ประโยชน์หรือผลลัพธ์ที่ Benchmarking

ประโยชน์หรือผลลัพธ์ที่ Benchmarking | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



การกินช็อกโกแล็ตทีเดียวเท่าตัวช้าง
แทนที่จะอร่อยกลับส่งผลร้ายทำให้ร่างกายเจ็บป่วยจนถึงขั้นล้มตายก็เป็นได้

อะไรคือ ประโยชน์หรือผลลัพธ์ที่จับต้องได้
ภายหลังองค์กรประสบความสำเร็จบนเส้นทาง Benchmarking ?



และต้องทำอย่างไร
จึงสามารถจูงใจผู้มีส่วนได้เสียขององค์กรให้ความร่วมมือร่วมใจกันมุ่งเดินไปบนเส้นทางสายนี้?



อะไรคือ เครื่องมือ หรือขั้นตอนกระบวนการที่ดีที่สุดในการทำ Benchmarking?



เหล่านี้คือ คำถามที่ "บรูซ เซิลส์" ผู้เชี่ยวชาญ Benchmarking
ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยองค์การเพิ่มผลผลิตแห่งเอเชีย (APO)
มักได้ยินและต้องให้คำตอบอยู่เสมอ



"ผมมั่นใจว่า Benchmarking
คือเครื่องมือที่ดีที่สุดสำหรับการนำไปปรับปรุงองค์กร" คือคำกล่าวฟันธงของ บรูซ
เซิลส์ ที่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากว่า 25 ปี
ในงานสัมมนาซึ่งจัดโดยสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ในหัวข้อ Innovation& Benchmarking



โดยแท้จริงแล้ว Benchmarking ไม่ใช่เรื่องใหม่
แต่มีองค์กรชั้นนำทั่วโลกต่างนำไปใช้และช่วยสร้างผลิตภาพให้เกิดขึ้น
ช่วยลดค่าใช้จ่าย ช่วยเพิ่มยอดขาย กระทั่งสามารถก้าวเป็น
องค์กรชั้นเลิศในที่สุด



"Benchmarking จะทำให้เกิดการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
แสดงผลลัพธ์ที่ชัดเจน ดังนั้นผมจึงคิดว่ามันควรเป็นวาระระดับประเทศชาติ
ไม่เป็นเพียงวาระระดับองค์กรเท่านั้น"



บรูซ เซิลส์ อธิบายว่า Benchmarking นั้นมีอยู่ 9 เสาหลัก



เสาแรก การกำหนดตัวชี้วัด KPI (Key Performance Indicator)
ซึ่งเขาแนะนำว่าควรมีจำนวนไม่เกิน 5 ตัววัด
ไม่เช่นนั้นคงต้องวัดกันแบบไม่มีวันจบสิ้น จนหาข้อ สรุปไม่ได้นั่นเอง
เสาที่สอง
มีกระบวนการทางนวัตกรรม
เสาที่สาม
การนำองค์กรไปสู่ความเป็นเลิศอย่างมีวิสัยทัศน์
เสาที่สี่
ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง
เสาที่ห้า
การวางแผนเชิงกลยุทธ์เพื่อบรรเป้าหมาย
เสาที่หก
กรอบในการบริหารจัดการและการประเมินผล
เสาที่เจ็ด การลงมือปฏิบัติอย่างมุ่งมั่น
จริงจัง
เสาที่แปด มีแนวคิดที่สำคัญในการลดความสูญเสีย
เสาที่เก้า
การจูงใจให้คนในองค์กรเล็งเห็นประโยชน์จากแนวทางนี้และให้ความร่วมมือ


อย่างไรก็ดี เรื่องราวของแต่ละองค์กรก็คงเหมือนหนังคนละม้วน
ดังนั้นในการตีโจทย์ของ Benchmarking ของแต่ละองค์กรก็ย่อมต้องแตกต่างกันไป



หากแต่ในการบรรยายของ บรูซ เซิลส์
มีแง่คิดมุมมองที่น่าสนใจและน่าจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรในการนำไปปรับใช้


ตัวอย่างเช่น เขายกตัวอย่างประโยคที่ว่า "Your Business is a Chocolate
Elephant"
ซึ่งหมายถึง ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปทำทีละฝ่าย ทำทีละส่วน
อย่าคิดหักดิบทำทีเดียวทั้งองค์กร



การกินช็อกโกแล็ตจำนวนเท่าตัวช้าง
แทนที่จะอร่อยแต่อาจส่งผลร้ายทำให้ร่างกายเจ็บป่วยจนถึงขั้นล้มตายก็เป็นได้



"อย่าโฟกัสที่เปอร์เซ็นต์ตัวเลข"
ว่ามีความห่างมีความต่างจากองค์กรที่เก่งแค่ไหน
และสามารถพัฒนาตีตื้นขึ้นเป็นตัวเลขที่ดีขึ้นอย่างไร เพราะก็มีอยู่หลายเรื่องราว
ที่ตัวเลขกลับไม่ได้เชื่อมโยงกับ ผลลัพธ์ความเป็นจริงแม้แต่น้อย



"ไม่จำเป็นต้องไปหาวิธีการใหม่ๆ ความคิดดีๆ วิธีการดีๆ
มักมีคนเคยคิดเคยทำมาก่อนแล้ว แต่ต้องไปแสวงหาให้เจอ"
"Benchmarking
เป็นการไปเรียนรู้จากผู้อื่นแต่อย่าลืมว่ามันต้องไม่ใช่การลอกเลียนแบบ" ตรงกับสำนวน
One Size Fits All คงไม่มีวิธีการใด เครื่องมือใดที่ นำไปใช้ได้กับทุกองค์กร
จำเป็นต้องปรับใช้ตามความเหมาะสม



หรือ ทำนองเดียวกับ ถ้าอยากโดดเด่นเป็นซูเปอร์สตาร์เหมือน อั้ม พัชรภา
จนแล้วจนรอดก็คงไม่อาจเป็นเช่นนั้น และอาจต้องรอถึงชาติหน้า
แม้ว่าจะก้อบปี้อั้มทุกฝีก้าวกระทั่งเหมือน "เป๊ะ" ก็ตามที



"มันเริ่มต้นได้อย่างง่ายดาย
โดยให้พนักงานทุกส่วนทุกฝ่ายมานั่งพูดคุยเพื่อแชร์ประสบการณ์ที่แตกต่างหลากหลาย"



"มักเกิดอุปสรรคอยู่เสมอเวลาที่องค์กรต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
แต่มันเป็นไปได้เสมอหากชี้ให้ทุกคนเห็นถึงผลประโยชน์"



"คำนึงถึงกฎ 80/20 ของพาเรโต ที่มีความหมายว่าเรื่องที่สำคัญจะมีเพียง 20 %
แต่ที่ไม่สำคัญมีถึง 80 %" บรูซ เซิลส์
ได้แนะนำว่าแม้จะรู้ว่าต้องคำนึงถึงเรื่องที่สำคัญแต่ก็ไม่ควร
ละเลยหรือลืมในเรื่องที่ไม่สำคัญ เพราะอย่าลืมว่าสัดส่วนของมันมีจำนวนที่มากโข



"อย่าเปรียบเทียบกับองค์กรที่อยู่ในอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเดียวกัน"
เพราะเหมือนคงเหมือนการปิดตา การมีโลกทัศน์ที่คับแคบ
กระทั่งที่สุดจะนำไปสู่แนวทางหรือวิธีการแบบเดิมๆ



"ระหว่างทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขในบางเรื่อง
บางจุดซึ่งไม่อยู่ในแผนที่วางไว้"



และอย่าลืมว่า Benchmarking
อาศัยความมุ่งมั่นและการปฏิบัติอย่างต่อเนื่องอย่างไม่มีที่สิ้นสุด



เมื่อพิจารณาดีๆ หลักคิดของ Benchmarking คล้ายกับสำนวนจีนที่ว่า "รู้เขา รู้เรา
รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง"



ในความเป็นจริง ไม่ใช่เรื่องที่ยากเลย หากคิดลงมือทำตามแนวทางนี้
เพียงแค่การตอบคำถามที่มีอยู่ 4 ข้อ นั่นคือ



เราอยู่ที่ไหน ต้องรู้สถานะ
ปัญหาความจำเป็นของตัวเองเสียก่อน



ใครเก่งที่สุด
ต้องแสวงหาองค์กรที่เก่งที่ดีที่สุดเพื่อนำมาเป็นต้นแบบให้เปรียบเทียบหาช่องว่าง
หาจุดบกพร่องของตัวเอง



เขาทำอย่างไร
ต้องเข้าไปศึกษาเรียนรู้กระบวนการความสำเร็จอย่างถ่องแท้



เราจะทำให้ดีกว่าเขาได้อย่างไร คำถามนี้มีความสำคัญที่สุด
เพราะเป็นการเอาความรู้นำมาวางแผนปฏิบัติจริงและมีองค์กรจำนวนไม่น้อยที่ตกม้าตายตรงจุดนี้

โดย : ชนิตา ภระมรทัต





จำนวนผู้ชม 4838 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์