เอเอฟพี – องค์การแรงงานระหว่างประเทศ(ไอแอลโอ) ออกรายงานเมื่อวานนี้(3)ระบุว่า การที่เอเชียกำลังมีระดับผลิตภาพเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจโลก แต่กลับเป็นคุณด้วยซ้ำ เพราะการที่เอเชียสามารถผลิตได้อย่างทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเช่นนี้ ย่อมทำให้มั่งคั่งรุ่งเรืองมากขึ้นเรื่อยๆ และกลายเป็นการกระตุ้นให้มีความต้องการในผลิตภัณฑ์ซึ่งทำในส่วนอื่นๆ ของโลก
ในรายงานซึ่งใช้ชื่อว่า “เครื่องบ่งชี้สำคัญๆ ของตลาดแรงงาน” ชิ้นนี้ ไอแอลโอซึ่งเป็นหน่วยงานชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ บอกด้วยว่า สหรัฐฯยังคงเป็นระบบเศรษฐกิจซึ่งมีผลิตภาพในระดับสูงที่สุดของโลกประจำปี 2006 หากคำนวณกันในแง่ของผลิตภาพแรงงานรายบุคคล แถมยังทิ้งห่างคู่แข่งรายซึ่งเข้าป้ายอันดับรองๆ ลงมาด้วย
ทั้งนี้ คนงานสหรัฐฯแต่ละคนสามารถสร้างมูลค่าให้แก่ระบบเศรษฐกิจได้คนละ 63,885 ดอลลาร์ ขณะที่อันดับ 2 คือ ไอร์แลนด์ทำได้เพียงเท่ากับคนละ 55,986 ดอลลาร์ ติดตามมาด้วย ลักเซมเบิร์ก (55,641 ดอลลาร์), เบลเยียม (55,235 ดอลลาร์), และ ฝรั่งเศส (54,609 ดอลลาร์)
อย่างไรก็ตาม ไอแอลโอชี้ว่า การที่สหรัฐฯนำโด่งเช่นนี้สาเหตุสำคัญมาจากคนอเมริกันจะทำงานในแต่ละปี เป็นปริมาณมากชั่วโมงกว่าประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ โดยเมื่อวัดระดับผลิตภาพกันเป็นมูลค่าที่สร้างได้ในแต่ละชั่วโมงที่ทำงาน แชมป์อันดับ 1 จะกลายเป็นนอร์เวย์ โดยทำได้ 37.99 ดอลลาร์ กระนั้นอเมริกันก็ยังเข้าป้ายอันดับ 2 ทำได้ 35.63 ดอลลาร์
รายงานของไอแอลเอบอกว่า เอเชียตะวันออกเป็นภูมิภาคที่ระดับผลิตภาพกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด โดยในระยะเวลา 10 ปีนับจนถึงปี 2006 สามารถโตขึ้นเป็น 2 เท่าตัว นั่นคือ จากปี 1996 ผลผลิตของคนงานแต่ละคนเท่ากับประมาณ 1 ใน 8 ของประเทศอุตสาหกรรม ถึงปี 2006 กลายเป็น 1 ใน 5 แล้ว
นักวิจารณ์บางรายในหมู่ประเทศอุตสาหกรรมกลัวว่า ผลิตภาพของเอเชียที่เพิ่มโด่ง จะเป็นตัวทำลายตลาดของพวกเขาเอง ทว่ารายงานไอแอลโอกลับมองภาพในลักษณะของ “วงจรแห่งความดีงาม” นั่นคือ ผลิตภาพจะเพิ่มความมั่งคั่ง และซึ่งจะไปเพิ่มความต้องการในผลิตภัณฑ์ของประเทศอื่นๆ อีกทอดหนึ่ง
ในทางตรงกันข้าม รายงานของไอแอลโอกลับเป็นห่วงปัญหาของภูมิภาคอย่างเช่น อนุภูมิภาคซาฮาราของทวีปแอฟริกา ซึ่งยังล้าหลังภูมิภาคอื่นๆ มาก โดยระดับผลิตภาพเท่ากับเพียง 1 ใน 12 ของประเทศอุตสาหกรรม ทั้งนี้ไอแอลโอแนะว่า ประเทศในแถบนั้นจะต้องถือเรื่องการจ้างงานและการจัดหางานที่มีความเหมาะสม เป็นศูนย์กลางในนโยบายทางเศรษฐกิจและสังคมของพวกตน
แหล่งข่าว : ผู้จัดการ