กม.คอมฯ นักกฎหมาย ตั้งธงเขตของคนดี (2)

กม.คอมฯ นักกฎหมาย ตั้งธงเขตของคนดี (2) | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ


หลังจาก 2 ครั้งที่แล้ว IT-Digest ได้นำเสนอหลักการสำคัญของพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิด พ.ศ. 2550 มาจนถึงมาตราที่ 21 แล้ว จากจำนวนทั้งหมด 30 มาตรา ดังนั้น เพื่อให้ผู้อ่านทุกคนได้รับทราบหลักการสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ ในครั้งนี้ เราจึงขอนำเสนอหลักการสำคัญของกฎหมายในส่วนที่เหลือทั้งหมดแบบเรียงตามมาตรา โดยมีสาระสำคัญดังนี้
มาตรา 22 ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปิดเผย หรือ ส่งมอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือ ข้อมูลของผู้ใช้บริการที่ได้มาตามมาตรา 18 ให้บุคคลใด แต่มิได้ใช้บังคับกับการกระทำเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด หรือ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีกับพนักงานเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการใชอำนาจโดยมิชอบ หรือ เป็นการกระทำตามคำสั่ง หรือ ได้รับอนุญาตจากศาล สำหรับกรณีที่เจ้าหน้าที่ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
 
มาตรา 23 พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรคอมพิวเตอร์ หรือ ข้อมูลของผู้ใช้บริการที่ได้มาตามมาตรา 18 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ส่วนมาตรา 24 ผู้ใดล่วงรู้ข้อมูลคอมพิวเตอร์ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ หรือ ข้อมูลของผู้ใช้บริการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตามมาตรา 18 และเปิดเผยข้อมูลนั้นต่อผู้หนึ่งผู้ใดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
 
มาตรา 25 ข้อมูล ข้อมูลคอมพิวเตอร์ หรือ ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้มาตาม พ.ร.บ.นี้ ให้อ้างและรับฟังเป็นพยานตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา หรือ กฎหมายอื่นอันว่าด้วยการสืบ พยานได้ แต่ต้องเป็นชนิดที่มิได้เกิดจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เช็ญ หลอกลวง หรือ โดยมิชอบประการอื่น
 
มาตรา 26 ผู้ให้บริการต้องเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ข้อมูลนั้นเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แต่ในกรณีจำเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จะสั่งให้ผู้ให้บริการผู้ใดเก็บรักษาข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ไว้เกิน 90 วัน แต่ไม่เกิน 1 ปี เป็นกรณีพิเศษเฉพาะรายและเฉพาะกาลได้
 
นอกจากนั้น ผู้ให้บริการจะต้องเก็บรักษาข้อมูลของผู้ใช้บริการเท่าที่จำเป็นเพื่อให้สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการนับตั้งแต่เริ่มใช้บริการและต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับตั้งแต่การใช้บริการสิ้นสุดลง ส่วนผู้ให้บริการประเภทใด อย่างไรและเมื่อใด ที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลจรจรให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา สำหรับกรณีที่ผู้ให้บริการใดไม่ปฏิบัตตามมาตรานี้ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 แสนบาท
 
มาตรา 27 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่สั่งตามมาตรา 18,20 หรือ 21 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 แสนบาท และปรับเป็นรายวันอีกวันละไม่เกิน 5 พันบาท จนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ส่วนมาตรา 28 การแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ.นี้ ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้และความชำนาญเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ และมีคุณสมบัติตามที่รัฐมนตรีกำหนด
 
มาตรา 29 ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.บ.นี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจรับคำร้องทุกข์ หรือ รับคำกล่าวโทษ และมีอำนาจในการสืบสวนเฉพาะความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ เท่านั้น
 
การจับกุม ควบคุม ค้น ทำสำนวนสอบสวนและดำเนินคดีผู้กระทำความผิด ที่เป็นบรรดาอำนาจของพนักงานฝ่ายปกครอง ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ หรือ พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายพิธีพิจารณาความอาญาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ประสานกับพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป
 
นอกจากนั้น ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีมีอำนาจร่วมกันกำหนดระเบียบเกี่ยวกับแนวทางและวิธีปฏิบัติในการดำเนินการตามวรรค 2
 
มาตรา 30 ในการปฏิบัติหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของบัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา
 
อย่างไรก็ตาม นายไพบูลย์ อมรภิญโญเกียรติ ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัท แมกนัส แอนด์ พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะกรรม การยกร่างประกาศตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ที่เข้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้ ตั้งแต่ในชั้นการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. สรุปหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ว่า ไม่ได้ต้องการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล แต่มุ่งอุดช่องโหว่การกระทำความผิดทางเทคโนโลยีที่เดิมกฎหมายอาญาไม่สามารถเอาผิดได้
 
สำหรับสาระสำคัญของกฎหมาย นักกฎหมายที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายเทคโนโลยีผู้นี้ สรุปว่า มีทั้งหมด 6 เรื่อง ประกอบ ด้วย เรื่องที่ 1 ฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ เรื่องที่ 2 การจัดเก็บข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ เรื่องที่ 3 อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายใหม่ เรื่องที่ 4 เขตอำนาจของศาลในการพิจารณาคดี เรื่องที่ 5 อำนาจของ รมว.ไอซีที และเรื่องที่ 6 บทกำหนดโทษสำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายแบบนี้
 
ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นหลักการสำคัญของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค. ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้วไม่ใช่เฉพาะคอไอทีและนักท่องอินเทอร์เน็ตเท่านั้นที่จะต้องระมัดระวัง เพราะการกระทำบางอย่างที่แต่ก่อนไม่มีความผิด เช่น การส่งต่อ หรือ ฟอร์เวิร์ด ภาพลามกอนาจาร หรือ คลิปวีดีโอต่างๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือก็เข้าข่ายกระทำความผิดและจะต้องได้รับโทษเช่นกัน
 
ดังนั้น จึงจำเป็นที่ประชาชนชาวไทยทุกคน ยกเว้นผู้ที่คิดว่า ตนเองจะไม่มีโอกาสได้ใช้งานคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจ พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้ดี เพราะเมื่อกระทำความผิดแล้วจะมาอ้างว่าไม่รู้กฎหมายเพื่อไม่ต้องรับโทษไม่ได้ โดยผู้สนใจสามารถเข้าไปศึกษาและดาวน์โหลดกฎหมายฉบับเต็มได้ที่เว็บไซต์ของกระทรวงไอซีที www.mict.go.th ในหัวหัวข้อกฎหมายไอซีที
 
 
 



ลงวันที่ 25/07/2007 11:01:21
จำนวนผู้ชม 5455 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์