เจาะหลักบริหารคนรุ่นใหม่ (Gen X และ Y) คือ?

เจาะหลักบริหารคนรุ่นใหม่ (Gen X และ Y) คือ? | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM

• ความเชื่อที่ 1 เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ไม่รักองค์กร คนรุ่นเก่าในองค์กรมักจะมองว่าตนเองนั้นรักองค์กรมากมาย ทุ่มเททำงานหามรุ่งหามค่ำ ก็เพื่อองค์กรของเรา แต่พอเขามาเห็นพฤติกรรมในการทำงานของคนรุ่นใหม่ ก็เลยมองว่า คนรุ่นนี้ไม่มีความรักต่อองค์กรเลย คิดจะเปลี่ยนงานก็เปลี่ยนทันที คิดจะไปก็ไปเลย 

    • ข้อโต้แย้ง เป็นข้อโต้แย้งมาจากการสอบถามกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ ว่าเขาไม่รักองค์กรจริงหรือ ซึ่งคำตอบที่ออกมาก็คือ เขาจะรักองค์กร ก็ต่อเมื่อองค์กรรักเขา ที่คนรุ่นนี้เชื่อแบบนี้ ก็เพราะเขาโตขึ้นมาในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ เขาเห็นพ่อแม่ต้องตกงาน ถูกปลดจากงาน เห็นคนมากมายที่ต้องว่างงาน และต้องพยายามดิ้นรนเพื่อหางานทำให้มีชีวิตอยู่รอดต่อไปได้ ก็เลยทำให้เด็กรุ่นใหม่ ไม่ค่อยเชื่อในระบบการบริหารงานขององค์กร เพราะเขามองว่า ถ้าองค์กรต้องการเขา เขาก็อยู่ต่อได้เรื่อยๆ แต่เมื่อไหร่ที่องค์กรมีปัญหา พนักงานก็จะถูกปลดออกได้ทันที ด้วยเหตุผลนี้เองก็เลยทำให้เขาไม่ค่อยรู้สึกรักองค์กรเท่าไหร่ แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าองค์กรปฏิบัติต่อเขาด้วยความรัก และเอาใจใส่ เด็กรุ่นใหม่นี้ ก็จะมีความรู้สึกรักและผูกพันกับองค์กรอย่างมาก เรียกว่าทำงานถวายหัวกันเลยทีเดียว 

    จากงานวิจัยเรื่อง Gen X กับ Gen Y เรื่องของ Loyalty นั้น อันดับหนึ่งที่คนรุ่นใหม่มอบให้ก็คือ ครอบครัว ถัดมาก็คือ ตนเอง ถัดมาคือกลุ่มเพื่อนฝูงของตน ถัดมาก็เป็นเพื่อนร่วมงาน และสุดท้ายก็คือองค์กรนั่นเอง ซึ่งก็เหมือนกับว่าความเชื่อที่ว่าข้างต้นนั้นเป็นความจริง แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะอย่างที่บอกไว้ว่า ถ้าองค์กร Loyalty ต่อตัวพนักงานรุ่นใหม่ เขาก็จะมี Loyalty ต่อองค์กรด้วยเช่นกัน และคนที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นกับพนักงานกลุ่มนี้ได้ก็คือ บรรดาหัวหน้า และผู้จัดการทุกระดับ ที่มีลูกน้องอยู่ใน Gen นี้นั่นเอง 

    • ความเชื่อที่ 2 คนรุ่นใหม่ไม่มีวินัยในการทำงาน ความเชื่อที่สองนี้ เรามักจะได้ยินผู้จัดการรุ่นก่อนๆ พูดว่า “เด็กรุ่นใหม่นี้ ไม่มีวินัยในการทำงานเอาซะเลย สู้คนรุ่นก่อนๆ ก็ไม่ได้” ก่อนอื่นก็คงต้องมานิยามคำว่าวินัยในการทำงานกันก่อนเหมือนกันนะครับว่า จริงๆ แล้วแปลว่าอะไร วินัยในมุมมองของคนรุ่นก่อน กับวินัยในมุมมองของคนรุ่นใหม่นั้นแตกต่างกันสักแค่ไหน คนรุ่นเดิม มักจะมองเรื่องของการทำงานเป็นลักษณะของกระบวนการทำงาน จะต้องมาเริ่มงาน และทำงานที่บริษัท เวลาการทำงานต้องทำงานจริงๆ ห้ามเอางานอื่นที่ไม่ใช่งานขึ้นมาทำเด็ดขาด นี่คือวินัยของคนรุ่นเดิมที่มองกัน ก็เลยทำให้คนรุ่นเดิมมองเด็กรุ่นใหม่ว่าไม่มีวินัยเลย คิดจะมาทำงานกี่โมงก็มา คิดจะไปไหนก็ไป ฯลฯ 

    • ข้อโตแย้ง คำว่าวินัยในการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่เขามองนั้น ไม่ใช่เรื่องของเวลาในการทำงานในองค์กรเลย แต่เขามองว่า วินัยในการทำงานก็คือ การที่เขาสามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ และได้ตามกำหนดเวลามากกว่า ที่จะต้องมานั่งทำงานตามเวลาทำงานเข้างานออกงาน พนักงานรุ่นใหม่คิดว่า เขาสามารถนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ และจะใช้เวลาในการทำงานแบบไหนก็ได้ แต่สิ่งที่เขามอบให้องค์กรได้ก็คือ ความสำเร็จของงานเช่นเดียวกันคนรุ่นเดิม 

    • ความเชื่อที่ 3 คนรุ่นใหม่ไม่มีความอดทน คำพูดนี้ผมเชื่อว่าหลายท่านน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง เนื่องจากคนรุ่นเก่ามองว่า เด็กรุ่นใหม่เวลาทำอะไร ก็ทำเร็วๆ ไม่ค่อยๆ ทำ บางครั้งก็ใจร้อน รอคอยไม่ค่อยจะได้ นอกจากนั้น ยังทำงานไปเล่นไป เปลี่ยนไปมาระหว่างงาน กับเรื่องอื่นๆ บางคนก็ใจร้อนมากอยากจะเป็นผู้จัดการตั้งแต่อายุน้อยๆ ทั้งๆ ที่คนรุ่นเก่านั้นต้องทำงานกว่า 10 ปีถึงจะได้มีโอกาสเลื่อนขึ้นไปไปผู้จัดการ ก็เลยถูกมองว่า เด็กรุ่นใหม่ไม่มีความอดทนพอ 

    • ข้อโต้แย้ง เนื่องจากเด็กรุ่นใหม่โตมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โลกอินเตอร์เน็ตที่สามารถจะหาข้อมูลทุกอย่างได้ในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นความรู้ ทักษะ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ อยากรู้อะไร อยากได้อะไร ก็หาเอาได้เลยจากอินเตอร์เน็ต ก็เลยทำให้ทุกอย่างมันรวดเร็วไปหมด การพัฒนาตนเองในสมัยนี้ก็สามารถทำได้อย่างรวดเร็วกว่าสมัยก่อนหลายเท่า ปัจจุบันอยากเรียนอะไร อยากพัฒนาเรื่องอะไร เราก็สามารถหาได้ในทันที แถมมีให้เลือกเยอะด้วย ด้วยเหตุผลนี้เอง ที่ทำให้คนรุ่นใหม่ต้องการที่จะเติบโตและก้าวหน้าในหน้าที่การงานอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังรออะไรนานๆ ก็ไม่ค่อยจะได้ เพราะชีวิตที่โตมานั้นโตมาพร้อมกับคำตอบที่รวดเร็ว ดังนั้นเด็กรุ่นใหม่เองก็มองว่าเขาก็มีความอดทนเช่นกัน แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่แตกต่างไป ก็เลยทำให้เรื่องของเวลามันเร็วขึ้นกว่าในอดีต 

    นี่ก็เป็นอีกมุมมองและความเชื่อที่มีต่อคนรุ่นใหม่ ผมคิดว่า คนเราทุกคนไม่ว่าจะเกิดในรุ่นไหนก็ตาม ต่างก็ต้องการสิ่งที่เป็นพื้นฐานในการมีชีวิตอยู่เหมือนๆ กัน ต้องการเงิน ต้องการความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ต้องการความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน ต้องการประสบความสำเร็จกันทั้งนั้น 

    แต่สิ่งที่ทำให้คนแต่ละรุ่นมีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน ก็เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เติบโตขึ้นมาของคนแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกันมาก ทำให้ความคิด ความเชื่อ และพฤติกรรมของคนแสดงออกแตกต่างกันไป 

    การที่องค์กรจะทำให้คนทุกรุ่นที่ทำงานในองค์กรสามารถที่จะทำงานร่วมกัน อยู่ร่วมกัน และสร้างความสำเร็จร่วมกันได้นั้น คำตอบอยู่แค่เพียงคำว่า “ความเข้าใจกัน” แค่นั้นเองครับ 

    ไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน จะเก่าแค่ไหน หรือใหม่แค่ไหน ต่างคนต่างก็ต้องเข้าใจซึ่งกันและกัน คนรุ่นเดิม ก็ต้องเรียนรู้ว่า Gen X Gen Y คิดอย่างไร (ซึ่งผมเชื่อว่าไปฟังมาเยอะแล้ว) ส่วนคนรุ่นใหม่ก็ต้องเรียนรู้เช่นกันว่า คนรุ่นเดิมนั้นคิดอย่างไร และต้องการอะไร ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วผมไม่ค่อยเห็นองค์กรไหนมีการฝึกอบรมคนรุ่นใหม่ให้เข้าใจคนรุ่นเก่าเลย มีแต่เอาคนรุ่นเก่ามาเรียนรู้ถึงอุปนิสัยของคนรุ่นใหม่มากกว่า ผลก็คือ ยังไม่เข้าใจกันอยู่ดี 

    ดังนั้นไม่ว่าจะรุ่นไหนก็ตาม ต่างก็ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน และต้องปรับตัวเข้าหากันให้ได้ เพื่อที่จะสามารถอยู่ร่วมกัน สร้างผลงานให้กับองค์กรให้ได้ตามเป้าหมาย 



บทความโดย : คุณประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร





จำนวนผู้ชม 2852 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์