ใครกันนะที่เราต้องการ

ใครกันนะที่เราต้องการ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



ที่ผ่านมาผมได้เล่าถึงวิธีการรักษาบุคลากร และการสร้างความสุขภายในองค์กรมาเยอะแล้ว ในวันนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศมาเล่าถึงการสรรหาบุคคลเข้าทำงานในองค์กร (Recruitment) บ้าง

ผมจะตั้งคำถามทุกครั้งว่า "ใครกันนะ ?" คือคนที่เราต้องการจริงๆ การรับคนมาป้อนให้กับแผนกหรือฝ่ายที่ต้องการนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับการเติบโต ความอยู่รอด และภาพลักษณ์ขององค์กรเลยทีเดียว

ถ้าคนใหม่มีความสามารถ เข้ากับทีมงานที่มีอยู่ได้เร็ว ก็ไม่ต้องเสียเวลาปรับจูนมากมาย แต่บางคนปรับตัวไม่ได้ ความสามารถไม่เป็นไปตามที่ต้องการ อาจต้องเสียเวลาหาใหม่อีก

อารมณ์นี้คล้ายการซื้อสบู่เหลวแล้วใช้ได้ครั้งสองครั้งต้องเปลี่ยนใหม่ เพราะรู้สึกมีความลื่นเหมือนอาบไม่สะอาด ซึ่งบางคนอาจชอบเพราะจะบำรุงผิวดี (ลื่นเพราะมีมอยส์เจอร์ไรเซอร์อยู่มาก)

การสรรหาบุคคลเข้าทำงานในองค์กรเป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่ามีขั้นตอนอย่างไร ซึ่งผมจะนำวิธีการทางการตลาดมาปรับให้เข้ากับกรรมวิธีสรรหานี้

สมมติว่าแต่ละแผนกหรือฝ่ายที่ต้องการรับพนักงานนั้นเป็นลูกค้า และพนักงานที่เราจะรับเปรียบเสมือนสินค้าหรือบริการ (สบู่เหลว) ที่ HR มานำเสนอให้ลูกค้าเลือกซื้อ

สิ่งที่เราคาดหวังจะทำอย่างไรให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุดในสินค้าหรือบริการของเรา อันดับแรกจึงต้องสืบค้นศึกษาหาความต้องการของลูกค้าว่าแท้จริงเขาต้องการอะไร (ต้องการผิวเนียนและรับได้หรือไม่กับความลื่นหลังอาบน้ำ)

ในอดีตนักการตลาดจะใช้วิธีแบ่งส่วนการตลาด (Segmentation) ดูจากลักษณะประชากรศาสตร์ (Demographic) เป็นหลักคือ เพศ การศึกษา สถานะทางสังคม และอยู่ภูมิภาคใดของประเทศ เพื่อแบ่งกลุ่มลูกค้าแล้วจัดสินค้าตอบสนองให้เหมาะสม

แต่ปัจจุบันสังคมแตกตัวเป็นหน่วยย่อยๆ ความต้องการของลูกค้าจึงหลากหลายยิบย่อยยิ่งขึ้น นักการตลาดยุคใหม่จึงหันมาเน้นการตอบสนองในรูปแบบ Lifestyle Marketing มากขึ้น เน้นให้ลึกซึ้งถึงพฤติกรรม เข้าถึงวิถีชีวิตกันเลย

ใครที่ดูละครเกาหลีเรื่อง Coffee Prince อาจเข้าใจเรื่องการหาความต้องการลูกค้าได้ดี เนื้อเรื่องให้พระเอกมีเวลา 3 เดือน ทำให้ร้านกาแฟที่ใกล้เจ๊งให้ขายดีเป็น 3 เท่า

หลังจากทดลองหลายวิธีก็พบว่าไม่ไกลจากร้านมากนักมีโรงเรียนหญิงอยู่และสาวๆ มักกรี๊ดกับผู้ชายหล่อๆ ก็ปิ๊งไอเดียเปิดร้านกาแฟชื่อ Coffee Prince ที่มีคนให้บริการเป็นหนุ่มสุดเท่ถึง 5 คน จนทำให้เกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้นเพราะนางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายเพื่อหวังให้ตัวเองมีงานทำ

ดังนั้นหากวกเข้าเรื่องการสรรหาเราก็ต้องมากำหนดคุณสมบัติคนที่เราจะรับ ต้องมีอะไรบ้างเหมาะสมกับ Lifestyle ของแผนกหรือฝ่ายที่ต้องการกำลังคนได้อย่างไร

การกำหนดคุณสมบัติควรดู Lifestyle ทั้งที่เป็นรูปธรรม และนามธรรม

รูปธรรม - คือ เรื่องเพศ- อายุ-การศึกษา อาจลึกถึงเสียงพูด ส่วนสูง เช่น ถ้าเราศึกษาดูสถิติของฝ่าย Call Center แล้วเห็นว่า พนักงานหญิงจะตอบคำถามลูกค้าได้ดีกว่า ทำให้ลูกค้าพอใจมากกว่าพนักงานชาย

นามธรรม -เช่น Call Center ต้องตอบปัญหาลูกค้าวันหนึ่งเป็นร้อยๆ สาย จึงควรจะรับคนที่ใจเย็น พูดจาดี มีทัศนคติในแง่บวก เมื่อกำหนดความต้องการแล้วค่อยนำไปเป็นหลักในการสรรหาต่อไป

หลังจากนั้นค่อยมาดูว่าจะสรรหาคนที่ต้องการได้จากที่ไหน อะไรคือวิธีค้นหาให้ได้คนที่ต้องการอย่างแท้จริง ผมใช้วิธีการทำตลาดในกลุ่ม Lifestyle Marketing มาปรับใช้ให้เข้ากับความต้องการของแต่ละหน่วยงาน คือ

วิธีแรก จะเปรียบผู้สมัครงานเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นหนึ่ง และเราจะแนะนำผลิตภัณฑ์นี้ให้หน่วยงานที่ต้องการรับพนักงานได้สัมผัสวิถีชีวิตของลูกค้า หรือลักษณะการทำงานนั่นเอง เช่น ตำแหน่งงานด้านการเป็นผู้แทนภาพลักษณ์องค์กรที่ต้องเป็นสาวสวย บุคลิกดี พูดจาดี ก็อาจจะจัดประกวดคัดเลือกขึ้นเหมือนกับ Miss Pretty ต่างๆ ในค่ายรถยนต์

วิธีที่สอง ใช้ภาพลักษณ์องค์กรโยงเข้ากับผลิตภัณฑ์ และวิถีชีวิตของลูกค้า เช่น ต้องการพนักงานตำแหน่งนักโฆษณารุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์แปลกแหวกแนว อาจชวนผู้ดูแลแผนกสร้างสรรค์ไปชมการประกวดโฆษณาระดับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง นอกจากจะเพลินไปกับผลงานโฆษณาแล้ว ถ้ามีชิ้นไหนถูกใจก็ทาบทามผู้คิดผลงานนั้นเข้ามาทำงานได้ทันที

วิธีใช้ไลฟ์สไตล์แฝงเข้ากับวิถีชีวิตชุมชน เช่น ต้องการเก็บสต็อกผู้สมัครเผื่อเลือกใช้ในอนาคตนั้น อาจจัดให้มีนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าเยี่ยมชมบริษัทเป็นระยะๆ แล้วถือโอกาสเชิญหัวหน้าหน่วยงานมาเป็นผู้ร่วมบรรยายทำการคัดเลือก

ส่วนการคัดเลือกเปรียบเหมือนการตัดสินใจซื้อสินค้า ควรให้แผนกหรือฝ่ายที่ต้องการพนักงานเข้าใจความต้องการของตนจริงๆ กำหนดมาเป็นข้อๆ หรืออาจกำหนดเป็นบทสัมภาษณ์เลยก็ได้ ถ้าไม่กำหนดไว้อาจจะเกิดปัญหาหลังรับเข้ามาแล้วในอนาคต

ผมพบว่าส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องคุณสมบัติไม่ตรงกับความต้องการ อาจถูกชะตาในตอนสัมภาษณ์ หรือไม่มีตัวเลือกพอ แต่เมื่อรับมาแล้วกลับต้องคัดออก เหมือนกับการย้อมสีผมก็ควรเลือกแชมพูสำหรับผมทำสีอย่าซื้อแชมพูทำให้ผมนุ่ม ใช้ไปสีผมจางลงก็เลิกใช้แล้วต้องเสียเงินไปซื้อใหม่

หรือความสามารถสูงเกินความจำเป็น อาจรับเพราะคุณสมบัติเลิศทิ้งไม่ลง คนเก่งมักคาดหวังความก้าวหน้ามากก็เกิดปัญหาค่าตอบแทนไม่พอกับความต้องการ หรือไม่สามารถแสดงความสามารถได้เต็มที่ อยู่ได้ไม่นานก็ต้องลาออกเหมือนกับซื้อสเตอริโอกำลังวัตต์สูงปรี๊ดแต่อยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่เปิดดังไม่ได้

สุดท้ายการเรียนรู้องค์กร ควรจัดปฐมนิเทศพนักงานใหม่แล้วบอกถึงตัวตนขององค์กรว่ามีค่านิยมอย่างไร และมีรูปแบบวัฒนธรรมองค์กรแบบไหน หลังจากนั้นอาจเพิ่มระบบพี่เลี้ยงซึ่งหมายถึงพนักงานที่มีทัศนคติดีมาคอยแนะนำเป็นเพื่อนช่วยให้ปรับตัวได้ง่ายขึ้น

กรรมวิธีสรรหาถ้าปรับใช้แนวทางการตลาดมาผสมลงไปอาจจะได้วิธีการใหม่ มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการคัดเลือก อาจจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรเราได้

ที่สุดก็จะได้คำตอบว่าคนนี้ล่ะที่เราต้องการจริงๆ ...สมกับเป็น HR หัวใจ Marketing

 

ที่มา : ดุสิต รัชตเศรษฐนันท์





จำนวนผู้ชม 2620 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์