วงจรการบริหารกลยุทธ์

วงจรการบริหารกลยุทธ์ | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



ใครที่ชื่นชอบหรือสนใจในเรื่องของกลยุทธ์ไม่ควรจะพลาดนิตยสาร Harvard Business Review ฉบับเดือนมกราคมนี้นะครับ เนื่องจากเป็นฉบับพิเศษที่ว่าด้วยเรื่องของ Leadership และ Strategy โดยเฉพาะ
       
       ในวารสารดังกล่าวมีบทความของอาจารย์ชื่อดังทางกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดอยู่หลายเรื่องด้วยกัน ทั้งการกลับมาทบทวน 5-Forces ของ Michael E. Porter หรือ บทความจาก Clayton M. Christensen หรือ จาก Rosabeth Moss Kanter โดยเนื้อหาที่ผมจะนำมาเสนอในสัปดาห์นี้มาจากบทความของ Robert Kaplan กับ David Norton ครับ
       
        จริงๆ แล้วถ้าพูดถึงชื่อของ Kaplan กับ Norton ผมเชื่อว่าท่านที่สนใจในด้านการบริหารก็พอจะร้องอ๋อขึ้นมาครับ เนื่องจากทั้งคู่เป็นผู้คิดค้นระบบ Balanced Scorecard ที่เราใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ในวารสาร Harvard Business Review นี้ทั้งคู่เขียนเรื่องที่ชื่อว่า Mastering the Management System ซึ่งเป็นการมองภาพที่ใหญ่กว่าเพียงเรื่องของ Balanced Scorecard กับ Strategy Map ที่เราคุ้นเคย และเชื่อว่าบทความนี้ก็เป็นเสมือนบทคัดย่อของหนังสือเล่มใหม่ของทั้งคู่ที่จะออกประมาณกลางปีนี้ ที่ชื่อว่า The Execution Premium
       
        ถ้าใครติดตามงานของทั้งสองคนมาอย่างต่อเนื่องจากพบถึงพัฒนาการในแนวคิดของทั้งคู่พอสมควรครับ โดยแนวคิดของทั้งคู่นั้นดูเหมือนจะพัฒนาจากเล็กไปใหญ่ หรือ จากแคบไปหากว้าง โดยแรกเริ่มนั้นทั้งคู่นำเสนอแนวคิดเรื่องของ Balanced Scorecard (BSC) เพื่อใช้ในการประเมินผลองค์กรว่าสามารถดำเนินงานตามกลยุทธ์ได้หรือไม่?
       
       จากนั้นพัฒนา Balanced Scorecard จากการเป็นเพียงแค่ตัวชี้วัดในสี่มุมมอง มาเป็นเรื่องของแผนที่กลยุทธ์ (Strategy Map) เพื่อใช้ในการสื่อสาร ถ่ายทอดกลยุทธ์ให้ชัดเจนขึ้น จากนั้นก็มาบทความล่าสุดที่ลงใน Harvard Business Review ครับ ที่มองการบริหารกลยุทธ์เป็นวงจรหรือระบบการบริหาร ส่วนพวกเครื่องมือหรือวิธีคิดต่างๆ นั้นก็เป็นสิ่งที่เสริมให้เข้ากับวงจรแต่ละวงจร
       
        หลังจากเกริ่นมานานเราลองมาดูแนวคิดของ Kaplan กับ Norton กันนะครับ จริงๆ จะเรียกว่าใหม่ก็ไม่ได้นะครับ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สอนกันมานานพอสมควรแล้ว เพียงแต่พอเป็นนักคิดหรืออาจารย์ระดับโลกเขียนลงในวารสารระดับโลกก็เลยกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจขึ้นมา Kaplan กับ Norton นั้นนำเสนอระบบหรือวงจรการบริหารกลยุทธ์ที่มีความเชื่อมโยงตั้งแต่การคิดหรือการวางกลยุทธ์ การนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ การเชื่อมโยงกับการติดตามและเรียนรู้จากลยุทธ์ รวมทั้งการทดสอบและปรับกลยุทธ์
       
       ทั้งคู่มองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับการบริหารกลยุทธ์ของแต่ละองค์กรนั้นส่วนใหญ่เกิดขึ้นมาจากการขาดความเชื่อมโยงกันระหว่างขั้นตอนแต่ละขั้นตอนของการบริหารกลยุทธ์ โดยทั้งคู่ได้แนะนำว่าระบบการบริหารกลยุทธ์ที่ดีนั้นควรจะเป็น Closed-Loop Management System โดยเป็นระบบปิดที่เชื่อมโยงขั้นตอนแต่ละขั้นตอนที่สำคัญเข้าไว้ด้วยกัน
       
        ขั้นตอนในการบริหารกลยุทธ์ที่ทั้งคู่เสนอมานั้นประกอบไปด้วย
       
       ขั้นที่ 1 การวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ โดยเริ่มต้นจากการวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ จากนั้นกำหนดทิศทางขององค์กรให้ชัดเจน และกำหนดกลยุทธ์ในการขยายตัวและกลยุทธ์ในการแข่งขัน
       
       ขั้นที่ 2 จะเป็นการแปลงกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นในขั้นแรกเป็นวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ ตัวชี้วัด รวมทั้งโครงการหลักหรือ Strategic Initiatives ที่จะดำเนินการ
       
       ขั้นที่ 3 จะเป็นการเชื่อมระหว่างกลยุทธ์กับการดำเนินงานผ่านทางการปรับปรุงกระบวนการในการทำงานในด้านต่างๆ การวางแผนการใช้ทรัพยากรต่างๆ รวมทั้งการจัดเตรียมเรื่องของงบประมาณ
       
        จากนั้นเมื่อองค์กรได้ดำเนินงานตามโครงการ แผนงานต่างๆ ที่กำหนดขึ้น ก็เข้าสู่ขั้นที่ 4 ซึ่งเป็นการติดตามผลการดำเนินงานตามกลยุทธ์ขององค์กร ซึ่งมักจะเป็นไปในรูปแบบของการประชุมเพื่อทบทวนกลยุทธ์ และผลจากการทบทวนกลยุทธ์ องค์กรยังได้เกิดการเรียนรู้ว่ากลยุทธ์ที่ได้วางไว้และนำไปใช้นั้นมีความถูกต้องหรือผิดพลาดประการใด และขั้นที่ 5 ซึ่งเป็นขั้นสุดท้าย ก็จะเป็นการทดสอบและปรับกลยุทธ์ที่ได้วางไว้ให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมที่เกิดขึ้น
       
        ท่านผู้อ่านจะพบได้นะครับว่าขั้นตอนทั้งห้าประการของการวงจรการบริหารกลยุทธ์นั้นไม่ได้แปลกใหม่อะไรมากนะครับ บางท่านอ่านเสร็จแล้วก็อาจจะระลึกถึง PDCA (Plan-Do-Check-Act) ที่เราคุ้นเคยกันก็ได้นะครับ เพียงแต่นำเอาวงจร PDCA มาปรับใช้ในกระบวนการบริหารกลยุทธ์เท่านั้น
       
       นอกจากนี้ทั้ง Kaplan กับ Norton ยังได้นำเสนอให้องค์กรรู้จักที่จะนำเครื่องมือทางด้านการจัดการต่างๆ เข้ามาปรับใช้ในแต่ละขั้นตอน เช่น นำเครื่องมือในการวิเคราะห์อย่าง SWOT หรือแนวคิดของ Blue Ocean Strategy เข้าใช้ในขั้นที่ 1 นำเรื่องของ BSC และ Strategy Map มาใช้ในขั้นที่สอง นำเครื่องมือในการปรับปรุงกระบวนการทำงานเช่น Reengineering หรือ Six Sigma มาใช้ในขั้นที่สาม และการนำเรื่องของ Decision Analytics มาใช้ในขั้นที่ห้า
       
        ดูเหมือนว่าผลงานล่าสุดของ Kaplan กับ Norton นั้นจะเป็นการบูรณาการงานวิชาการทั้งของตนเองและท่านอื่นๆ เข้าไว้ด้วยกัน ในรูปแบบของการบริหารกลยุทธ์ที่ครบวงจร เพียงแต่ประเด็นที่น่าสนใจคือจะมีองค์กรอยู่มากน้อยเท่าใดที่สามารถบริหารได้อย่างครบวงจรจริงๆ และสามารถนำเครื่องมือต่างๆ เหล่านี้มาใช้ได้จริงๆ

แหล่งข่าว : โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์





จำนวนผู้ชม 4599 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์