สปส. รับลูกยกฐานะเป็นนิติบุคคลค้านขายหุ้นRATCHเหตุระยะยาวให้ยิลด์ดี

สปส. รับลูกยกฐานะเป็นนิติบุคคลค้านขายหุ้นRATCHเหตุระยะยาวให้ยิลด์ดี | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



สำนักงานประกันสังคมเห็นด้วยกับ กนร. แก้ไขกฎหมายยกฐานะเป็นนิติบุคคลเทียบชั้นกบข. หวังเสริมการลงทุนหารายได้ค่าเช่าในอสังหาริมทรัพย์ได้ ขณะเดียวกันสามารถจ้างคนมีฝีมือเข้ามาทำงานได้อย่างเต็มที่ พร้อมออกโรงค้านตัดขายทิ้งหุ้น RATCH แม้สัดส่วนถือจะน้อยแค่ 4.92% เหตุให้ผลตอบแทนดีในระยะยาว ล่าสุด 9 เดือนได้ผลตอบแทนจากการลงทุนแล้ว 15,140 ล้านบาท

นายวิน พรหมแพทย์ รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยว่า เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงสปส. ให้เป็นนิติบุคคลเช่นเดียวกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หลังจากที่คณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) มีการประชุมให้แก้ไขกฎหมายดังกล่าว ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จะช่วยให้สปส.สามารถเข้าไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้จากค่าเช่าได้ โดยอสังหาริมทรัพย์ที่เข้าไปลงทุนจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของกองทุนซึ่งเป็นเงินสมทบจากนายจ้างและผู้ประกันตน แทนที่จะตกเป็นของแผ่นดิน และช่วยให้สามารถดำเนินการจ้างบุคลากรมืออาชีพด้านการลงทุนเพื่อเสริมทีมที่มีอยู่ได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น

ทั้งนี้ ในที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมหารือสำนักงานคณะกรรมการกฎษฎีกา เพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับสถานภาพของกองทุน และดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้กองทุนประกันสังคมสามารถเข้าไปถือหุ้นในบริษัทจดทะเบียน โดยไม่เกิดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสถานะบริษัทจดทะเบียนจนกลายเป็นรัฐวิสาหกิจแบบใหม่

สำหรับปัญหาดังกล่าวเกิดจากที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคมได้มีการกระจายเงินลงทุนที่มีอยู่ในปัจจุบันจำนวน 477,367 ล้านบาท ไปลงทุนในหุ้นประมาณ 40,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.32% ของเงินลงทุนทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมาได้ผลตอบแทนดีอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2550 กองทุนได้รับผลตอบแทนเฉพาะจากเงินปันผลและกำไรจากการขายหุ้นจำนวน 2,062 ล้านบาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนมากถึง 30.47% ต่อปี โดยในส่วนของหุ้นที่ลงทุนนั้น มีการลงทุนในหุ้นสามัญของ บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) จำนวน 71.34 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.92% ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว โดย สปส. ได้เริ่มมีการลงทุนในหุ้นดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2546 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สปส. ได้รับผลตอบแทนจากหุ้นดังกล่าวเฉลี่ย 15% ต่อปี

นายวิน กล่าวว่า ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เพราะบมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง มีโครงสร้างผู้ถือหุ้นประกอบด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 45% สำนักงานประกันสังคม 4.92% ธนาคารออมสิน 2.62% เมื่อนับรวมกันแล้วทำให้มีหน่วยงานของรัฐถือหุ้นเกิน 50% ส่งผลให้สถานภาพของบริษัทอาจกลายเป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับ สปส. คือ สัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ 4.92% เท่านั้น

ทั้งนี้ หุ้นของ บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี รายได้ของบริษัทมีความเสี่ยงต่ำ และผลตอบแทนจากเงินปันผลค่อนข้างสูง นับเป็นลักษณะการลงทุนที่เหมาะสมกับกองทุนประกันสังคมซึ่งเป็นกองทุนระยะยาว การที่มีข้อเสนอให้ สปส. ขายหุ้นดังกล่าวเพื่อลดสัดส่วนการลงทุนนั้น สำนักงานไม่เห็นด้วย เพราะเป็นการเสียโอกาสการลงทุน และอาจทำให้ต้องนำเงินกองทุนประกันสังคมไปลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่นที่มีความเสี่ยงสูงกว่า

สำหรับผลการบริหารกองทุนประกันสังคม ไตรมาสที่ 3 ปี 2550 (ณ 30 กันยายน 2550) กองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนรวม 477,367 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินกองทุนกรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ จำนวน 381,930 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินออมของผู้ประกันตนจำนวนกว่า 9 ล้านคนทั่วประเทศที่สำนักงานประกันสังคมสะสมไว้เตรียมจ่ายสิทธิประโยชน์บำนาญชราภาพ โดยจะเริ่มมีการจ่ายบำนาญชราภาพในปี พ.ศ. 2557 เป็นเงินกองทุนที่ดูแลกรณีเจ็บป่วย ตาย ทุพพลภาพ คลอดบุตร จำนวน 68,841 ล้านบาท และเป็นเงินกองทุนกรณีว่างงานจำนวน 26,596 ล้านบาท

โดยเงินลงทุนรวมจำนวนดังกล่าวในปัจจุบัน แบ่งลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังค้ำประกัน เงินฝากธนาคาร และหุ้นกู้เอกชน จำนวน 389,868 ล้านบาท คิดเป็น 82% ของเงินลงทุน และลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ตราสารหนี้อื่นๆ หน่วยลงทุน และหุ้นสามัญ จำนวน 87,499 ล้านบาท คิดเป็น 18% ของเงินลงทุน

นายวิน กล่าวว่า ในช่วง 9 เดือนแรก ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม ถึงสิ้นเดือนกันยายน 2550 กองทุนประกันสังคมได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวน 15,140 ล้านบาท ประกอบด้วยดอกเบี้ยรับจากพันธบัตรและหุ้นกู้ จำนวน 13,078 ล้านบาท เงินปันผลและกำไรจากการขายหลักทรัพย์จำนวน 2,062 ล้านบาท

ทั้งนี้ การลงทุนทั้งหมดของกองทุนประกันสังคมนั้น เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการประกันสังคม ว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ของกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2549 ซึ่งกำหนดให้กองทุนประกันสังคมลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงไม่ต่ำกว่า 60 % ของเงินกองทุน และลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงได้ไม่เกิน 40% ของเงินกองทุน โดยในการดำเนินการลงทุนนั้น สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการลงทุนตามระเบียบคณะกรรมการประกันสังคมฯ และตามแผนการลงทุนประจำปีที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกันสังคม โดยจะพิจารณาจากผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ ความเสี่ยงของการลงทุน และคำนึงถึงความมั่นคงของกองทุนในระยะยาวเป็นสำคัญ

 

แหล่งข่าว : ผู้จัดการ




ลงวันที่ 13/11/2007 10:15:27
จำนวนผู้ชม 1610 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์