ผู้บริหารคืออะไร ? (1)

ผู้บริหารคืออะไร ? (1) | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



คอลัมน์ Excecutive Coach

โดย คม สุวรรณพิมล Leadership Coach [email protected]



mujผ่านมาบ่อย ๆ ครั้งที่ผมมักได้รับคำถามประเภทกลับสู่จุดเริ่มต้น ประมาณว่า "ผู้บริหารคืออะไร" ซึ่งฟังดูจะเป็นคำถามที่ง่าย ๆ แต่เวลาจะตอบจริง ๆ กลับใช้เวลานานมากกว่าจะครอบคลุมคำตอบได้ครบถ้วนทุกประเด็น

คำถามประเภทนี้ส่วนใหญ่มักมาจาก ผู้บริหารใหม่ ๆ ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะกลับมาหวนคิดและ ตั้งคำถามประเภทนี้ได้ เพราะส่วนใหญ่เมื่อได้รับตำแหน่งมาก็จะคิดว่าการ "มีอำนาจ" จากตำแหน่งก็สามารถ "ใช้อำนาจ" ทำอะไรกับลูกน้อง หรือสั่งการลูกน้องแบบไหนก็ได้ เพราะส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับตำแหน่งก็จะเป็นคนเก่งแทบทั้งสิ้น

ดังนั้น เขาก็จะมีความคิดในใจเสมอว่า ถ้าลูกน้องทำตามที่เขาแนะนำ งานก็จะสำเร็จตามเป้าหมาย ?

แต่ก็มีผู้บริหารรุ่นใหม่บางท่านที่พอได้รับตำแหน่ง เขาก็เริ่มมองเห็นปัญหาที่ตามมาอีกมากมาย โดยเฉพาะกับการบริหารทีมงาน จึงกลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง แล้วเริ่มตั้งคำถามว่า "ผู้บริหารคืออะไร"

จากคำถามสั้น ๆ กระชับ ดูพื้น ๆ แต่คำตอบมันไม่สั้นตามไปด้วย ดังนั้นจึงขอตอบเป็น "ไตรภาค" ก็แล้วกันนะครับ

"การเป็นผู้บริหาร" ก็คือความ รับผิดชอบอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นมากับตัวเรา เป็นสิ่งที่เราทั้งอยากได้รับ และอยากปฏิเสธไปพร้อมกัน เพราะการได้รับมันมาก็คือการตอบสนองความต้องการภายในตัวเอง ซึ่งเข้าหลักการของ Spiderman

"พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่"

ดังนั้น ไอ้คำว่าความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่นี่แหละที่ผู้บริหารหลาย ๆ คนปฏิเสธมัน และเลือกรับเอาเฉพาะพลังที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น

ทีนี้มาคำว่า "ความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่" ที่เป็นตัวกำหนดการเป็นผู้บริหารมีอะไร บ้าง ? สามารถแยกประเภทได้ 3 ส่วนคือ

1.direction-ผู้บริหารคือผู้ที่มีหน้าที่ในการสร้างวิสัยทัศน์และแนวทางเดินที่ชัดเจน

2.motivation-ผู้บริหารคือผู้ที่สามารถสร้างแรงจูงใจ และกระตุ้นทีมงานได้

3.organization-ผู้บริหารคือผู้ที่สามารถบริหารจัดการทั้งทีมงานและควบคุมการเดินทางไปสู่ความสำเร็จได้

จากคำจำกัดความทั้ง 3 ส่วนนี้อาจจะสรุปเป็นภาพรวมได้ว่า "ผู้บริหารคือผู้ที่มองไปข้างหน้าด้วยการใช้พลังของทีมงาน โดยการกำกับควบคุมให้ทีมงานเดินตามแนวทางและกลยุทธ์ที่กำหนดไว้"

ดูแล้วไม่น่ายากเลย แต่เวลาทำจริง ผู้บริหารหลาย ๆ คนกลับหลุดจากคำจำกัดความนี้ไปไกลพอสมควร ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะการตีความของแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ทีนี้ผมขออนุญาตตีความให้ไปในแนวทางเดียวกัน

"direction หรือวิสัยทัศน์ หรือแนวทางเดินไปข้างหน้า"

ข้อนี้เป็นข้อบังคับหลักของผู้บริหารทุกคนที่ต้องมี เพราะทุกคนต้องมีเป้าหมาย ทุกคนต้องมีทางเดินไปในอนาคต เพราะความสำเร็จของคนก็คือ

"เราต้องรู้ว่าเราจะไปไหน"

ถ้าไม่มีก็คือการเดินวนไม่ได้ไปไหน การทำงานไปวัน ๆ

ผมว่าผู้อ่านหลายคนคงเบื่อที่จะได้ยินคำนี้ เพราะคิดว่าเรื่อง vision นี้มันเบสิกเสียเหลือเกิน จะมามัวพูดถึงอยู่ทำไม ? ถ้าอย่างนั้นผมขอถามคำถามสักข้อหนึ่งนะครับว่า "วิสัยทัศน์ของคุณคืออะไร ?"

ข้อย้ำว่าต้องวิสัยทัศน์ของคุณนะครับ ไม่ได้ไปหยิบมาจากวลีสวยหรูของบริษัท ผู้อ่านจะเชื่อหรือไม่ครับถ้าผมจะบอกว่า เมื่อผมถามคำถามนี้กับผู้บริหารใช่ว่าทุกคนจะตอบได้นะ แล้วคุณล่ะตอบได้หรือไม่ ?

นั่นแหละคือข้อเสียที่หลายคนมองข้าม

"คิดว่ามีแต่ไม่มี"

"คิดว่ามันเป็นเรื่องของผู้มีอำนาจเหนือกว่า ไม่ใช่เรา"

"คิดว่ามีแล้วจะมีประโยชน์อะไร อำนาจก็ไม่มี" เป็นต้น

วิสัยทัศน์ก็คือ "เป้าหมาย" ที่อยู่ภายใต้อำนาจและหน้าที่ของคุณ

ถ้าให้ง่ายผมขอให้รายละเอียดเพิ่มเติม คุณลองตอบคำถามเหล่านี้ดูว่า

งานของคุณจะพัฒนาขึ้นได้อย่างไร ?

งานของคุณจะลดอุปสรรคอย่างไร ?

งานของคุณจะทำให้มีประสิทธิภาพ มากกว่านี้ได้อย่างไร ?

คุณจะลดต้นทุนแผนกคุณอย่างไร ?

ทีมงานของคุณจะมีความสุขในการทำงานอย่างไร ?

ทีมงานของคุณจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพได้ด้วยวิธีไหนบ้าง ?

ถ้าตอบคำถามเหล่านี้ออกมา นั่นแหละคือ "วิสัยทัศน์ในการทำงานของคุณ" ซึ่งก็คือวิสัยทัศน์ในการพัฒนางานและทีมงาน

ผมหวังว่าคุณคงตอบคำถามเหล่านี้ได้นะครับ แต่ความยากของคำว่า วิสัยทัศน์ไม่ได้มีแค่นี้นะครับยังมีวิธีการสร้างประสิทธิภาพของวิสัยทัศน์ซึ่งมีรายละเอียดอีก 4 ขั้นตอน

1.การขายวิสัยทัศน์ : เมื่อมีวิสัยทัศน์แล้ว สิ่งที่คุณจะทำต่อไปคือการ "ขาย" วิสัยทัศน์นี้ให้ทีมงานยอมรับแต่โดยดี

ผู้บริหารหลาย ๆ คนหลงลืมประเด็นนี้ เพราะพอคิดวิสัยทัศน์ได้ก็บังคับให้ใช้เลยหลงลืม "ประชาพิจารณ์" เพราะคิดว่าถ้าเราคิดได้ เราเก่งกว่าทีมงาน ทุกคนต้องยอมรับมันแต่โดยดี ความจริงประเด็นนี้ก็ถูกนะ แต่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น คือเมื่อคุณคิดสินค้าดี ๆ ออกมาได้ สิ่งที่คุณต้องทำคือ ทำอย่างไรให้คนอื่น ๆ ซื้อสินค้าของคุณ แล้วถ้าเขาซื้อสินค้าของคุณเมื่อไร การยอมรับก็เกิดขึ้น การทำงานต่อไปก็ได้รับความร่วมมือมากขึ้น

2.การเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการเปลี่ยนปลง : เมื่อคุณมีวิสัยทัศน์ สิ่งที่ตามมาก็คือการเปลี่ยนแปลง คุณต้องมองให้รอบด้าน เตรียมพร้อมรอบด้านที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งแง่ดีและแง่ลบ หลายคนมองแต่แง่ดีลืมการรองรับในแง่ลบ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเลยไม่มีการ เตรียมพร้อมที่ดีพอ

3.ให้ทีมงานรับรู้ว่าเราต้องการความ ช่วยเหลือจากเขา : การบรรลุตามวิสัยทัศน์ แน่นอนว่าเราไม่สามารถปฏิบัติได้ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว เราต้องอาศัยการร่วมมือและการช่วยเหลือจากทุกฝ่าย การเห็นประโยชน์ในช่วงการ "ขาย" เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น แต่การให้ทุกคนร่วมมือก็เป็นหัวใจในขั้นตอนวิสัยทัศน์เช่นกัน

4.การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอ : ผู้บริหารหลาย ๆ คนจะพูดกับทีมงานเกี่ยวกับวิสัยทัศน์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ลืมตอกย้ำและพูดซ้ำ ๆ ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนในทีมยังมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน คุณต้องมีการสื่อสารถึงวิสัยทัศน์ย้ำ ๆ สม่ำเสมอ ประมาณว่าขายแล้วขายอีก บอกถึงความก้าวหน้า ปัญหาและการแก้ไขด้วยความโปร่งใส

สิ่งที่ผมเขียนมานี้คือ คำตอบของคำถามว่า "ผู้บริหารคืออะไร" ซึ่งยังไม่จบครับ วันนี้เป็นแค่เพียง 1 ใน 3 เท่านั้น อีก 2 ข้อคงต้องยกยอดไปฉบับต่อ ๆ ไปครับ

การเป็นผู้บริหารไม่ยากครับ แต่การเป็นผู้บริหารที่ดีมันยากครับ มันขึ้นอยู่กับว่า "คุณเปิดใจและยอมรับการพัฒนาตนเองมากน้อยแค่ไหน"

หน้า 26

วันที่ 01 เมษายน พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4197  ประชาชาติธุรกิจ





จำนวนผู้ชม 3934 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์