ฝ่าวิกฤติด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ฝ่าวิกฤติด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM

By karn

หัวใจสำคัญของการพัฒนาธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Development (SD) คือ การพัฒนาด้านสังคม และสิ่งแวดล้อม ควบคู่กันไปอย่างสมดุลกับด้านเศรษฐกิจ  ไม่ใช่การมุ่งแสวงหาผลกำไรให้ธุรกิจเพียงอย่างเดียว

 

เมื่อหันไปมองสถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้  ก็น่าเห็นใจผู้ประกอบการครับ ทุกบริษัทต้องดิ้นรนเพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้  หาหนทางเพิ่มยอดขาย  หรือทำให้ขาดทุนน้อยที่สุด หาวิธีลดต้นทุนการผลิต หรือประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ  และรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้ให้ได้มากที่สุด 

 

ในสถานการณ์เช่นนี้ หลายคนอาจมีคำถามว่า ยังจำเป็นต้องรักษาสมดุลของทั้ง 3 ด้านอยู่อีกหรือ โดยแนวคิดของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม จะต้องสามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจด้วยครับ

 

ขอยกตัวอย่างที่เห็นกันอยู่ใกล้ๆ ตัว  ในภาวะโลกร้อนเช่นทุกวันนี้  การลงทุนเพื่อประหยัดพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ ก็เป็นทางเลือกที่ดีและทำได้ง่าย หลอดประหยัดไฟเบอร์ 5 ที่ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน หรือรถยนต์ Hybrid ที่ช่วยลดการใช้น้ำมัน ก็สามารถช่วยโลกลดการใช้พลังงาน   และในขณะเดียวกันก็สร้างรายได้ให้ธุรกิจด้วย 

 

แม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจช่วงนี้จะไม่ค่อยดีนัก  แต่ภายใต้กรอบแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราสามารถพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้ครับ

 

ซันเทค พาวเวอร์ โฮลดิ้งส์  นับว่าเป็นตัวอย่างหนึ่งของการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส  ในยุคที่พลังงาน  ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของภาคการผลิต  กลายเป็นต้นทุนที่แสนแพง  ซันเทค มองเห็นช่องทางและประโยชน์ในการนำพลังงานทดแทนมาใช้  จึงเริ่มพัฒนาโฟโต้วอลตาเซลส์ (photovoltaic cells) ที่ใช้ในแผงโซลาร์สำหรับผลิตพลังงานแสงอาทิตย์  ในเวลาไม่กี่ปี ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มี Market Cap    สูงถึง 5,500 ล้านดอลลาร์  นับว่าเป็นเลือดใหม่ที่ประสบความสำเร็จสูง ธุรกิจก็ทำกำไร สังคมก็ได้ประโยชน์ นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และสอดคล้องกับแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนครับ  

สำหรับภาคอุตสาหกรรม  พลังงานทางเลือกเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เนื่องจากพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการผลิตที่มีต้นทุนสูง  การนำพลังงานทางเลือกอื่นๆ มาใช้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนการผลิตลงได้มากครับ 

 

เอสซีจี ใช้เงินลงทุนประมาณ 5,800 ล้านบาท ติดตั้ง Waste - Heat Power Generation (WHG)  เพื่อนำลมร้อนเหลือใช้ในกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ มาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า  มองจากตัวเลขงบประมาณแล้ว  ดูจะเป็นการลงทุนมูลค่ามหาศาล  แต่จริงๆ แล้ว ผลตอบแทนที่ได้กลับมาถือว่าเกินคุ้มครับ  เพราะ WHG ช่วยประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ถึงปีละ 1,600 ล้านบาท  กำไรของธุรกิจซีเมนต์ในปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากการประหยัดต้นทุนพลังงานจาก WHG นี่ล่ะครับ และต้นทุนที่ต่ำลงยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจด้วยครับ 

 

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น WHG ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้ถึงปีละประมาณ 300,000 เมตริกตัน หรือเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้เพิ่มขึ้นอีก 10 ล้านต้น เลยทีเดียว

 

ทุกวันนี้ ผมสื่อสารกับพนักงานทุกคนในทุกธุรกิจ ให้ช่วยกันมองหาทั้งพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับธุรกิจ และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่จะช่วยประหยัดต้นทุนพลังงาน และช่วยโลกลดการใช้ทรัพยากรได้ 

 

แนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีแต่จะ Win-Win ด้วยกันทุกฝ่าย  ถ้าคุณกำลังมองหาทางพลิกฟื้นธุรกิจอยู่  จะลองฝ่าวิกฤติด้วยแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนดูก็ได้ครับ  ขอย้ำว่า การพัฒนาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม สามารถทำควบคู่กันไปอย่างสมดุลกับด้านเศรษฐกิจได้ จะเริ่มต้นกันวันนี้เลยก็ยังไม่สายครับ

ที่มา : newsroom.bangkokbiznews.com





จำนวนผู้ชม 3802 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์