เรียนรู้ KM เพื่อประยุกต์ใช้ในองค์กร พัฒนาขีดความสามารถทางการบริหาร

เรียนรู้ KM เพื่อประยุกต์ใช้ในองค์กร พัฒนาขีดความสามารถทางการบริหาร | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM

โดย สุฉัตรา เจียมเจิม


ในยุคของเศรษฐกิจและสังคมที่เน้นความรู้เป็นหลักเช่นนี้ ทำให้หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนจำเป็นต้องหมั่นพัฒนาแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันกับโลกแห่งการแข่งขันทางธุรกิจ เพราะระบบการศึกษาในปัจจุบันไม่สามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงและความรู้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อีกแล้ว

ฉะนั้นสังคมแห่งความรู้ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ความรู้ใหม่ๆ นั้นเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ และไม่จำเป็นต้องอยู่ในระบบการศึกษา เพราะสิ่งเหล่านี้มักจะเกิดจากกิจกรรมผสมผสานของคนในสังคม รวมถึงนวัตกรรมในสังคมนั่นเอง

เหตุเช่นนี้เอง จึงทำให้องค์กรต่างๆ ต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพราะหากว่าเราตามไม่ทันความรู้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา เราก็จะกลายเป็นคนล้าหลัง ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ การเก็บรวมรวบองค์ความรู้ภายในองค์กรให้มีมาตรฐาน สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน

สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ ในฐานะผู้รับผิดชอบรางวัลคุณภาพแห่งชาติ จึงเล็งเห็นความสำคัญ พร้อมได้จัดงานสัมมนาให้ความรู้ในเรื่องเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติ TQA Seminar 2008:Measurement, Analysis, and Knowledge Management a Primary Source of Innovation and Competitive Advantage โดยการเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากองค์กรชั้นนำระดับประเทศ ภายใต้หัวข้อ KM put into action: executing KM in different organizations context and culture

เพื่อเผยแพร่ สนับสนุน และผลักดันให้องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนนำเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาตินี้ไปพัฒนา ขีดความสามารถในด้านการบริหารจัดการองค์กรต่อไป

เบื้องต้นกับเวทีขององค์กรภาครัฐ "ศรีวิภา เลี้ยงพันธุ์สกุล" ผู้บริหารจากกรมอนามัย กับวัฒนธรรมองค์กรที่เขียนไว้อย่างชัดเจนว่า "HEALTH" และภายใต้คำคำนี้ ความหมายส่วนหนึ่งที่ซ่อนไว้คือ "L" ซึ่งย่อมาจาก "LEARNNING" ซึ่งสื่อความหมายได้อย่างชัดเจนว่าภายใต้ความเป็นราชการนี้คุณต้องเรียนรู้ตลอดเวลา

เหตุเช่นนี้ จึงทำให้กรมอนามัยเริ่มทำ KM โดยไม่มีตำรา เพราะเธอเชื่อในศักยภาพของคนว่าอะไรก็ตามถ้าผู้นำเก่ง ลูกน้องต้องเก่งตาม

"ศรีวิภา" บอกว่าเราเริ่มทำ KM โดยไม่มีเทรนนิ่ง เริ่มจากกลุ่มเล็กๆ เขียนโปรแกรมเอง จัดข้อมูลเอง เพราะสโลแกนของเราคือมาด้วยความเร็ว เราคิดว่าเรื่อง KM ต้องลงมือปฏิบัติ เราจึงจัด section KM ขึ้นมา มาปฏิบัติร่วมกัน หลังจากนั้นก็มาแชริ่งกัน และนั่นคือที่มาของการเริ่มต้นทำ KM ครั้งแรกของเรา



แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ กรมอนามัยแห่งนี้มีเป้าหมายในการทำงานอยู่ 4 ข้อด้วยกันคือ

หนึ่ง ทำแล้วงานดีขึ้น

สอง ทำแล้วคนเก่งขึ้น

สาม ทำแล้วมีความรู้สะสมมากขึ้น และ

สี่ เมื่อเกิดความรู้สะสมมากขึ้น วัฒนธรรมองค์กรก็จะเปลี่ยนไป

ถึงตรงนี้ "ศรีวิภา" ทิ้งท้ายว่า เราเรียนไปทำไป เราจึงสร้างกิจกรรมสารพัดแบบ ทั้งจับกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทำแฟ้มภูมิปัญญา นำ KM ไปใช้ในการจัดประชุมใหญ่ ใช้สร้างภาคี นอกจากนี้ยังนำ KM ไปสร้างความรู้กับ ผู้ป่วยอีกด้วย จนถึงวันนี้ คนมาดูงานเราเยอะมาก เพราะเราใช้หัวใจในการทำงาน ส่งผลให้วัฒนธรรมองค์กรยังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจากการทำ KM นี่เอง

ต่อด้วยองค์กรภาครัฐแห่งที่สอง ที่เห็นการทำ KM เป็นสำคัญ โดยอาศัยประโยคทองที่ว่า "พัฒนาคน พัฒนางาน และจัดการความรู้ควบคู่กันไป โดยชูคุณภาพ คือหัวใจ และให้ยึดผู้รับบริการเป็นสำคัญ" กับ "รศ.น.พ. กิตติ ลิ่มอภิชาต" ที่ปรึกษาคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

"กิตติ" บอกว่า จริงๆ ในคณะแพทยศาสตร์ เรามีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันเราจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบบริหารความรู้ กำหนดหน้าที่รับผิดชอบอย่างชัดเจน และดำเนินงานทางด้านการสื่อสารอย่างแพร่หลาย เพื่อเผยแพร่ KM

นอกจากนี้ "กิตติ" ยังเสริมต่อว่า กิจกรรม KM เด่นๆ ที่เราทำอยู่ตลอดเวลาคือ กิจกรรมวันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เล่าสู่กันฟัง ที่ได้ทำมาตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ปี ล่าสุดเราจัดงานเป็นครั้งที่ 11 แล้ว และที่ผ่านมานับว่าผลตอบรับดีมาก เราได้มาคุยกันในเรื่องการทำ KM ต่างๆ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างต่อเนื่อง สนุกสนาน และยังได้ความรู้อีกด้วย

สุดท้าย "กิตติ" ทิ้งท้ายด้วยคำคมที่ว่า "KNOWLEDGE IS ORGANIZATION POWER" ความรู้คืออำนาจ คนที่มี ความรู้มาก คือคนที่มีอำนาจมาก มิหนำซ้ำยังแสดงจุดยืนขององค์กรให้ฟังว่า เราต้องสร้างคนของเราให้จงรักภักดีต่อองค์กรของเราให้ได้

ถึงตรงนี้ได้เวลาเข้าสู่เวทีขององค์กรภาคเอกชนกันบ้าง องค์กรแรก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) สายงานระบบท่อ ส่งก๊าซธรรมชาติ กับ "พิทักษ์ จรรยพงษ์" ผู้จัดการฝ่ายควบคุมกิจการและบริการเทคนิคระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ด้วย สาย งานท่อส่งก๊าซที่ครอบคลุมพื้นที่ได้ ยาวถึง 3,500 กิโลเมตรทั่วประเทศทีเดียว



"พิทักษ์" เล่าถึงความสำคัญของระบบการจัดการองค์ความรู้ด้วยเหตุผลที่ว่า บริษัทจำเป็นต้องถ่ายทอดความรู้ไปยังรุ่นสู่รุ่น จากกลุ่มพนักงานที่ใกล้เกษียณ ไปสู่กลุ่มใหม่ ทั้งนี้ เพื่อรองรับการขยายงานจำนวนมาก ดังนั้น จึงต้องเรียนรู้วิธีการทำงานอย่างเร่งด่วน ที่สำคัญคือเป้าหมายรางวัลคุณภาพแห่งชาติ TQA นั่นเอง

"พิทักษ์" บอกว่า "กิจกรรมที่ส่งเสริม KM ของสายงาน จะมีการเทรนนิ่งจาก ผู้เชี่ยวชาญ ทุกคนต้องมีส่วนร่วม มิฉะนั้นเราจะสร้างวัฒนธรรมไม่ได้ เรามีเว็บไซต์ที่ใช้งานได้ง่ายมาก สามารถเสิร์ชหาในกูเกิลได้ และแน่นอน เราเขียนเว็บไซต์เอง ทุกคนสามารถมาถ่ายทอดความรู้ให้กันได้ ซึ่งทำมาเป็น ระยะเวลากว่า 3 ปีแล้ว"

นอกจากนั้น สายงานแห่งนี้ยังมีการจัดกิจกรรม KM อีกหลายกิจกรรม เช่น กิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้รุ่นพี่สู่รุ่นน้อง กิจกรรมน้องอยากรู้ พี่อยากเล่า มี CEO คนดัง หรือพนักงานใกล้เกษียณมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้ฟัง และที่ผ่านมานับได้ว่าสายงานแห่งนี้ประสบความสำเร็จในด้าน KM เป็นอย่างมาก เพราะทีมงานที่นี่ทำงานด้วยใจ

มาต่อที่องค์กรเอกชนแห่งที่สอง บริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด (SCG) กับ"เอกราช สินณรงค์" กับธุรกิจการผลิต ที่มีนัยรูปแบบที่เป็นเปเปอร์ จึงจำเป็นต้องเรียนรู้เทคโนโลยีการผลิตเป็นสำคัญ โดยมีกระบวนการทำให้คนมาถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน ดังนั้นหัวใจสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ ก็คือ ทำยังไงให้คนเหล่านั้นเตรียมพร้อมที่จะเป็นนักเรียนรู้ที่ดีนั่นเอง

"เอกราช" เผยแนวทางการจัดการองค์กรด้าน KM ของบริษัทว่า บริษัทมีคณะกรรมการ KM โดยเฉพาะมาเป็นตัวตั้งตัวตี มีวิธีการแลกเปลี่ยนซึ่งเราเรียกว่า 11 Learning Modules คือกระบวนการที่จัดแบ่งออกเป็น Modules ต่างๆ ตามยุค ตามโปรเจ็กต์ และมีการสร้างเครือข่าย ไม่เพียงในองค์กรเท่านั้น แต่ยังสร้างเครือข่ายกับองค์กรภายนอกอีกด้วย

ไม่เพียงเท่านั้น องค์กรแห่งนี้ยังมี KM software ต่างๆ ทั้ง MS sharepoint, E-learning, E-library และ MS office นับว่าเป็นการเรียนรู้รอบด้านจริงๆ แต่ที่แน่ๆ วิธีการดังกล่าวนั้น สามารถทำให้ พนักงานส่วนมากในบริษัทมีความสามารถทางการเรียนเพิ่มขึ้น และมีความรู้เพิ่มขึ้น

สุดท้าย "เอกราช" แสดงทรรศนะทิ้งท้ายว่า เราต้องพยายามทำให้คนของเราเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญคือต้อง open minded การเปิดใจซึ่งกันและกัน ต้องพัฒนาทีมงาน KM ให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น โดยเรียนรู้เรื่องการคิดที่เป็นระบบ ฝึกทำงานที่เป็น project และสิ่งหนึ่งที่ขาด ไม่ได้ คือ feedback จากกรรมการนั่นเอง

มาถึงตรงนี้ เป็นคิวขององค์กรภาคเอกชนแห่งสุดท้ายของเวทีนี้กับธุรกิจแห่งเทคโนโลยีการสื่อสาร "จารุนันท์

อิทธิอาวัชกุล" ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานพัฒนาทรัพยากรบุคคล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ซึ่งเธอมาพร้อมกับรูปแบบ KM ที่ทันสมัย เริ่มทำ KM จากปัญหา แต่ไม่ถึงวิกฤต เพราะไม่มีการจัดเก็บที่ดี ทำให้ธุรกิจของเธอไม่สามารถแบ่งปันความรู้ได้อย่างทั่วถึง ไม่มีการกระจายขยายผล และไม่มีการต่อยอดความรู้ พูดง่ายๆ ก็คือมีข้อมูลท่วมท้น แต่ขัดสนความรู้นั่นเอง

ซึ่ง "จารุนันท์" ได้ปักธงผืนใหญ่กับ KM ไว้ว่า...การที่จะแข่งขันในเชิงธุรกิจได้นั้น จะต้องรวบรวมพลังความรู้จากพนักงาน ทุกคนให้เป็นความรู้ส่วนกลาง และติดตาม ขยายผลให้คนได้เรียนรู้ต่อไป เธอจึงเลือกใช้ KM แบบผสมผสาน แต่เลือกทำในเรื่องการจัดเก็บองค์ความรู้เป็นสำคัญ แล้วจึงค่อยๆ เสริมในเรื่องของการสร้าง COP เข้าไปเป็นตัวปลูกฝังให้เกิดการเรียนรู้ต่อไป

"จารุนันท์" บอกว่า เราใช้ HRD เป็นคนที่ดูแลด้าน KM โดยเฉพาะ เรามีเว็บไซต์ นกฮูก ตัวแทน KM เป็นแหล่งความรู้หลักของเรา มีการจัดเก็บองค์ความรู้ที่ไม่ซับซ้อน และอัพเดตอยู่ตลอดเวลา มีเรื่องราวขององค์ความรู้ที่น่าสนใจต่างๆ ทำให้คนที่เข้ามาได้ประโยชน์จากตรงนี้เป็นอย่างมาก

สุดท้าย "จารุนันท์" ทิ้งท้ายให้ฟังว่า ในปีหน้าองค์กรแห่งนี้ จะมุ่งทำให้ KM เป็น business strategic support และมุ่งทำให้ KM นั้นส่งผลต่อ business value

creation ให้ได้ เพื่อต้องการให้ KM นั้นไปตอบโจทย์ในเรื่องของกลยุทธ์ เรื่องของคน เพื่อที่จะสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างชาญฉลาดต่อไป

ถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่าแต่ละองค์กรไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือเอกชน ต่างก็ให้ความสำคัญกับการจัดการเรียนรู้ด้วยกันทั้งสิ้น อาจจะมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป แล้วแต่ความชำนาญของแต่ละองค์กร แต่ผลลัพธ์ที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็นวิธีการไหน รับรองว่าได้ประโยชน์สูงสุดทุกวิธีการแน่นอน

ส่วนวิธีการไหนจะเหมาะสมกับองค์กรท่านนั้น...ต้องพิจารณากันเอง...!!!

หน้า 31

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ





จำนวนผู้ชม 5796 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์