"เฮย์กรุ๊ป" วิจัยอำนาจซื้อผู้บริหาร เผยไทยรั้งอันดับ 8 ของโลก
"เฮย์กรุ๊ป" วิจัยอำนาจซื้อผู้บริหาร เผยไทยรั้งอันดับ 8 ของโลก | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ
หากมองการต่อกรในระดับโลกขององค์กรธุรกิจสิ่งสำคัญยิ่งกว่าอื่นใดคือ การที่ประเทศนั้นๆ มีนักบริหารในระดับสูงที่เปี่ยมด้วยฝีมืออย่างมากมาย ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพในการดำเนินธุรกิจของประเทศ และสิ่งที่ตามมาคือรายได้ของนักบริหารระดับสูงที่มีฝีมือดีจะเพิ่มมากขึ้น และจาการวิจัยรายได้ของผู้บริหารไทยเองก็ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก อันจะแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของนักบริหารคนไทย อโณทัย อดุลพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เฮย์ กรุ๊ป ประเทศไทย ที่ปรึกษาด้านการบริหารองค์กรระดับโลก กล่าวถึง ผลสำรวจระดับเงินเดือนของผู้บริหารระดับสูงจาก 47 ประเทศทั่วโลกซึ่งพบว่าผู้บริหารของประเทศไทยอยู่ในอันดับ 8 ที่ได้จากการรวบรวมตัวเลขมูลค่าอำนาจซื้อของผู้บริหารทั่วโลก และพิจารณาจากค่าครองชีพและอัตราการเสียภาษี ซึ่งจากการสำรวจในระบบ PayNet ของเฮย์กรุ๊ป แสดงให้เห็นถึงอำนาจซื้อ (Purchasing Power) ในการใช้จ่ายของพนักงานระดับผู้บริหาร โดยที่ระบบ PayNet ช่วยให้สามารถทำการวิเคราะห์เปรียบเทียบค่าตอบแทนและผลประโยชน์ของผู้บริหารกว่า 47 ประเทศทั่วโลกที่ เฮย์ กรุ๊ปดำเนินการอยู่ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ อโณทัย ให้ความเห็นว่า การที่รายได้ของผู้บริหารระดับสูงของไทยสูงติดอันดับที่ 8 นั้นสอดคล้องกับฐานะของประเทศไทยที่เป็นตลาดเกิดใหม่และมีอัตราการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความต้องการตัวผู้บริหารระดับสูงที่มีความสามารถมาร่วมในองค์กร "ด้วยความที่ไทยยังขาดแคลนผู้บริหารที่มีความสามารถ ประกอบกับมีการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษและสวัสดิการในรูปแบบต่างๆ ให้กับพนักงานระดับผู้บริหารในประเทศไทย ทำให้ดัชนีค่าตอบแทนสำหรับผู้บริหารไทยอยู่ในระดับสูง" ซึ่งจากผลสำรวจของเฮย์ กรุ๊ป เผยให้เห็นว่า ประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตจะมีการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้บริหารในอัตราที่สูง ต่างจากประเทศที่เศรษฐกิจมั่นคงเช่น ฟินแลนด์ เดนมาร์ก สวีเดน นอร์เวย์ สหราชอาณาจักร และแคนาดา ที่มีอัตราการจ่ายค่าตอบแทนแก่ผู้บริหารอยู่ในอันดับที่ 40 ขึ้นไปทั้งสิ้น อโณทัย ให้ข้อสังเกตว่า ผู้บริหารไทยยังไม่ควรตื่นวิตกกับเรื่องดังกล่าวเพราะเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในแถบยุโรปตอนเหนือ ผู้บริหารไทยยังต้องใช้จ่ายเงินรายได้ส่วนบุคคลในสัดส่วนที่มากไปกับการดูแลรักษาสุขภาพ ตลอดจนการเตรียมตัวเพื่อเกษียณอายุ และการศึกษาของบุตร ซึ่งรัฐบาลของประเทศในยุโรปจะมีเงินสวัสดิการช่วยเหลือในค่าใช้จ่ายส่วนนี้มากกว่าประเทศไทย แต่สำหรับในภูมิภาคเอเชีย มีเพียงฮ่องกงที่รายได้ส่วนบุคคลของผู้บริหารสูงกว่าประเทศไทย โดยฮ่องกงอยู่ในลำดับที่ 3 ที่มีอำนาจซื้อของผู้บริหารอยู่ที่ 203,947 ดอลลาร์สหรัฐ เปรียบเทียบกับประเทศไทยที่ 147,547 ดอลลาร์สหรัฐ โดยผลสำรวจของเฮย์ กรุ๊ป แสดงให้เห็นว่า โดยปกติอัตราเงินเดือนสำหรับพนักงานระดับผู้บริหารของฮ่องกงนั้นจะสูงอยู่แล้ว ซึ่งบางครั้งอาจจะสูงกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชีย อาทิ สิงคโปร์ ด้วย นอกจากนี้ อัตราการเสียภาษีเงินได้ส่วนบุคคลของฮ่องกงนั้นอยู่ในอัตราที่ต่ำจึงทำให้มีอำนาจซื้อสูงขึ้น ด้าน เหิน หยิน โกห์ ผู้จัดการฝ่าย Reward Information Services ของเฮย์ กรุ๊ปในเซี่ยงไฮ้ ได้ให้ความคิดเห็นว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของจีนทำให้ผู้บริหารของจีนมีรายได้ส่วนบุคคลหลังหักภาษีแล้วเฉลี่ยอยู่ที่ 126,281 ดอลลาร์สหรัฐ จัดอยู่ในอันดับที่ 14 ซึ่งแม้ว่าอินเดียมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูง แต่บรรดาผู้จัดการในอินเดียกลับมีอำนาจซื้อเพียง 92,750 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น ทำให้อินเดียตกไปอยู่อันดับที่ 36 ในการสำรวจในครั้งนี้ "ประเทศอินเดียโชคดีตรงที่มีคนมีการศึกษาอยู่เยอะ และสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี ทำให้บริษัทข้ามชาติในอินเดียมีตัวเลือกในการว่าจ้างพนักงานที่มีความสามารถอยู่เยอะ เงินเดือนที่จ่ายให้กับพนักงานระดับผู้บริหารในอินเดียมีตัวเลขเพิ่มขึ้น 15-20% และอินเดียคงจะไม่รั้งอันดับท้ายๆ เช่นนี้อยู่นานนัก" นายเหินกล่าว อันดับอำนาจการซื้อผู้บริหาร อันดับ1. ซาอุดิอาระเบีย อันดับ2.สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อันดับ3. ฮ่องกง อันดับ4.รัสเซีย อันดับ5.ตุรกี อันดับ6.เม็กซิโก อันดับ7.ยูเครน อันดับ8.ไทย อันดับ9.สิงคโปร์
โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์
|
ลงวันที่
16/08/2007 06:17:53
จำนวนผู้ชม
2543 ครั้ง
|
|
ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน
|
|