สปส. ส่งเสริมการออมให้ผู้ประกันตนในรูปบำเหน็จบำนาญชราภาพ

สปส. ส่งเสริมการออมให้ผู้ประกันตนในรูปบำเหน็จบำนาญชราภาพ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

เลขที่ :
วันที่ประกาศ : 6/3/2551

สปส. ส่งเสริมการออมให้ผู้ประกันตนในรูปบำเหน็จบำนาญชราภาพ

          สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ส่งเสริมการออมให้กับผู้ประกันตน เพื่อจ่ายสิทธิประโยชน์ให้ในวัยชรา ในรูปของบำเหน็จ บำนาญชราภาพ เพื่อให้ผู้ประกันตนมีเงินออม    ที่เพียงพอต่อการเลี้ยงชีพได้หลังวัยเกษียณ
          นายสุรินทร์  จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ปัจจุปันคนไทยในวัยทำงานจำนวนกว่า 12 ล้านคน ได้มีการออมเพื่อวัยเกษียณผ่านระบบการออมต่างๆ ได้แก่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ครอบคลุมข้าราชการจำนวน 1.1 ล้านคน กองทุนประกันสังคมกรณี  ชราภาพ ครอบคลุมพนักงานเอกชนจำนวน 9.18 ล้านคน และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ครอบคลุมพนักงานเอกชนและรัฐวิสาหกิจ จำนวน  2 ล้านคน โดยที่เงินออมทั้ง 3 ระบบมีจำนวนรวมกันมากกว่า 1.1 ล้านล้านบาท การส่งเสริมให้เกิดการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ นอกจากจะช่วยดูแลสวัสดิการและ ความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังส่งผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว ช่วยให้  ภาคเศรษฐกิจไทยได้มีแหล่งเงินนำไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ได้ ซึ่งรัฐบาลเองมีนโยบายที่จะผลักดันให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการออมภายใต้เงื่อนไขของการใช้จ่ายประจำวันอย่างประหยัด โดยสนับสนุนให้มีการออมในระดับครัวเรือนเพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
          นับตั้งแต่ก่อตั้งกองทุนกรณีชราภาพเมื่อปี พ.ศ. 2542 สำนักงานประกันสังคมได้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการออมจากผู้ประกันตนกว่า 9 ล้านคนทั่วประเทศ โดยให้ผู้ประกันตนส่งเงินสมทบในช่วงที่ทำงานเพื่อออมไว้ในรูปของบำเหน็จบำนาญไว้ยังชีพในยามชรา โดยในจำนวนเงินสมทบ 5%  ที่ผู้ประกันตนส่งสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมนั้น 3% เป็นเงินออมกรณีชราภาพ นายจ้างช่วยสมทบอีก 3% รวมเป็น 6% ซึ่งสำนักงานประกันสังคมออมไว้เตรียมจ่ายเป็นบำเหน็จหรือบำนาญ ในขณะนี้ ผู้ประกันตนจำนวน 9.18 ล้านคนมีเงินออมรวมกันมากถึง 4 แสนล้านบาท
เมื่อผู้ประกันตนเกษียณจากการทำงาน โดยมีอายุไม่ต่ำกว่า 55 ปีบริบูรณ์ หากสมทบมากกว่า 1 ปี แต่ไม่ครบ 15 ปี จะได้รับ “บำเหน็จ” เป็นเงินก้อนเท่ากับเงินสมทบของตนเองและของนายจ้างที่สะสมไว้ บวกดอกผลจากการลงทุน หากสมทบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 ปี จะมีสิทธิรับ “บำนาญ” จ่ายเป็นรายเดือน ทุกเดือนตลอดชีวิต โดยจำนวนเงินบำนาญคำนวณจากสูตรเท่ากับ 20% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย (เงินเดือน ขั้นต่ำ 1,650 บาท - ขั้นสูง 15,000 บาท)  แต่ถ้าหากคนงานสมทบมากกว่า 15 ปี  จะได้รับเงินบำนาญส่วนเพิ่ม เท่ากับ 1.5% ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบทุกๆ ปี
          ตัวอย่าง น.ส.จันทรา เริ่มทำงานเมื่ออายุ 20 ปี ได้เงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท สมทบเข้ากองทุนเพื่อเป็นเงินออมชราภาพ 3% ของเงินเดือน คือ 10,000 x 3% = 300 บาท นายจ้างสมทบอีก 300 บาท รวมเงินออม    600 บาทต่อเดือน หาก น.ส.จันทรา ทำงานติดต่อกันเป็นเวลา 35 ปี แล้วออกจากงาน  ครบเงื่อนไขคือเกษียณที่อายุ 55 ปี และสมทบเกินกว่า 180 เดือน มีสิทธิรับบำนาญจำนวน (20% x 10,000) + (1.5% x 20 ปี ที่สมทบเพิ่ม x 10,000) = 5,000 บาทต่อเดือนทุกเดือนตลอดชีวิต
          หากนายจ้างหรือผู้ประกันตนท่านใดมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคม  เขตพื้นที่/จังหวัด/สาขาทั่วประเทศ หรือที่สายด่วนประกันสังคม 1506 ติดต่อระบบโทรศัพท์ตอบรับอัตโนมัติ ให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อเจ้าหน้าที่โดยตรง ให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุด ตั้งแต่เวลา  07.00 – 19.00 น.

....................................................................
ศูนย์สารนิเทศ สายด่วนประกันสังคม 1506 wwww.sso.go.th




ลงวันที่ 21/03/2008 16:16:32
จำนวนผู้ชม 1955 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์