เมื่อวันที่ 2 พ.ย.50 สหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ที่ได้ปักหลักที่กระทรวงพลังงานตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมาได้ยอมสลายการชุมนุมเมื่อเวลา 12.00 น.โดยนายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงาน กฟผ.ระบุว่า ได้เจรจากับนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงานและได้ลงนามร่วมกันว่า จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 8 (4) ตามร่างพ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงานที่คาดว่าจะเสนอเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ในวาระ2,3 ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ จากเดิมระบบส่งไฟฟ้า ศูนย์ควบคุมระบบส่งและโรงไฟฟ้าพลังน้ำจะเป็นของรัฐ ได้กำหนดให้ชัดเจนว่า รัฐคือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งทำให้มั่นใจว่าการร่างกฎหมายฉบับนี้จะไม่นำไปสู่การแปรรูป กฟผ.และในข้อตกลงยังมีเรื่องเพิ่มเติมคือ จะไม่มีการปรับโครงสร้าง กฟผ.ในปัจจุบันอีกด้วย
ขณะที่นายปิยสวัสดิ์กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงานไม่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปแต่อย่างใด ซึ่งหากในอนาคต รัฐบาลชุดต่อๆ ไปต้องการจะแปรรูป กฟผ.ทั้งองค์กรจะต้องแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ส่วนจะมีการแบ่งโรงไฟฟ้าของ กฟผ.ไปกระจายหุ้นเหมือนกับเอ็กโก้ และ บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้งนั้นต้องมีการแก้ไขเกี่ยวกับการแปรรูปในอนาคตเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาลชุดต่อไป โดยสาระของร่างพ.ร.บ.ประกอบกิจการพลังงานคือ มีการแยกเรื่องนโยบายและการปฏิบัติออกจากกันโดยจะมีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงาน(เรคกูเลเตอร์) มาดูแลกิจการไฟฟ้าสร้างความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย ซี่งที่มาของเรคกูเลเตอร์รัฐบาลจะเป็นผู้แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆ โดยยอมรับว่าไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใดแต่งตั้งกรรมการเหล่านี้ก็ถูกแต่งตั้งโดยนักการเมืองทั้งสิ้น จึงได้มีการชี้แจงประเด็นนี้ให้สหภาพฯเข้าใจและยอมรับแล้ว
ขณะที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯกล่าวว่า ขอยืนยันว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่มีแนวคิดผลักดันการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะ กฟผ.เพราะเรื่องนี้ถือว่ามีข้อยุติไปแล้ว ทั้งนี้ได้หารือกับ รมว.พลังงานแล้ว คงไม่ได้เป็นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ได้ข้อยุติไปแล้วว่า กฟผ.ไม่ได้มีการแปรรูป แต่เป็นการปรับปรุงการบริหารกิจการเท่านั้น
ส่วนการเสนอร่าง พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน เข้าสู่ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เป็นเพียงการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารกิจการด้านพลังงานให้ดีขึ้น ไม่ใช่การทำกฎหมายขึ้นเพื่อรองรับการแปรรูปรัฐวิสาหกิจตามที่มีข้อเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้ เมื่อถามว่า ทำไมช่วงนี้มีการออกมาเรียกร้องรัฐบาลบ่อยครั้ง มีอะไรที่เกี่ยวโยงกับการเมืองหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า คงต้องติดตามกันต่อไป แต่คิดว่าไม่ได้เป็นเรื่องที่มีผลกระทบในภาพกว้าง เพราะขณะนี้ประชาชนส่วนใหญ่สนใจเรื่องการเตรียมการเลือกตั้งและการเมืองเป็นหลัก
วันเดียวกัน นายเรืองศักดิ์ แข็งขัน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย(สร.รฟท.)กล่าวว่า สร.รฟท.ได้ออกแถลงการณ์ ฉบับที่ 2 ระบุการนัดหยุดงานประท้วงเมื่อวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา ไม่มีการเมืองแอบแฝง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอและติดตามความคืบหน้าในข้อตกลงที่ยื่นให้ฝ่ายบริหารพิจารณา เพื่อให้มีการปฏิบัติโดยด่วนที่สุด หากไม่มีการปฎิบัติ หรือถูกบิดเบือน ก็พร้อมจะร่วมกันต่อสู้อย่างเข้มแข็งต่อไป
“เราขอยืนยันการต่อสู้ของเราตรงไปตรงมา ไม่มีการเมืองแอบแฝง และไม่ได้มีเจตนานำประชาชนมาเป็นเครื่องต่อรอง แต่มีเป้าหมายสำคัญ เพื่อให้มีการปรับปรุง แก้ไขให้การบริการที่ดีต่อประชาชน แบบยั่งยืนในอนาคต”
แหล่งข่าว : สยามรัฐ