เปิดใจ ดร.สุรินทร์ เลขาธิการอาเซียนคนใหม่

เปิดใจ ดร.สุรินทร์ เลขาธิการอาเซียนคนใหม่ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



ผู้จัดการรายวัน - เลขาธิการอาเซียนคนใหม่เปิดใจต่อสื่อมวลชนก่อนปฏิบัติหน้าที่ในต้นปีหน้า ยอมรับยังต้องรับฟังนโยบายของแต่ละประเทศในการแก้ปัญหาต่างๆ ย้ำคนไทยควรรู้จักและมีส่วนร่วมในอาเซียนให้มากกว่าที่เป็นอยู่ หากอยากให้อาเซียนพัฒนาเป็นประชาคมได้ตามเป้าหมาย มองไทยยังรีรอที่จะแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว
       
        เมื่อวานนี้(27) ดร. สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียนคนใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงมุมมองและทัศนคติเกี่ยวกับอาเซียนตลอดจนบทบาทของประเทศไทยต่อองค์การระดับภูมิภาคแห่งนี้ ทั้งนี้ ดร.สุรินทร์กล่าวว่าทั้งรัฐบาลไทยและกระทรวงการต่างประเทศสนับสนุนตนให้ขึ้นเป็นเลขาธิการอาเซียน เพราะอาจจะมองว่าตนเคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศมาก่อน มีประสบการณ์ด้านกิจการต่างประเทศมากมาย และรู้จักบรรดาผู้นำชาติสมาชิกอาเซียนมาก่อน ผู้นำชาติอาเซียนหลายคนเคยเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ก่อนจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือประธานาธิบดี เช่น นายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี แห่งมาเลเซีย ผู้นำบางคนเคยทำงานแก้ปัญหาภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมกับดร.สุรินทร์ เช่น ประธานาธิบดีซูซิโล บัมบัง ยุดโธโยโน แห่งอินโดนีเซีย
       
        อาเซียนยังมีปัญหาเรื่องระดับการพัฒนาของประเทศต่างๆที่ไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งความเหลื่อมล้ำนี้จะทำให้อาเซียนไม่มั่นคง ช่องว่างระหว่าง 5 ประเทศ ผู้ก่อตั้งอาเซียน กับ 4 ประเทศสมาชิกใหม่อาเซียนในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ห่างกันมาก ดังนั้น การศึกษา การพัฒนาทรัพยากร จึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ประเทศคู่เจรจาของอาเซียน เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ต่างหยิบยื่นความช่วยเหลือต่อชาติอาเซียนที่ยังยากจน อย่างไรก็ดี ถึงเวลาแล้วที่อาเซียนต้องช่วยเหลือชาติสมาชิกด้วยกัน ประเทศไทยควรช่วยเพื่อนบ้านที่ยังไม่พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยี ให้พัฒนาทรัพยากรเหล่านี้ให้อยู่ในระดับที่เพียงพอที่จะประสานความเหลื่อมล้ำกับชาติผู้ก่อตั้งอาเซียน
       
        ดร.สุรินทร์ มองว่า สิ่งที่ชาติอาเซียนขัดแย้งกันเองมากก็คือ เรื่องประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ หลายประเทศยังไม่มีกลไกด้านสิทธิมนุษยชนที่คอยติดตามตรวจสอบอำนาจรัฐที่ใช้กับประชาชน ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้น อาเซียนจึงตั้งกลไกสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาค ที่จะคอยเฝ้าสังเกตการณ์และประสานงานในการชี้แนะว่าจะแก้ปัญหาสิทธิมนุษยชนที่เกิดในชาติอาเซียนได้อย่างไร
       
        ดร.สุรินทร์ ระบุว่า คนไทยควรมีส่วนร่วมกับอาเซียนให้มากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะในปีหน้า นอกจากเลขาธิการอาเซียนจะเป็นคนไทยแล้ว ประธานอาเซียนเป็นคนไทย นอกจากนี้ ในปัจจุบัน ประธานสภาที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจของอาเซียนซึ่งเป็นภาคเอกชนก็เป็นคนไทย ดังนั้น ในปีหน้าจึงถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทำให้ชาวไทยรู้จักอาเซียนให้มากขึ้น
       
        นอกจากนี้ ประชาคมอาเซียนคิดจะสร้างและผลักดัน 3 เสาหลัก ด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ภายในปี2015 อาเซียนคงจะไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้สำเร็จ ถ้าประชากรอาเซียนยังไม่นับรวมตนเองเป็นสมาชิกของอาเซียน ยังไม่รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับอาเซียน เหมือนอย่างที่ชาวยุโรปจำนวนมากรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับภูมิภาคยุโรป นโยบายเร่งด่วนก็คือ ต้องทำให้คนไทยรู้จักอาเซียนและภาคภูมิใจในอาเซียน ต้องสนใจเรื่องราวระหว่างประเทศทั้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกิดนอกภูมิภาคแต่ส่งผลกระทบต่ออาเซียน
       
        สำหรับประเด็นเรื่องปัญหาในพม่านั้น ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า ณ ตอนนี้ตนเสมือนเป็นแม่บ้านของอาเซียน แตกต่างจากสมัยตอนที่ตนเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศไทยซึ่งในช่วงนั้นตนมีนโยบายที่ยืดหยุ่นต่อพม่า อย่างไรก็ดี ตั้งแต่นี้ต่อไป ตนต้องคิดถึงทิศทางของอาเซียน ซึ่ง " ถึงแม้ว่าอาเซียนอยากแก้ปัญหาพม่า สมาชิกอาเซียนหลายประเทศต้องการให้การแก้ปัญหาพม่าเป็นกระบวนการของสหประชาชาติ"
       
        ในส่วนปัญหาแรงงานต่างด้าวจำนวนมากที่ประเทศไทยที่ถูกขูดรีดในแง่ของค่าแรง สวัสดิการและชีวิตความเป็นอยู่นั้น ดร.สุรินทร์ กล่าวว่าอาเซียนก็วิตกกังวลต่อปัญหานี้เช่นกัน เพราะชาติสมาชิกอาเซียนหลายประเทศพัฒนาไปถึงระดับที่คนในประเทศไม่ทำงานส่วนหนึ่งที่จำเป็นต้องทำอีกแล้ว เช่น งานประมง ลูกจ้างในโรงงาน งานทำความสะอาดบ้าน ในกลุ่มชาติอาเซียนนั้น มีเพียงฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ที่ผลักดันเรื่องแรงงานอพยพอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นผู้ส่งออกแรงงาน ขณะที่ชาติผู้รับแรงงานนั้นยังรีรอที่จะผลักดันเรื่องนี้ เพราะจะต้องไปประกันสิทธิ สวัสดิงาน การคุ้มครอง ให้แรงงานเหล่านี้ ซึ่งไทยก็ถือเป็นประเทศผู้รับแรงงานและยังรีรอในเรื่องนี้อยู่
       
        อย่างไรก็ดี ดร.สุรินทร์ ยอมรับว่า เลขาธิการอาเซียนมีหน้าที่ประสานงาน และยังคงต้องรับฟังนโยบายของแต่ละประเทศในการแก้ปัญหาต่างๆ
       
        นอกจากนี้ เลขาธิการอาเซียนคนใหม่ยังยอมรับว่าอาเซียนมีจุดอ่อนในแง่ของหลักการไม่ก้าวก่ายแทรกแซงกิจการภายในของกันและกัน ซึ่งในกฎบัตรอาเซียนก็ยังไม่ละทิ้งหลักการนี้ แต่ ณ ปัจจุบัน กระแสโลกาภิวัตน์และการบูรณาการทำให้ปัญหาจากประเทศหนึ่งขยายสู่ประเทศอื่นๆหรือภูมิภาคอื่นได้ง่าย ดังนั้น จึงเริ่มมีปรับเปลี่ยนหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในบ้างแล้ว

 

แหล่งข่าว : โดย ผู้จัดการออนไลน์




ลงวันที่ 30/11/2007 09:58:53
จำนวนผู้ชม 5823 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์