ซีน่าเน็ต / ซินหัวเน็ต – ในที่สุดหลังจากทำการศึกษามานานนับปี คณะรัฐมนตรีนำโดยนายกฯเวินเจียเป่าก็มีมติผ่านกฎหมายปรับปรุงการกำหนดวันหยุด และกฎหมายปรับปรุงการลาพักร้อนโดยลดวันหยุดวันแรงงาน ทำให้สัปดาห์ทองจาก 3 เหลือเพียง 2 เพิ่มวันหยุดเทศกาลเช็งเม้ง,สารทขนมจ้าง และวันไหว้พระจันทร์
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีของจีนได้มีการผ่านหลักการอนุมัติร่างปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยวันหยุดเทศกาลและวันหยุดวันสำคัญ และร่างปรับปรุงกฎหมายพักร้อนของแรงงานแล้ว โดยให้มีผลบังคับใช้ในปีหน้า ซึ่งมติในครั้งนี้จะมีผลทำให้วันหยุดวันสำคัญและเทศกาลตามกฎหมายรวมเพิ่มขึ้น 1 วัน
ในขณะที่วันหยุดพักร้อนนั้นได้มีการระบุว่าเป็นสวัสดิการที่ให้โดยพนักงานที่ทำงานมาครบ 1 ปีแต่ยังไม่ครบ 10 ปีสามารถลาหยุดพักร้อนได้ปีละ 5 วัน ผู้ที่ทำงานมาครบ 10 ปีแต่ยังไม่ถึง 20 ปีสามารถลาหยุดได้ 10 วัน และผู้ที่ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปสามารถลาหยุดได้ 15 วัน โดยนายจ้างไม่สามารถเอาวันหยุดเทศกาลและวันหยุดสำคัญตามกฎหมายมาหักออกจากวันหยุดดังกล่าว
โดยก่อนที่จะมีการลงมติในกฎหมายนี้ ทางการจีนได้ให้หน่วยงานที่สังกัดสำนักงานคณะรัฐมนตรี ทำการวิจัยและศึกษาระบบการกำหนดวันหยุดเทศกาลและวันสำคัญของจีน หน่วยงานสำคัญต่างๆก็ได้เริ่มต้นดำเนินงานในหลายๆด้านอาทิ การแยกประเด็นการศึกษาเกี่ยวกับวันหยุดที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม รวมไปถึงระบบการกำหนดวันหยุดสำคัญและวันเทศกาลของนานาชาติ อีกทั้งมีการจัดประชุมสัมมนาในหลายครั้ง เพื่อขอความเห็นจากตัวแทนของสภาผู้แทนประชาชนและตัวแทนสภาที่ปรึกษาการเมืองประชาชนจากส่วนกลางและท้องถิ่น รวมไปถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากภาคสังคม และความเห็นจากผู้บริหารธุรกิจต่างๆ
นอกจากนั้น คณะทำงานยังได้มีการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนผ่านทางเว็บไซต์ แบบสอบถาม และการโทรศัพท์ เป็นเวลาทั้งสิ้นกว่า 1 ปีจนผ่านเป็นร่างดังกล่าวออกมา
การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้ มีการปรับเปลี่ยน 3 วันหยุดสัปดาห์ทองที่เคยมีโดยวันหยุดในช่วงเทศกาลตรุษจีน จะยังคงจำนวนวันไว้เท่าเดิม แต่จะเลื่อนวันหยุดให้ขึ้นมาเร็วขึ้น 1 วัน โดยให้เริ่มหยุดตั้งแต่วันสุกดิบ แทนที่แต่เดิมที่เริ่มหยุดจากวันตรุษจีน (ขึ้นหนึ่งค่ำ) ส่วนวันหยุดวันแรงงาน 1 พ.ค. ให้ลดวันหยุดลง 2 วัน ส่วนวันหยุดวันชาติให้คงไว้ตามเดิม ด้านวันหยุดเทศกาลที่เพิ่มขึ้นมาได้แก่วันหยุดเทศกาลเช็งเม้ง (ชิงหมิง) วันหยุดเทศกาลตวนอู่ (เทศกาลสารทขนมจ้าง) และวันหยุดเทศกาลวันไหว้พระจันทร์อย่างละ 1 วัน
อนึ่ง ตามกฎหมายยังระบุให้มีการอนุญาตให้ปรับเลื่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ขึ้นหรือลง เพื่อให้สอดรับกับวันหยุดเทศกาลที่กำหนด เช่นปรับเพื่อให้วันหยุดตรุษจีน กับวันชาติสามารถหยุดต่อเนื่องได้ 7 วัน หรือวันหยุดที่หยุด 1 วันก็อาจจะต่อเนื่องเป็น 3 วันได้
หลักการในการผ่านกฎหมายครั้งนี้ ทางการจีนได้อธิบายไว้ว่า เป็นการปรับวันหยุดและจำนวนวันหยุดเพื่อให้เหมาะสมกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม อีกทั้งการปรับดังกล่าวยังจะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแผ่วัฒนธรรมและสืบทอดประเพณีดั้งเดิมของประชาชนจีนเอาไว้ อีกทั้งการจัดวันหยุดยังได้พยายามคำนึงถึงการลดภาระอันจะเป็นผลกระทบในด้านเศรษฐกิจและสังคม เพิ่มการกระจายตัวและความถี่ของวันหยุดให้มากขึ้น อีกทั้งประกาศพร้อมกับกฎหมายวันหยุดพักร้อน เพื่อตอบสนองอุปสงค์ด้านการท่องเที่ยวของประชาชน อีกทั้งสามารถหลีกเลี่ยงการออกเดินทางแบบกระจุกตัว ซึ่งจะสามารถลดปัญหาด้านการคมนาคม ความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และแรงกดดันจากภาคธุรกิจได้
บริษัททัวร์ฉวยโอกาสขึ้นราคา
โดยทั่วไปสำหรับการท่องเที่ยวภายในประเทศของจีน นิยมใช้เวลาท่องเที่ยวราว 4-5 วัน แต่หากเป็นการท่องเที่ยวต่างประเทศต้องใช้เวลามากกว่านั้นเช่นหากไปญี่ปุ่น เกาหลี หรือเส้นทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะใช้เวลาราว 5-6 วัน แต่หากเป็นเส้นทางตะวันตก ก็ต้องเพิ่มเวลาเข้าไปอีก ทำให้หลายฝ่ายมองว่า การที่วันหยุดสัปดาห์ทองลดไป 1 ครั้งจะทำให้การท่องเที่ยวกระจุกตัวอยู่ในสัปดาห์ทองที่เหลือในช่วงตรุษจีนกับวันชาติ
บริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่งบนถนนเจี่ยฟั่งได้เปิดเผยกับนักข่าวว่า การท่องเที่ยวในช่วงตรุษจีนปีนี้เรียกว่าคึกคักมากผิดปกติ ในปีที่ผ่านมา ผู้คนมักจะเริ่มมาทยอยจองทัวร์ในช่วง 1 เดือนก่อนวันเทศกาล แต่ในปีนี้ที่ยังเหลืออีก 2 เดือนกว่าจะตรุษจีนก็มีคนมาวางเงินมัดจำไว้เป็นจำนวนมากแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น บริษัททัวร์หลายแห่งก็ถือโอกาสปรับขึ้นราคารทัวร์ช่วงตรุษจีน เช่นหากเดินทางวัน 26 ค่ำ (ตามปฏิทินจันทรคติ) เพื่อไปเที่ยวออสเตรเลีย เกรท แบริเออร์ รีฟ 8 วันก็มีการปรับราคาเป็น 20,680 หยวน (ราว 93,060 บาท) หรือไปยุโรป 9 ประเทศ 12 วันราคาก็พุ่งขึ้นเป็น 19,380 หยวน (ราว 87,210 บาท) ในขณะที่ปีที่แล้วเส้นทางท่องเที่ยวออสเตรเลีย หรือยุโรปราคาอยู่ที่ประมาณ 15,000 หยวน ( ราว 67,500 บาท) และเส้นทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ที่ประมาณ 5,000 หยวน (ราว 22,500 บาท)
โดย ผู้จัดการออนไลน์