'เชฟรอน' สานต่อ CSR ปี’50ย้ำพนักงานร่วมรับผิดชอบสังคม

'เชฟรอน' สานต่อ CSR ปี’50ย้ำพนักงานร่วมรับผิดชอบสังคม | ข้อมูลด้านการบริหารจัดการ โดย SIAMHRM.COM



เชฟรอน เดินหน้า CSR ปี 2550 อย่างต่อเนื่อง ชูความรับผิดชอบหลักต่อสังคมไทยผ่าน 3 ด้าน การศึกษา-การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม-พลังงาน พร้อมสร้างพนักงานให้รู้จัก 4 E เพื่อเกิดส่วนร่วมในการทำกิจกรรม
       
        การดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม หรือ CSR (Corporate Social Responsibility) เป็นหนึ่งในโครงการที่บริษัทส่วนใหญ่ทั้งของคนไทย และข้ามชาติต่างหันมาให้ความสำคัญ ซึ่งหลายบริษัทได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อีกหลายบริษัทพึ่งเริ่มตื่นตัว
       
        โดยจะเห็นภาพของการทำ CSR ผ่านบริษัทข้ามชาติ อย่าง "เชฟรอน" ซึ่งเป็นบริษัทด้านพลังงานเกี่ยวกับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ทั้งการสำรวจและการผลิต การกลั่น การตลาดและการขนส่ง การผลิตและจำหน่ายเคมีภัณฑ์ รวมถึงการผลิตพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสนใจกับการทำ CSR และมีการทำมาอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ด้วยแนวคิดที่ว่าบริษัทดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทยมานาน นอกจากนี้ พนักงานส่วนใหญ่เกือบ 90% เป็นคนไทย
       
        ดังนั้น แนวทางในการทำ CSR ของบริษัทจึงมุ่งเน้นการได้เข้าไปดูแล และร่วมสร้างสรรค์สังคมเป็นสิ่งสำคัญ พร้อมทั้งช่วยเหลือสังคมไทย ทั้งในแง่การสร้างความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น การปรับสภาพสิ่งแวดล้อม และธรรมชาติให้กลับมาสมบูรณ์หรือดียิ่งขึ้นกว่าเดิม
       
       โดย ธารา ธีรธนากร ประธานกรรมการบริหารบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจ และผลิต จำกัด ได้เล่าว่า การทำ CSR ของเชฟรอนที่ผ่านมาจะถูกแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ 1.การศึกษา 2.การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และ3.การอนุรักษ์พลังงาน
       
        นอกจากนี้ บริษัทจะยังส่งเสริมให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมด้วยนโยบายสั้นๆ ที่เรียกว่า 4 E คือ 1.เอดดูเคชั่น (Education) , 2.เอนไวโรเมน คอนเซอเวชั่น (Environment Conservation) , 3.เอนเนอยี คอนเซอเวชั่น (Energy Conservation) และ4.เอมพลอยีเอนเกทเมนท์ (Employee Engagement)
       
        ซึ่งผลงานการทำ CSR ที่เชฟรอนได้ทำและสอดคล้องกับนโยบายเมื่อปีที่ผ่านมา ได้แก่ โครงการทูตเชฟรอนเพื่อสังคม ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้พนักงานของบริษัทได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม, โครงการค่ายผู้นำเยาวชน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์และธรณีวิทยา พร้อมทั้งมอบทุนการศึกษา, โครงการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยสึนามิในจังหวัดกระบี่และพังงา โครงการนี้บริษัทจะเข้าไปช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์ทำกิน อาชีพ และจัดตั้งกองทุนชุมชนเพื่อให้ดูแลตัวเองได้ในระยะยาว และโครงการเชฟรอนรวมใจไทยเพื่อพระดาบส ที่มอบทุนการศึกษาแก่ศิษย์พระดาบส
       
        โดยโครงการการจัดการขยะและของเสีย, โครงการฟื้นฟูป่าชายเลน, โครงการฟื้นฟูผู้ประสบภัยสึนามิ จะยังดำเนินการต่อไปในปีนี้ เพราะเชฟรอนให้ความสำคัญกับการทำโครงให้มีความยั่งยืน และอยู่ได้ด้วยตัวเอง จนกว่าชุมชนจะเข้มแข็ง และพร้อมที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยตนเอง รวมทั้งยังได้จัดค่ายเพื่อพัฒนาเยาวชนให้มีการพัฒนาทางความรู้ ความสามารถ และภาวะผู้นำเพื่อประโยชน์ต่อประเทศชาติในอนาคต
       
        ธารา ยังได้เล่าถึงแผนการทำ CSR ในโครงการใหม่ปีนี้ว่า เชฟรอนจะมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาทั้ง 3 ด้านเหมือนเดิม อย่าง ด้านการศึกษาก็จะให้การสนับสนุนกิจกรรมหลากหลายประเภทเพื่อส่งเสริม และเสริมสร้างประสบการณ์ด้านต่าง ๆ ให้แก่เยาวชนไทย เพราะเชื่อมั่นว่าการพัฒนาคุณภาพของเยาวชนเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากเป็นกำลังสำคัญของชาติ
       
        ส่วนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมซึ่งนับเป็นภารกิจที่สำคัญ โดยโครงการหลักที่วางแผนไว้ คือ โครงการจัดการขยะและของเสียร่วมกับโรงเรียนและชุมชนในจังหวัดสงขลา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ด้วยการนำของเสียมาทำเป็นก๊าซหุงต้ม ปุ๋ยชีวภาพ หรือเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการทำโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลน โครงการจัดค่ายฤดูร้อนด้านระบบนิเวศวิทยาที่จังหวัดภูเก็ต ร่วมกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และศูนย์ชีววิทยาภูเก็ต
       
        สำหรับการอนุรักษ์พลังงานด้วยความที่เชฟรอนเป็นหนึ่งในบริษัทพลังงานชั้นนำระดับโลก ที่จัดหาแหล่งทรัพยากร และพลังงานให้กับประเทศไทย บริษัทจึงมีหน้าที่ในการส่งเสริม และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรพลังงานอย่างพอเพียง และมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะต้องการให้ทรัพยากรเหล่านี้ตกทอดสู่ชนรุ่นหลังต่อไป ดังนั้น การทำ CSR ในด้านนี้จะเน้นการกระตุ้นชุมชนให้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงาน
       
        อย่างไรก็ดี นอกจากการทำ CSR ทั้ง 3 ด้านนี้แล้วในปีนี้จะเพิ่มการส่งเสริมให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมมากขึ้น เพราะเห็นว่าหลายปีที่ผ่านมาพนักงานได้รับการส่งเสริมให้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่างๆ เมื่อบริษัทได้เห็นคุณค่าในด้านนี้จึงจัดนโยบายนี้เข้าไปเพิ่ม เพราะเชื่อว่าพนักงานเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาชุมชน และสังคมของตนเอง
       
        ธารา กล่าวในตอนท้ายว่า การรณรงค์ และส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมยังมีส่วนช่วยเสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคีของบุคคลากรในองค์กรได้อีกด้วย

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ





จำนวนผู้ชม 5796 ครั้ง




ข้อมูลบทความในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์