
:สภาพแรงงานต่างด้าวยืนรอนายหน้าที่มาชอปปิงแรงงานที่ย่านสี่แยกคำเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ช่วงเช้ามืดของแต่ละวัน “กลางเมืองเชียงใหม่” ย่านสี่แยกคำเที่ยง ใกล้เจเจมาร์เก็ต คึกคักด้วยชาวต่างด้าวที่ต่อคิวกันยาว
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : โดยทุกคนจะแสดงความพร้อมในชุดทำงานในแบบของ แรงงานก่อสร้างที่ดูคุ้นตา ขณะที่หลายคนยังพกอุปกรณ์ประจำกาย ทั้งจอบ เสียม ไปจนถึง กระติกน้ำคลายร้อน พร้อมมีอาหารถุงไว้ประทังท้องในช่วงกลางวัน เพราะแต่ละวันมักจะทำงานไม่ซ้ำที่หมุนเวียนไปเรื่อยๆ
เมื่อ “รถปิคอัพ” เข้ามาจอดเทียบริมฟุตบาทในย่านนั้น หมุนกระจกรถลง ต่างด้าวเหล่านั้นกรูเข้าหา
ภาพที่เจนตานั้น เป็นที่รู้กันว่าที่นี่คือ ตลาดนัดแรงงานต่างด้าว
ว่ากันว่าธุรกิจนายหน้าค้าแรงงานต่างด้าวใจกลางเมืองเชียงใหม่มีเม็ดเงินที่หมุนเวียนในธุรกิจนี้ทะลุหลัก “ล้านบาท” ต่อเดือน และกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
จากการสำรวจของทีมข่าว BizWeek พบว่า เช้าตรู่ของทุกวัน แรงงานต่างด้าวชาย และหญิงไม่ต่ำกว่า 200 คน จะยึดครองริมฟุตบาทสองข้างถนนรอลูกค้าเรียกใช้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้าไปทำงานในธุรกิจก่อสร้าง
“แรงงานเถื่อน” ที่แอบลักลอบเข้าทำงานในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคเหนือ และนับวันกลายเป็นกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาเสนอขายแรงงานกันอย่างคึกคัก และ “โจ๋งครึ่ม” เพื่อแลกกับค่าจ้างคนละ 150 บาทต่อวัน เช่นเดียวกับแรงงานไทย
หากแต่แรงงานต่างด้าวที่ “เชี่ยว” เข้ามาในพื้นที่นานแล้ว จะเลือกรับงาน และต่อรองราคาอย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่าคนละ 200 บาท เพียงแต่มีเงื่อนไขอย่างเดียวคือ ผู้ว่าจ้างทั้งหลายต้องเลิกงานตรงเวลา 17.00 น. และส่งกลับที่จุดเดิม หากรายไหนเอาเปรียบ แรงงานเหล่านี้จะ “แบล็กลิสต์” งวดหน้าหากเข้ามาใช้บริการใช้แรงงานกลุ่มเก่าๆ ก็จะหลีกเลี่ยง ยกเว้นแต่ว่าวันนั้นงานน้อย ก็จำเป็นต้องรับงานดีกว่าไม่มีรายได้ทั้งวัน
แม้จะผิดกฎหมาย แต่กลับได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เนื่องมาจากเงื่อนไขที่ไม่ยุ่งยากและเสียเวลาเหมือนแรงงานในระบบ
ที่สำคัญยังเลือกใช้บริการแบบรายวัน รายชั่วโมง หรือรายเดือนได้ตามต้องการ ทั้งยังไม่มีข้อผูกมัดให้ยุ่งยากกวนใจ
หนึ่งในแรงงานต่างด้าวในย่านดังกล่าว เล่าว่า สาเหตุที่ยอมเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพราะมีภาระต้องใช้จ่ายเลี้ยงตัวเองและครอบครัว หากจะสมัครเข้าทำงาน ตามสถานที่ต่าง ๆ อย่างถูกกฎหมาย มักจะถูกกดค่าแรงจากนายจ้าง โดยเงินเดือนเพียง 3,000 - 3,500 บาท หรือวันละไม่เกิน 150 บาท
แต่หากนั่งรอนายจ้างในย่านนี้ทุกคนพร้อมใจจะยืนราคา ค่าจ้างที่วันละ 200 บาท แต่ก็ขึ้นอยู่กับดวง บางรายทำงานครึ่งวันก็ได้รายได้ โดยเฉพาะผู้จ้างบางราย แวะมาใช้บริการถางหญ้า รื้อของเท่านั้น
องค์กรพัฒนาเอกชนซึ่งติดตามสถานการณ์แรงงานต่างด้าวในจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ความพยายามในการลดต้นทุนทางธุรกิจ โดยเฉพาะการจ้างงานในยุคเศรษฐกิจตกต่ำส่งผลให้ตลาดแรงงานต่างด้าวเปิดกว้างมากขึ้น ผู้ประกอบการหลายประเภทที่เคยเมินแรงงานต่างด้าว กลับหันมา “อ้าแขนรับ” แรงงานกลุ่มนี้มากขึ้น
แม้จะรู้ดีว่าเป็นการจ้างงานที่ผิดกฎหมาย ซึ่งพื้นที่ที่เปิด กว้างมากขึ้น ได้ส่งผลด้านบวกให้กับแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ เพราะนอกจากจะมีรายได้แล้ว หลายคนยังได้ “อัพเกรด” ทำงานที่สบายขึ้น และรายได้ที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ทั้งนี้พบว่าสภาพงานถูกเปลี่ยนจากใช้แรงงานมาเป็นงานบริการ ล่าสุดพบว่ามีแรงงาน ต่างด้าวหญิงหลั่งไหลเข้าสู่ธุรกิจสถานบันเทิงโดยเฉพาะในคาราโอเกะมากขึ้น
โดยประมาณการว่า สัดส่วนของพนักงานต้อนรับหรือ “เด็กนั่งดริ้ง” ภายในคาราโอเกะหลายแห่งในจังหวัดเชียงใหม่ในขณะนี้มีพนักงานเป็นแรงงานต่างด้าวนอกระบบครึ่งต่อครึ่ง
หนึ่งในผู้รับเหมาก่อสร้างผู้ใช้บริการแหล่งชอปปิงแรงงานต่างด้าวมานานกว่า 2 ปี ระบุถึงที่มาตลาดแรงงานแห่งนี้ว่า มาจากกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาขายแรงงานเป็นคนงานก่อสร้างโครงการใหญ่ในย่านดังกล่าว ทั้ง เทสโก้ โลตัส และ ย่านการค้าเจเจมาร์เกต ซึ่งในขณะนั้น ครม. ยังไม่มีมติจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวด้วยการเปิดโอกาสให้ขึ้นทะเบียน ทำให้แรงงานข้ามชาติกลุ่มนี้เป็นแรงงานเถื่อนล้วนๆ และหลังจากงานก่อสร้างโครงการใหญ่ ๆ แล้วเสร็จ ก็ไม่มีใครรับผิดชอบทำให้แรงงานกลุ่มนี้เลือกที่จะขายแรงงานต่อไปใน จ.เชียงใหม่ แทนที่จะกลับไปอดอยากที่บ้าน
ขณะเดียวกันปัญหาความแร้นแค้นในภูมิลำเนาของบุคคลต่างด้าวยังทำให้มีแรงงานลอบเข้ามาสมทบจนเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผู้รับเหมารายนี้ ทราบดีว่าการจ้างแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่ที่ต้องเลือกใช้ด้วยว่าประหยัดต้นทุน เพราะหากไปขอจ้างแรงงานจากผู้รับเหมาที่มีแรงงานถูกกฎหมายในมือ จะถูกบวกเปอร์เซ็นต์จากค่าจ้างมากขึ้น ทั้งค่าน้ำมัน และค่าเพิ่มสถานที่ทำงานอีก 220 บาทต่อแรงงานหนึ่งคน ขณะที่การจ้างงานส่วนใหญ่เป็นแบบชั่วคราว
นอกจากนี้ บางงานเป็นงานช่วงสั้นใช้เวลาเพียง 3 - 4 วัน จึงไม่คุ้มค่าหากจะไปขอจ้างแรงงานถูกกฎหมาย จากผู้รับเหมารายอื่น หรือไปยื่นขอโควต้าซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ทั้งค่าตรวจสุขภาพและค่าขึ้นทะเบียน ที่สำคัญแรงงานข้างถนนเหล่านี้ สามารถต่อรองราคาได้ บางครั้งยังเคยต่อรองได้ในราคาวันละ 100 บาท ถือว่าคุ้มค่ามาก
อนุรักษ์ ทศรัตน์ จัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ ยอมรับว่า การรวมกลุ่มของแรงงานต่างด้าวในย่านตลาดคำเที่ยงมีมานานจนกลายเป็นตลาดแรงงานเป็นที่รู้จักแพร่หลาย ที่ผ่านมาสำนักงานจัดหางานจังหวัดไม่เคยละเลย
แต่หลังจากเข้าตรวจสอบบ่อยครั้ง พบว่า แรงงาน เหล่านี้แทบทั้งหมดจะเป็นกลุ่มบุคคลบนพื้นที่สูงที่ได้รับสัญญาชาติไทย ซึ่งอาจมีหน้าตาหรือพูด ภาษาไทยไม่ชัดเจนจนถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฏหมาย
“จำนวนแรงงานต่างด้าวทั้งในและนอกระบบที่มีอยู่กว่า 1 แสนคน ใน จ.เชียงใหม่ หาก คิดเป็นมูลค่าการจ้างงานสูงถึงปีละประมาณ 400 ล้านบาท หรือ คนละ 4,000 บาทต่อเดือน แต่จำนวนการจ้างงานดังกล่าว ไม่ถือว่ามีผลกระทบกับแรงงานในประเทศแต่อย่างใด เนื่องจาก สภาพงานของแรงงานต่างด้าวเหล่านี้เป็นงานที่คนไทยไม่สนใจมากนัก โดยแรงงานไทยมีโอกาส เลือกสภาพงานที่ดีกว่า”
ข้อมูลล่าสุดจากสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ เมืองแห่งเศรษฐกิจ และการจ้างงานของภาคเหนือ ระบุว่า มีแรงงานต่างด้าวในระบบ 43,639 คน ส่วนที่อยู่นอกระบบ ซึ่งหมายรวมทั้งแรงงานลักลอบเข้าเมือง ใบอนุญาตการทำงานหมดอายุ และทำงานผิดประเภท คาดว่าจะมีอีกกว่าเท่าตัว คือประมาณ 40,000 - 50,000 คน
ด้วยมุมมองของผู้ประกอบการที่ต้องการประหยัดต้นทุนธุรกิจ ทำให้เชื่อได้ว่า ภาพการต่อคิวรองานของแรงงานต่างด้าวยังคงเป็นภาพที่เจนตาต่อไป
เรื่อง : เอกพงศ์ ประดิษฐ์พงษ์
ที่มา : bangkokbiznews.com