การควบคุมการใช้น้ำในสำนักงานกับมาตรฐาน ISO4001:2004

การควบคุมการใช้น้ำในสำนักงานกับมาตรฐาน ISO4001:2004 | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



ในการจัดทำระบบ ISO14001:2004 สิ่งที่จำเป็นต้องได้จากการทำระบบบริหารสิ่งแวดล้อม คือการประหยัดจากการใช้ทรัพยากรหรือกล่าวได้ว่าคือการพยายามใช้ทรัพยากรให้มีประโยชน์สูงสุด หรือกล่าวได้ว่ามีการประยุกต์ใช้หลักการป้องกันมลพิษที่สามารถกระทำได้ไม่ยากและส่งผลประโยชน์ให้กับองค์กร แต่ไม่ว่าอย่างไรประเด็นการควบคุมที่เกี่ยวข้องกับงานสำนักงานกลับกลายเป็นสิ่งที่ระบุจุควบคุมลำบาก เนื่องจากเป็นสิ่งใกล้ตัวที่ซึ่งคล้ายกับผงเข้าตายากจะมองเห็น นับว่าเป็นสิ่งที่น่าเสียดายเนื่องจากส่วนมากแล้ว เป็นประเด็นที่ทำง่ายใช้ค่าใช้จ่ายที่ไม่สุงรวมทั้งสามารถสร้างความตระหนักให้กับพนักงานได้อย่างเห็นผล ในการประหยัดการใช้ทรัพยากรซึ่งเป็นหลักการในการประยุกต์ใช้ระบบมาตรฐาน ISO14001:2000

บทความนี้ได้ให้แนวทางในการตรวจติดตามภายในเพื่อใช้ในการระบุโอกาสในการปรับปรุง หรือกำหนดแผนงานในการควบคุมต่อไป

  • ได้ติดตั้งมิเตอร์น้ำสำหรับบริเวณหรือกิจกรรมที่สำคัญและมีการใช้น้ำปริมาณมาก

  • มีใช้ระบบถังพักสำรองน้ำ แทนการใช้เครื่องสูบน้ำโดยตรง จากท่อ

  • มีการตรวจสอบถังพักน้ำและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง

  • ได้ใช้เครื่องสูบน้ำที่มีประสิทธิภาพสูงและมีขนาดเหมาะสม กับความต้องการใช้น้ำในสำนักงาน

  • มีตรวจสอบสมรรถนะการทำงาน รอยรั่ว และซีลยางของ ปั๊มน้ำทุก 6 เดือน

  • ได้ใช้อุปกรณ์ประหยัดน้ำ เช่น ชักโครกชนิดประหยัดน้ำ หัวก๊อกแบบมีอุปกรณ์เติมอากาศ และก๊อกชนิดยกเปิด กดปิดแทนก๊อกชนิดแบบหมุน

  • มีการติดตั้งฝักบัวหรือวาล์วปิดเปิดน้ำที่ปลายสายยางเพื่อควบคุมการใช้น้ำให้มีประสิทธิภาพ

  • มีความพยายามที่จะลดปริมาณการใช้น้ำของชักโครก โดยตั้งลูกลอยให้มี การใช้น้ำไม่เกิน 3.5 ลิตร ต่อการกดชักโครก 1 ครั้ง หรือใช้วัสดุแทนที่น้ำซึ่งจะช่วยลดปริมาณการใช้น้ำ

  • มีระบบในการตรวจสอบการรั่วไหลของน้ำโดยการปิดก๊อกน้ำทุกตัว และสังเกตการเดินของมาตรวัดน้ำ หากพบเห็นการรั่วไหล ให้รีบแก้ไขทันที

  • ได้ทำการตรวจสอบการรั่วไหลของชักโครกโดยการหยดสีลงในถังพักน้ำ หากปรากฏสีที่ทดสอบบริเวณคอห่านแสดงว่ามีการรั่วไหล ให้รีบแก้ไขทันที

  • มีระบบในการสอดส่องดูแลการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ เช่นปิดก๊อกน้ำให้สนิททุกครั้ง ปิดก๊อกน้ำหากพบว่ามีผู้ใช้ที่ไม่ปิดหรือปิดไม่สนิท แจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องหากพบเห็นการรั่วไหลของน้ำ เช่น ท่อรั่วหรือแตก เป็นต้น

  • มีการทำความสะอาดบริเวณต่างๆ โดยการปัดกวาดฝุ่นละอองและเศษผงต่างๆ ออกก่อน แล้วจึงใช้น้ำในการทำความสะอาด เพื่อลดปริมาณน้ำที่ใช้และลดการปนเปื้อนของน้ำทิ้ง

  • มีการรดน้ำต้นไม้ในเวลาเช้าตรู่แทนช่วงเวลากลางวันที่มีแดดจัดและใช้หัวก๊อกฉีดแบบสเปรย์

  • ได้มีการกำจัดเศษอาหารและไขมันก่อนการล้างภาชนะ

  • มีการแยกภาชนะที่จะล้าง โดยเริ่มจากการล้างแก้วน้ำดื่ม ช้อนและเครื่องครัว ตามลำดับ

  • มีระบบในการล้างภาชนะคราวละมากๆ แต่ไม่ควรปล่อยภาชนะทิ้งไว้นานจนมีคราบสกปรกแห้งติดแน่น

  • มีการล้างภาชนะในอ่างที่บรรจุน้ำแทนการล้างด้วยการเปิดใช้น้ำจากหัวก๊อกโดยตรง

  • ได้ใช้น้ำยาล้างจานแทนการใช้ผงซักฟอกล้างภาชนะบรรจุอาหาร

  • มีความพยายามในการใช้น้ำยาล้างจานแทนในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อลดปริมาณน้ำล้างภาชนะเกินความจำเป็น

  • มีความพยายามในการใช้แก้วรองน้ำเพื่อดื่มน้ำหรือแปรงฟัน แทนการใช้น้ำจากก๊อกน้ำโดยตรง

  • มีความพยายามหรือสื่อสารให้พนักงานรินน้ำดื่มให้เพียงพอต่อความต้องการดื่ม ในแต่ละครั้งโดยไม่เหลือทิ้ง

  • มีการเตรียมน้ำดื่มส่วนกลางไว้หลังห้องประชุมหรือโรงอาหารและให้ผู้เข้าร่วมประชุมรินน้ำดื่มเอง

  • มีการจัดให้มีสบู่เหลวที่ไม่เข้มข้นมาใช้แทนสบู่ก้อนที่อ่างล้างมือเพื่อลดปริมาณน้ำที่ใช้ล้างมือ

มีการจดบันทึกผลการตรวจวัดน้ำและค่าใช้จ่ายเป็นประจำทุกเดือน พร้อมเผยแพร่ให้บุคลากรในองค์กรทราบ

  • ได้สร้างแรงจูงใจให้แก่บุคลากร โดยให้รางวัลกับผู้ที่ สามารถประหยัดการใช้น้ำอย่างได้ผล

  • มีการรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการประหยัดน้ำอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ติดสติ๊กเกอร์ประชาสัมพันธ์จัดบอร์ดนิทรรศการ หรือให้ความรู้โดยการจัดอบรม เป็นต้น

  • มีการติดตั้งถังดักไขมันที่มีประสิทธิภาพประจำอาคาร

  • มีตะแกรงกรองเศษอาหารก่อนระบายน้ำทิ้งลงบ่อดักไขมัน

  • ได้จัดทำรางระบายน้ำเสียโดยเฉพาะจากห้องครัวและ   บริเวณที่ล้างภาชนะเพื่อระบายลงบ่อดักไขมัน

  • มีระบบในการตักไขมันในถังดักไขมันไปกำจัดอย่างเหมาะสมทุกสัปดาห์

  • มีการหมุนเวียนน้ำใช้แล้วด้วยการนำมารดน้ำต้นไม้

  • ได้จัดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพ และนำน้ำที่ บำบัดแล้วกลับมาใช้ประโยชน์

  • มีความพยายามใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเช่น น้ำจุลินทรีย์สร้างสรรค์ ผลิตภัณฑ์ฉลากเขียว ผลิตภัณฑ์ที่มีผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากธรรมชาติแทนสารเคมีที่เป็น อันตราย เป็นต้น

ที่มา : moodythai.com




จำนวนผู้ชม 4526 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์