นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนจำนวน 456,052 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ หุ้นกู้เอกชน เงินฝากธนาคาร หน่วยลงทุน และหุ้นสามัญในประเทศไทย ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีความมั่นคงสูง อีกทั้งกองทุนยังมีสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศประมาณร้อยละ 2.5 หรือคิดเป็นวงเงินประมาณ 11,300 ล้านบาท โดยเกือบทั้งหมดเป็นพันธบัตรรัฐบาลและพันธบัตรรัฐวิสาหกิจต่างประเทศที่มีความมั่นคงสูงมาก เนื่องจากกองทุนเน้นลงทุนเฉพาะพันธบัตรที่มีเครดิต A ขึ้นไป สูงกว่าเครดิตของรัฐบาลไทย
นายสุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า สปส.มีแผนที่จะทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ โดยได้รับการอนุมัติวงเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้ลงทุนเพิ่มอีก 400 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 14,000 ล้านบาท และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) ให้ลงทุนในลักษณะคุ้มครองเงินต้น คือ ลงทุนเฉพาะพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และหุ้นกู้เอกชนที่มีอันดับเครดิตในระดับ Investment Grade คือ มีอันดับเครดิตไม่ต่ำกว่า BBB แต่บอร์ด สปส.จะเน้นลงทุนในตราสารที่มีเครดิต A ขึ้นไป โดยจะกระจายลงทุนในพันธบัตรและหุ้นกู้ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก วัดผลการดำเนินงานเทียบกับดัชนี Lehman Global Aggregate Index และให้มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเคร่งครัด คาดว่าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนหลังหักค่าใช้จ่ายประมาณ 5.00% ต่อปี
"ขณะนี้ สปส.อยู่ระหว่างการคัดเลือกผู้จัดการกองทุนที่มีความชำนาญการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยคณะกรรมการคัดเลือกจะพิจารณาจากผลการดำเนินงานในอดีต แผนการลงทุน แผนการป้องกันความเสี่ยง และความเป็นมืออาชีพของทีมงานจัดการกองทุน คาดว่าการคัดเลือกจะเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2550 และคาดว่าจะสามารถทยอยดำเนินการลงทุนได้ภายในต้นปี 2551 ทั้งนี้ หากดำเนินการได้ตามแผน กองทุนประกันสังคมจะมีสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 2.5 เป็นร้อยละ 5.5 ของเงินลงทุน"เลขาธิการ สปส.กล่าวและว่า การที่ สปส. มีแผนทยอยเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศนั้น เนื่องจากต้องการกระจายความเสี่ยง ซึ่งถือเป็นหลักสากลในการบริหารจัดการกองทุนบำนาญ อีกทั้ง เพื่อลดทอนปัญหาการขาดแคลนแหล่งลงทุนในประเทศด้วย สำหรับผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งในและต่างประเทศทุกบาททุกสตางค์นั้นจะตกเป็นของกองทุนประกันสังคม ผู้ประกันตนจะได้รับกลับคืนไปในรูปของบำเหน็จหรือบำนาญชราภาพเมื่ออายุ 55 ปี เกษียณจากการทำงานและสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตนแล้ว
แหล่งข่าว : แนวหน้า