นายมนูญ ปุญญกริยากร อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า กรมการจัดหางานได้ลงนามความร่วมมือในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) กับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน หรือ IOM ในการนำเข้าแรงงานไทยไปทำงานภาคเกษตรในประเทศอิสราเอล โดยรัฐบาลอิสราเอลได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการตามแผนความร่วมมือกับ IOM เพื่อเป็นการประกันว่าแรงงานไทยที่เดินทางเข้าไปทำงานในประเทศอิสราเอลจะไม่เสียค่าบริการในการจัดหางานในอัตราที่สูงกว่ากฎหมายกำหนด และเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงานไทย ซึ่งการดำเนินการจัดส่งแรงงานไทยภายใต้กรอบ MOU ดังกล่าว กรมการจัดหางานจะไม่มีการเรียกเก็บค่าบริการและค่าใช้จ่ายใดๆ จากคนหางานทั้งสิ้น แต่องค์กร IOM จะเก็บค่าใช้จ่ายจากคนหางาน จำนวน 725 เหรียญสหรัฐ เพื่อเป็นไปตามข้อยกเว้นแห่งระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยการจัดส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายในการดูแลให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกต่าง ๆ ตลอดจนแก้ไขปัญหาให้กับคนหางานในต่างประเทศ
"การที่กรมการจัดหางานได้ลงนามกับ IOM ในการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานภาคเกษตรในประเทศอิสราเอลไม่ได้เป็นการจำกัดหรือตัดสิทธิของผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศแต่อย่างใด ผู้รับอนุญาตจัดหางานยังคงสามารถจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานภาคเกษตรที่อิสราเอลได้ปกติ แต่การลงนามกับ IOM ในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้แรงงานไทยใช้บริการการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอีกช่องทางหนึ่ง ประกอบกับแนวทางดังกล่าวรัฐบาลอิสราเอลเป็นผู้มอบหมายให้ IOM เข้ามาดูแลการนำแรงงานไทยเข้าไปทำงานภาคเกษตรในประเทศอิสราเอลเอง"อธิบดีกรมการจัดหางาน ระบุ
แหล่งข่าว : แนวหน้า