จับเทรนด์..สร้างกลยุทธ์

จับเทรนด์..สร้างกลยุทธ์ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



โดย : รศ. ดร. ธีรยุส วัฒนาศุภโชค
       
        ปีใหม่ที่มาถึง คาดว่าจะนำมาซึ่งความท้าทายแก่กิจการไม่น้อยทีเดียว เนื่องจากกระแสการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอน ถาโถมเข้าใส่ธุรกิจอย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้น ในปี 2555 นักบริหารทุกท่านจึงต้องมาวิเคราะห์กระแสจับเทรนด์ของธุรกิจและสังคม เพื่อนำไปสู่การวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับการดำเนินงาน
      
        กิจการต้องอ่านเทรนด์ให้ขาด วิเคราะห์ผลที่จะกระทบกับธุรกิจของเรา และทำการกำหนดกลยุทธ์ที่สอดคล้อง ให้นำหน้าคู่แข่งขันแบบไม่เห็นฝุ่นครับ เริ่มจากขั้นตอนแรก คือ การค้นหาเทรนด์ที่ชัดเจนและจะเป็นตัวนำให้เกิดกระแสต่างๆของสังคมและธุรกิจในอนาคตที่จะมาถึง โดยเทรนด์ดังกล่าวนั้น ต้องเป็นแนวโน้มที่จะอยู่ในความสนใจของประชาชนวงกว้าง และมีศักยภาพที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบของธุรกิจได้ โดยเฉพาะจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของทัศนคติ ความต้องการ และพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเป็นหลัก
       
        โดยประเด็นแรกที่กิจการต้องพิจารณาเพื่อค้นหาเทรนด์ดังกล่าวนั้น คือ การประเมินผลกระทบที่มีต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค อาทิ กระแสการเข้าสู่โลกยุคโซเชียลเน็ตเวอร์ค ก่อให้เกิดกระแสการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนในวงกว้างอย่างไร เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ก่อให้เกิดแนวคิดและพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่แตกต่างไปหรือไม่ และผลกระทบเหล่านั้น มีระดับความรุนแรงสูงหรือต่ำอย่างไร รวมถึงขอบเขตของผลกระทบกว้างขวางหรือไม่ จะกระทบกับแค่ชุมชนใดชุมชนหนึ่ง หรือ กระทบกับประชากรทั่วทั้งโลกในวงกว้าง เป็นต้น
       
        โดยหากพิจารณากรณีของเทรนด์โซเชียลเน็ตเวอร์คนั้น จะพบว่าเป็นแนวโน้มที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากมีผลกระทบต่อวิถีการดำรงชีวิตของประชาชนทั่วทั้งโลกในวงกว้าง ก่อเกิดผลในระดับสูงที่มีต่อทัศนคติและพฤติกรรมการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคโดยทั่วไปอย่างมากทีเดียว
       
        ทั้งในแง่ของการช่องทางการรับข้อมูลข่าวสารผ่านทางระบบไร้สาย การปฏิสัมพันธ์ผ่านวงสังคมออนไลน์ที่ทำให้ความเชื่อถือสื่อโฆษณาในรูปแบบเดิมๆลดน้อยลง แต่จะให้ความสำคัญกับคำแนะนำจากกลุ่มเพื่อนในโซเชียลเน็ตเวอร์คของตนมากขึ้น ทำให้รูปแบบของกลยุทธ์สื่อสารการตลาดต้องพลิกจากเดิมไปอย่างมาก รวมถึงทำให้ศักยภาพของการดำเนินธุรกิจผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์สูงขึ้นเกินความคาดหมายครับ
       
        หรือ อีกกระแสที่มีความชัดเจนมากที่ผ่านการประเมินตามประเด็นข้างต้นแล้ว คือ กระแสความห่วงใยในโลกร้อนและสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติต่างๆ ซึ่งกระแสโลกร้อนนี้ ถือว่ากระทบกับประชากรทุกคนในวงกว้างทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง ทำให้เกิดความปรวนแปรของสภาพอากาศ ส่งผลต่อภัยพิบัติหลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นในหลากพื้นที่ของโลก นำมาซึ่งความวิตกกังวลห่วงใยของประชาชนที่มีต่อภาวะโลกร้อน จนถึงกับเริ่มมีการประชุมนานาชาติ เพื่อหามาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ถึงระดับที่คุกคามโลกน้อยที่สุด รวมถึงการรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจถึงผลกระทบที่รุนแรงและแนวทางการป้องกันดังกล่าว
       
        ผู้บริโภคกลุ่มใหญ่จึงเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการดำรงชีวิตและการบริโภคอย่างมาก อาทิ พยายามลดการใช้พลังงานทั้งในที่ทำงานและที่อยู่อาศัย ลดการใช้กระดาษและวัสดุสิ้นเปลืองลง มองหาผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม รวมถึงให้ความสำคัญกับประเด็นทางด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของกิจการมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ผู้บริโภคจึงให้ความสำคัญกับกิจกรรมซีเอสอาร์ขององค์กร และกิจกรรมการตลาดเชิงอนุรักษ์ของกิจการในการตัดสินใจซื้อสูงขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
       
        เมื่อสามารถกำหนดเทรนด์ที่สำคัญของสังคมและธุรกิจได้แล้ว ขั้นตอนต่อมาคือ การประเมินผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลูกค้า และวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงไว้ล่วงหน้า เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้เหนือกว่าคู่แข่งนั่นเองครับ
       
        จากกรณีของเทรนด์โลกร้อนดังกล่าว ปรากฏว่าส่งผลต่อทัศนคติและการตัดสินใจของผู้บริโภคอย่างมาก กล่าวคือ จะไม่ได้มองแค่ราคาหรือโปรโมชั่นเป็นหลักเหมือนดังเช่นในอดีตเท่านั้น แต่จะคำนึงถึงสิ่งที่กิจการแต่ละแห่งทำด้วย ว่าจะซ้ำเติมธรรมชาติ มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนให้ย่ำแย่ลงไปอีกหรือไม่ หรือ มีการดำเนินการใดๆที่จะส่งผลดีต่อปัญหาโลกร้อนดังกล่าว เป็นต้น
       
        ซึ่งหากกิจการเข้าใจถึงเบื้องลึกของผลกระทบนี้แล้ว ก็จะต้องจัดเตรียมกลยุทธ์ไว้อย่างทันท่วงที อาทิ กรณีของธุรกิจค้าปลีกระดับโลก ที่มีการนำเสนอกลยุทธ์การสร้างระบบอาคารอัจฉริยะ ที่จะมุ่งลดการใช้พลังงานภายในร้านค้าอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านทางระบบหมุนเวียนอากาศภายใน ใช้ระบบเซ็นเซอร์จับการเคลื่อนไหวของลูกค้า เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นลง ผลิตพลังงานทดแทนจากโซล่าเซลล์ขึ้นมาใช้ภายในอาคาร เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงตามเป้าหมาย
       
        นอกจากนี้ ยังตรวจสอบกระบวนการผลิตของซัพพลายเออร์ที่นำสินค้ามาวางจำหน่าย ให้ดำเนินการตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ปล่อยมลภาวะเกินที่ตกลงกันไว้ รวมถึงมีการประเมินกระบวนการดำเนินงานและคำนวณค่าเฉลี่ยของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา เป็นฉลากคาร์บอน (Carbon Footprint) ที่จะติดไว้กับทุกผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายในร้าน เพื่อให้ผู้บริโภคทราบชัดเจนว่าสินค้าจากผู้ผลิตรายใดรักษาสิ่งแวดล้อมน้อยหรือมาก ตามพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับผู้บริโภคหรือไม่อย่างไร
       
        รวมถึงกิจการยังมีการดำเนินงานด้านกิจกรรมเชิงอนุรักษ์มากมาย เช่น ริเริ่มกรีนพอยท์ สำหรับลูกค้าสะสมคะแนนได้เพิ่มตามการเข้าร่วมกิจกรรมสังคมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรีไซเคิลถุง หรือสินค้าใช้แล้ว การร่วมการโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติจัดโดยกิจการ ฯลฯ ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่ห่วงใยเรื่องโลกร้อนอย่างเต็มที่
       
        การจับเทรนด์ให้ถูก วิเคราะห์ถึงผลกระทบอย่างลึกซึ้งถูกต้อง ย่อมจะนำมาซึ่งโอกาสในความสำเร็จได้ในปีนี้ครับ
 

 

ที่มา : manager.co.th





จำนวนผู้ชม 2982 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์