“ทุกโครงการที่ผ่านมาของเรา นอกจากจะเป็นความภาคภูมิใจของโนเบิลแล้ว ยังเป็นความภาคภูมิใจของคนกรุงเทพฯ อีกด้วย”
“โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์” หนึ่งในผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทย เริ่มต้นในปี 2534 โดยกลุ่มนักธุรกิจไทย หวนสำรวจเส้นทางธุรกิจกว่า 20 ปี ชื่อ “โนเบิล” ประสบความสำเร็จในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยมากถึง 37 โครงการ ทั้งในแบบบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม ทาวน์เฮ้าส์ และที่ดินจัดสรร รวมมูลค่ากว่า 52,000 ล้านบาท
หากความแข็งแกร่งของตึกสูงมีจุดเริ่มต้นมาจากการมีเสาเข็มที่ แข็งแรง การที่ “โนเบิล” เติบโตในตลาดที่มีผู้เล่นมากราย ก็ย่อมมีเหตุผล
คุณกิตติ ธนากิจอำนวย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การทำโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในสไตล์โนเบิล ไม่ได้คิดเพียงแค่เป็นการสร้างที่อยู่อาศัย
“ปรัชญาการออกแบบในทุกโครงการคือ เราสร้างที่อยู่อาศัยด้วยแนวคิดที่แตกต่างอย่างมีดีไซน์ และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ในการอยู่อาศัย ที่ตอบโจทย์รูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ และสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับลูกค้าของเรา ภายใต้กลยุทธ์ที่เราเน้นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูง มีความหรูหรา และสามารถเข้าถึงเป็นเจ้าของได้ บนทำเลเด่นๆ ในกรุงเทพฯ ที่แม้วันนี้จะหายากขึ้น แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความตั้งใจนี้ เพราะเรายังคงให้ความสำคัญกับการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าเสมอ นี่เป็นจุดแข็งที่โนเบิลทำมาอย่างต่อเนื่อง”
คุณกิตติ เปิดเผยว่า แผนธุรกิจ ปี 2556 โนเบิลเตรียมรุกตลาดคอนโดมิเนียมอย่างเต็มที่ ทั้งการสานต่อโครงการ “โนเบิล เพลินจิต” มูลค่า 15,000 ล้านบาท และเปิดตัว 3 โครงการใหม่มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท ในทำเลเยี่ยมติดรถไฟฟ้า ทั้งย่านรัชดา, ทองหล่อ และสุขุมวิท
“โนเบิล เพลินจิต ถือเป็นสุดยอดโครงการคอนมิเนียมที่มีความโดดเด่นหลายด้าน ทั้งทำเลที่ตั้งในย่านใจกลางธุรกิจสำคัญของกรุงเทพฯ ติดสถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต ขนาดที่ดินกว้างกว่า 9 ไร่ ออกแบบอย่างมีเอกลักษณ์สไตล์โนเบิล มีพื้นที่สีเขียวมากถึง 4 ไร่ ซึ่งหาได้ยากในโครงการเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ลูกค้าจึงตอบรับดีมากและเริ่มก่อสร้างแล้ว คาดว่าจะสร้างแล้วเสร็จใน 4 ปีข้างหน้า”
ขณะที่คอนโดมิเนียมอีก 3 โครงการใหม่บนทำเลใจกลางเมืองกรุงเทพฯ คือ รัชดาภิเษก ทองหล่อ และสุขุมวิท ทุกโครงการยังคงเน้นคุณภาพในทุกด้าน ทั้งทำเลที่ตั้ง ศิลปะการออกแบบ วัสดุที่เลือกใช้ สิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าในการลงทุน โดยสิ่งที่แตกต่างไปในแต่ละโครงการคือขนาดห้องชุด ที่เราทำให้เหมาะกับกำลังซื้อของลูกค้าแต่ละกลุ่ม และคาดว่าครึ่งหลังของปี 2556 บริษัทฯ อาจซื้อที่ดินเพิ่มเพื่อเปิดตัวอีก 1-2 โครงการ”
พร้อมการเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง เขาเผยว่า สิ่งที่โนเบิลยึดมั่นมาตลอดคือการให้ความสำคัญกับความสุขของลูกค้า คู่กับการพัฒนาทัศนียภาพและคุณภาพสังคมเมือง
“ความภูมิใจของผมและชาวโนเบิลทุกคนคือ ทุกโครงการที่ผ่านมาของเรา นอกจากจะเป็นความภาคภูมิใจของโนเบิลแล้ว ยังเป็นความภาคภูมิใจของคนกรุงเทพฯ อีกด้วย”
มองศักยภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย คุณกิตติให้ความเห็นว่า ยังมีศักยภาพสูงในแง่การลงทุน โดยเฉพาะเศรษฐกิจปัจจุบันที่อยู่ในช่วงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ อัตราเงินเฟ้อสูง อย่างที่เรียกว่า Negative Interest ทำให้การซื้ออสังหาริมทรัพย์ทั้งเพื่อการอยู่อาศัยและเพื่อการลงทุนระยะยาวเป็นทางเลือกการออมเงินที่มีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้การรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเต็มรูปแบบในปลายปี 2558 จะทำให้มีเงินลงทุนไหลเข้าออกได้เสรีกว่าเดิม รวมทั้งจะเพิ่มทำเลที่มีศักยภาพขึ้นอีก
“ผมคิดว่า AEC จะเพิ่มโอกาสมากขึ้นในการไปลงทุนในเมืองที่มีศักยภาพใหม่ๆ โดยเฉพาะเมืองที่เป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งในประเทศเพื่อนบ้านก็เป็นโอกาสใหม่ๆ ด้วย ซึ่งโนเบิลเองก็ไม่ทิ้งโอกาสเหล่านี้ เรากำลังศึกษาตลาดอยู่เช่นกัน”
ที่มา : bangkokbiznews.com