jigsaw Module) สำหรับเนื้อหาความรู้ ใช้หลักการเดียวกับวิกิพีเดีย คือผู้ให้ความรู้แก่กันและกัน โดยระบบจะ Provide เครื่องมือง่ายๆ แก่ผู้ใช้ที่จะนำเสนอเรื่องราวต่างๆ แก่ผู้อื่น หรือร่วมเป็นผู้ดูแลระบบตามสิทธิที่ได้รับมอบหมายจาก Administrator
IT Exclusive: จุดประสงค์ของการนำแอพลิซอฟต์แวร์ SCG อี-เลิร์นนิ่งมาใช้
พรเทพ : จุดประสงค์ของการแนะนำ Software นี้มาใช้ แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ1.ทำหน้าที่เป็น LMS (Learning Management System) 2.ทำหน้าที่เป็น CMS (Content Management System) 3.ทำหน้าที่เป็น Web Portal ของระบบ Knowledge Management (KM) และ4.ทำหน้าที่เป็น Web Tools ที่สามารถเรียกใช้งานได้จากเว็บอื่นๆ โดยวิธีการสร้าง Links เข้ามาที่ระบบนี้ สำหรับ แนวคิดในการออกแบบระบบนี้ใช้แนวคิดที่เรียกว่าจิ๊กซอ โมดุล คือ สร้างเป็นโมดุลย่อยๆ ที่ทำงานเป็นอิสระแต่สามารถนำมาประกอบเพื่อใช้งานร่วมกับโมดุลอื่นๆ ได้อย่างกลมกลืน ภายใต้ระบบใหญ่ที่สามารถให้สิทธิ์กับผู้ใช้ระดับต่างๆ เพื่อเข้าไปใช้งานหรือเพื่อเข้าไปจัดการ เช่น Add Change Delete เป็นต้น กับข้อมูลใน Module ต่างๆได้อย่างคล่องตัว สำหรับ จุดเด่นประการหนึ่งของระบบนี้คือ ระบบสืบค้นข้อมูล (Search Engine) ที่สามารถค้นหาข้อมูลได้จากชื่อเรื่อง (Title) จากรายละเอียดที่เป็นตัวอักษร (Description) และจากคำหลัก (Keyword หรือ Tag)
นอกจากนี้ ระบบ SCG อี-เลิร์นนิ่ง ยังมีระบบรายงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถรายงานพฤติกรรมการใช้งานของผู้ใข้ได้ตลอดทุกวินาทีตั้งแต่เริ่มต้น Log-in จนกระทั้งออกจากระบบ โดย Administrator สามารถสร้างรายงานตามช่วงระยะเวลาที่ต้องการได้ และสามารถส่งรายงานไปยัง Excel เพื่อนำไปวิเคราะห์หรือสามารถนำไปสร้างชาร์ต เพื่อใช้ในการนำเสนอต่อไป
IT Exclusive: ในมุมมองของ SCG คิดว่าควรนำความรู้มาใช้พัฒนาส่วนใดบ้าง
พรเทพ : เครือซีเมนต์ไทย หรือ SCG นำไอทีมาใช้เพื่อการจัดการความรู้ในแทบทุกขั้นตอนของการดำเนินงาน โดยอาศัยโครงสร้างพื้นฐาน ตัวอย่างการสร้างค่านิยมและวัฒนธรรมองค์กร วัฒนธรรมนวัตกรรม หมายถึงวัฒนธรรมที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงในทางที่เป็นประโยชน์ โดยการสร้างบรรยากาศให้พนักงานทุกระดับมีการคิดนอกกรอบ เปิดใจรับฟังความคิดเห็น กล้าแสดงความคิดเห็น กล้ารับความเสี่ยงในการทดลองสิ่งใหม่ๆ ส่งเสริมการพัฒนาตนเอง ใฝ่เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา รวมทั้งจัดให้มีการยกย่องและการให้รางวัลแก่พนักงานที่มีส่วนในการพัฒนานวัตกรรมอีกด้วย ทั้งนี้ทุกคนสามารถช่วยผลักดันให้เครือปูนซีเมนต์ เป็นองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลงได้โดยการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นผู้ที่เปลี่ยนแปลงที่เป็น ทั้งนี้คนกล้า 5 ประการ คือ กล้าเปิดใจรับฟัง กล้าคิดนอกกรอบ กล้าพูดกล้าทำ กล้าเสี่ยงกล้าริเริ่ม กล้าเรียนใฝ่รู้ สำหรับผู้บริหาร ต้องเพิ่มความเปลี่ยนแปลงการเป็นผู้นำ 3 ประการ คือ นำการเปลี่ยนแปลง สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง และบริหารการเปลี่ยนแปลงด้วยการทำเป็นแบบอย่าง
IT Exclusive: หลักการทำงานของระบบมีอะไรบ้าง
พรเทพ : 1.ข้อมูลเกี่ยวกับพนักงานทั้งหมดของเครือซิเมนต์ไทย (SCG) จะเก็บอยู่ในฐานข้อมูลของระบบ e-HR ที่ใช้ SQL Server 2000 เป็น DBMS ระบบงานย่อยๆทั้งหลาย ถ้าจำเป็นต้องใช้ข้อมูลพนักงานที่อัพเดต ล่าสุดจะต้องเขียนโปรแกรมเพื่อเขียนพื้นที่ร่วมกันกับ SQL เซิร์ฟเวอร์ ผ่านระบบ e-HR เสมอ โดยระบบ scg อีเลิร์นนิ่งนี้ก็ช่นเดียวกัน 2.ผู้ใช้รายใหม่จะต้องลงทะเบียนโดยกรอกที่อยู่อีเมลล์เข้าไป จากนั้นระบบจะตรวจสอบว่า Email นี้ที่มีอยู่ในฐานข้อมูลพนักงานหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าเป็นพนักงาน SCG จริง ก็จะนำข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในระบบเข้ามาเก็บไว้ในตารางของระบบนี้ เช่น ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่ง หน่วยงานที่สังกัด หมายเลขโทรศัพท์ ฯลฯ จากนั้นผู้สมัครต้องกำหนด ชื่อ(User Name) และรหัสผ่าน (Password) ด้วยตนเองและใช้ ชื่อที่กำหนดนี้เพื่อการเข้าใช้งานครั้งต่อๆไป แต่ถ้าอีเมลล์ที่ใส่เข้าไปไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลพนักงาน ก็จะอนุญาตให้สมัครต่อได้ แต่จะมีสถานะเป็นเพียง Guest หรือ แขกผู้มาเยือนเท่านั้น ดังนั้นสิทธิต่างๆในการใช้งานจึงไม่เท่ากับพนักงานของ SCG นอกจากว่า Administrator จะกำหนดให้เป็นอย่างอื่น และ 3.ผู้ใช้ทุกรายที่สมัครเป็นสมาชิกรายใหม่ จะได้รับสิทธิเป็น ผู้ใช้ทั่วไประดับ 1 มีพื้นที่บนโฮสต์ สำหรับใช้งาน เช่น อัพโหลดไฟล์ต่างๆ ได้ 20 MB แต่ถ้าเข้ามาใช้งานบ่อยๆและมีไฟล์ที่ต้องอัพโหลดมากขึ้น จะพิจารณาปรับระดับผู้ใช้เป็นผู้ใช้งานทั่วไประดับ2 หรือสูงขึ้นไปอีกตามที่ Administrator จะเห็นสมควร เช่น อาจจะปรับให้เป็น ผู้ดูแลระบบ ในระบบใดระบบหนึ่งหรือหลายระบบก็ได้
IT Exclusive: ช่วยอธิบายหลักการทำงานของระบบโดยสังเขป
พรเทพ : หลักการทำงานของระบบ
1.โมดุล(Module) ทั้งสองมีฟังก์ชันการทำงานเหมือนกัน แต่สร้างขึ้นด้วยวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันอี-คลาสรูม (e-Classroom) ใช้สำหรับสร้างห้องเรียนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ประกอบด้วยข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับหลักสูตรและผู้เรียน เช่น รายละเอียดหลักสูตร รายชื่อผู้เรียน เนื้อหาต่างๆ ของบทเรียน การสอบพรีเทส โพสเทส แบบสอบถาม เว็บบอร์ด ห้องแชท ลิ้งค์ต่างๆที่เกี่ยวข้อง บริการอัพโหลด ดาวน์โหลดไฟล์ ที่ออกแบบมาเพื่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนด้วยกัน และกับวิทยากร สำหรับโมดุล : CoP หรือ Community of Practice มีวัตถุประสงค์เพื่อ เป็นเวทีสำหรับกลุ่มผู้สนใจในเรื่องเดียวกัน ได้ใช้ติดต่อสื่อสารแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกไว้รองรับความต้องการใช้อย่างครบครัน เช่น รายชื่อสมาชิกที่มีระบบติดต่อสื่อสารหลายทาง เช่น ทางโทรศัพท์ ทางอีเมล์ และทางการส่งข้อความ (PIM) มีบริการเว็บบอร์ด ห้องแชท บล็อก ลิงค์ อัพโหลด ดาวน์โหลดไฟล์ อัลบั้มรูป โพล และ แบบสอบถามไว้สำหรับให้สมาชิกในชุมชนได้ใช้เป็นสื่อในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
2.หลักการทำงานของโมดุลนี้คือ โมดุล : อีคลาสรูม ผู้ดูแลระบบจะสร้างห้องเรียนขึ้นมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรใดๆ โดยมอบอำนาจให้ผู้จัดการเรียนการสอนในหลักสูตรนั้นๆ สามารถกำหนดผู้มีสิทธิ์เข้าเรียนได้เองและจัดการทุกอย่างเกี่ยวกับบทเรียนต่างๆ การทดสอบก่อนหรือหลังการเรียน การทำแบบสอบถามหลังการเรียน การทำโพลต่างๆ เป็นต้น และสามารถติดตามผลการเรียนของผู้เรียน ผ่านทางรายงานแบบต่างๆ ที่ระบบจัดเตรียมไว้ให้ อีกทั้งยังสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้เรียนผ่านทางเว็บบอร์ด ทางการส่งข้อความ หรือทางอีเมล์ได้อย่างสะดวก ส่วน โมดุล : CoP ผู้ดูแลระบบจะมอบสิทธิให้แก่ผู้ดูแลชุมชน ได้สร้างชุมชนขึ้นมา โดยสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้ชุมชนมีเครื่องมืออะไรไว้ใช้บ้าง เช่น ถ้าต้องการใช้เว็บบอร์ด ก็เลือก โมดุล: เว็บบอร์ด ถ้าต้องการประกาศข่าวสารหรือปฏิทินกิจกรรมก็เลือก โมดุล : การประกาศ และ ปฏิทิน ถ้าต้องการเขียนบันทึกส่วนตัวแบบออนไลน์ ก็เลือกโมดุล : บล็อก เป็นต้น
IT Exclusive: ใช้งบประมาณทั้งหมดเท่าไร ในการดูแลระบบ
พรเทพ : จากเดิมทุกโรงงานจะต้องมี HR ดูแลส่วนนี้เป็นร้อย เพราะฉะนั้นต้องใช้คนกว่าพันคน เหลือประมาณ 500 คน แต่ขณะนี้เหลืออยู่เพียงโรงงานละ 2 คน เพราะใช้แรงงานนี้ไปทำงานงานด้านอื่นแทน เนื่องจากระบบนี้ให้พนักงานจัดการกันเอง อย่างไรก็ตามระบบดังกล่าวมีการเริ่มใช้งานอย่างจริงจังแล้วกว่า 3 ปี แต่นำมาใช้ประมาณ 4 ปี จากจุดเริ่มต้นแค่เริ่มเปลี่ยนมาใช้ แต่ยังไม่ใช้ในการทำงานจริงจัง โดยใช้เงินลงทุนระบบกว่า 100 ล้านบาท ใช้งานหลายระบบ อาทิ ระบบ eISO ระบบ Health care Information และอี-เลิร์นนิ่ง
IT Exclusive : ระบบ eISO คืออะไร
พรเทพ : eISO ความจริงมีระบบ ISO เป็นข้อกำหนดในการทำข้อมูล เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้ง 2 อย่าง ทำงานอย่างไรเขียนอย่างนั้น เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้ได้มาตรฐานเดียวกัน ทั้งนี้ ต้องควบคุมกระบวนการโดยเขียนเป็นข้อมูล ทำอย่างไรเขียนอย่างนั้น และจะดูว่า เราเขียนอย่างนั้นหรือเปล่า มีการควบคุมที่แน่นอน เพื่อให้ผู้ตรวจสอบรับรู้ข้อมูลและประเมินผลงานออกมาอย่างมีมาตรฐาน เดิม SCG ใช้เอกสารเป็นปึก แต่ปัจจุบันเป็นระบบจัดเก็บข้อมูล eISO ทั้งหมด อยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ นับว่าเป็นการประหยัดกระดาษทั้งหมด
IT Exclusive : ระบบ Health care Information เป็นอย่างไร
พรเทพ : เป็นลักษณะหน้าจอของสถานพยาบาล เป็นหน้าจอของเว็บ เพื่อให้พนักงานเข้ามาดูบันทึกประวัติสุขภาพการรักษาพยาบาลของตนเอง ปกติการพบแพทย์จะบันทึกประวัติคนไข้แล้วเก็บไว้ ทั้งประวัติการพบแพทย์ และประวัติการใช้ยา โดยแพทย์จะเป็นผู้บันทึกข้อมูลให้ ไม่ว่าจะไปหาแพทย์ที่ไหนก็สามารถดูข้อมูลได้ และตัวแอคทีฟที่มีการเตือน เมื่อถึงเวลาที่จะมาตรวจสุขภาพตามที่แพทย์กำหนด
IT Exclusive : ระบบ อี-เลิร์นนิ่ง คืออะไร ใช้ทำไรบ้าง และมีประโยชน์อย่างไร
พรเทพ : SCG ใช้ระบบอีเลิร์นนิ่งมาตั้งแต่ปี 2540 หรือประมาณ 10 ปีแล้ว โดยก่อนหน้านี้ใช้ทดแทนหลักสูตรที่เป็นห้องเรียน แล้วเอาอี-เลิร์นนิ่งเข้ามาแทนที่ มีครูสอน พนักงานมาเรียนด้วยตนเองผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ปรากฏว่าไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากเมื่อ 10 ปีที่แล้ว เทคโนโลยียังไม่ค่อยดี คอมพิวเตอร์ก็ช้า มัลติมีเดียก็ไม่ดีเหมือนสมัยนี้ จึงใช้เวลาค่อนข้างนาน และใช้เงินมาก ส่วนพฤติกรรมคนก็ยังไม่ชินกับการเรียน แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended learning) หมายถึง แทนที่จะเรียนรู้ในห้องเรียนอย่างเดียว ก็เป็นการผสมผสานการเรียนรู้หลายๆ แบบเข้าด้วยกัน เช่น หลักสูตร วิทยากรที่มีทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติให้เรียนรู้ตลอดเวลา หลังจากนั้น กลับมาในห้องเรียน วิทยากรจะถามว่า ที่ไปเรียนมาเข้าใจหรือไม่ ไม่เข้าใจตรงไหนให้ถาม และทำแบบทดสอบความเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจวิทยากรก็จะเสริมให้ ทั้งนี้จะเน้นหนักทางด้านการแบ่งกลุ่มพูดคุยกัน เพื่อเรียนรู้ระหว่างกันมากกว่า ต่อจากนั้นจะให้การบ้าน ค้นคว้าข้อมูล เขียนเป็นรายงานทำส่งทางอีเมลล์ เพราะพนักงานไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ทุกคน มีการเรียนในส่วกลาง
IT Exclusive : ผลตอบรับที่ผ่านมาในการระบบอีเลิร์นนิ่งเป็นอย่างไรบ้าง
พรเทพ : ปัจจุบันพนักงานของ SCG ทั้งหมด เริ่มคุ้นเคยกับการเรียนรู้แบบผสมผสาน โดยจัดแผนการเรียนใหม่ จากเดิมที่เรียนอยู่ส่วนกลาง อาจเข้าไปเรียนทางอินเทอร์เน็ต หลังเลิกงาน หรือวันเสาร์ อาทิตย์ ทางส่วนกลาง และส่งงานผ่านอีเมลล์ แทนที่จะเรียนทางห้องเรียนอย่างเดียว ส่วนหลักสูตรที่นิยม คือ SCG Ready together ปีละ 6 รุ่น 2 เดือนต่อรุ่น รุ่นละประมาณ 120 คน เป็นหลักสูตรปฐมนิเทศน์สำหรับพนักงาน 0-6 เดือน โดยมีประมาณ 10 หลักสูตรกลาง ให้พนักงานมาเรียน อย่างรก็ตามพนักงานใหม่ ควรเรียนทั้ง 10 หลักสูตร เพราะเป็นการฝึกอบรมที่พนักงานต้องรับรู้
IT Exclusive : ปี 2552 จะนำเทคโนโลยีอะไรมาใช้บ้าง
พรเทพ : ที่คิดไว้ จะทำเป็นเวอร์ชวล คลาสรูม สำหรับการดูทางหน้าจอ เหมือนกับพนักงานดูอยู่ที่ต่างๆ ไม่ต้องอยู่ห้องประชุม ส่วนใหญ่เป็นความรู้ทางด้านเทคนิค และช่าง เพราะการสอนด้านเทคนิคเหมือนกับหมอสอนคนผ่าตัด เทคนิค คือ สอนคนให้รู้จักซ่อมเครื่องจักร อาจจะมีผู้เชี่ยวชาญดูแล คนที่อยู่ในหน่วยงานมีส่วนช่วยเรียนรู้แบบรวดเร็ว มีกล้องจับให้เห็นและแก้ไขไปพร้อมกัน ส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในงานซ่อมบำรุง โดยพยายามรวบรวมพนักงานที่เก่งๆ เข้ามาไว้ในบริษัทเดียว เพื่อเข้ากับหลักการที่วางไว้ โดยมีจุดประสงค์เพื่อ เพิ่มขีดความสามารถของช่างที่มีฝีมือ ส่วนเทคโนโลยีใหม่ ที่จะเข้ามาใช้จะเป็นเทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์อื่นๆ ถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ประยุกต์ใช้ แล้วจ้างซอฟต์แวร์เฮาท์เขียน ก็จะทำให้ได้อันนี้ขึ้นมา CMS เป็นโปรแกรมสร้างความรู้ หลักการคือ เก็บความรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ปล่อยให้เหมือนกับน้ำที่ไหลลงทะเลไป
IT Exclusive : คาดว่าจะลดต้นทุนทั้งหมดได้มากขนาดไหน
พรเทพ : การศึกษายังไม่สามารถบอกตัวเลขได้ แต่อาจลดได้ประมาณครึ่ง ทั้งนี้การที่มีงานอย่ในมือ เป็นการสร้างทักษะ แล้วบริษัทจะเทรนด์ให้ตรงกับความสามารถ
IT Exclusive : การนำไอทีเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการองค์กรเป็นอย่างไรบ้าง
พรเทพ : การนำไอทีเข้ามาใช้ เรียกได้ว่าทุกส่วน ทุกฟังก์ชัน และพนักงานในที่มำงานจะมีคอมพิวเตอร์ 1 คนต่อ 1เครื่อง การทำงานต้องทำงานผ่านคอมพิวเตอร์ เรียกว่า 100%ดังนั้นจะสะท้อนให้เห็นว่า ถ้าไฟดับจะทำงานไม่ได้เลย ขณะเดียวกัน ส่วนตัวมองว่า ไอทีมีความสำคัญทุกอย่างใช้ไอทีหมด เริ่มตั้งแต่การติดต่อสื่อสาร การส่งจดหมาย เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ไปแล้ว
IT Exclusive : อยากฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง
พรเทพ : ในฐานะที่เป็นบริษัทของคนไทย อยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันสนับสนุนส่งเสริมซอฟต์แวร์ที่เป็นของคนไทยก่อน และถ้าอะไรที่ไม่สามารถตอบสนองได้ค่อยพิจารณาซอฟต์จากต่างประเทศ อย่างที่เป็นแบบอย่างในการเลือกซอฟต์แวร์ของคนไทย ที่สำคัญคือความสามารถของคนไทย ไม่แพ้ชาวต่างชาติ
