แห่หนุนดัน"สปส." เป็นอิสระ ปลัดแรงงาน ปัดล้มร่างกม.

แห่หนุนดัน"สปส." เป็นอิสระ ปลัดแรงงาน ปัดล้มร่างกม. | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

นักวิชาการ-ผู้นำแรงงานประสานเสียงดัน สปส.เป็นองค์กรมหาชน หวั่นระบบปัจจุบันทำกองทุน 4 แสนล้านพัง ปลัด ก.แรงงานปัดล้มร่าง กม.สำนักงานประกันสังคม ให้เป็นอิสระ ลั่นไม่เคยหวงเงิน-อำนาจ แค่ตีกลับให้ไปดูใหม่เพื่อความรอบคอบ

เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ให้ยกร่างแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกันสังคม พ.ศ.2533 กล่าวถึงกรณีที่ผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และ สปส.ไม่เห็นด้วยในหลายประเด็นที่แก้ไข โดยเฉพาะการให้ สปส.เป็นองค์กรมหาชน ซึ่งเป็นการดึงอำนาจบริหารออกจากกระทรวงแรงงาน ว่าจริงๆ แล้วได้เสนอแนวทางเป็น 2 กรณี คือ 1.การแยก สปส.ออกเป็นองค์กรมหาชนทั้งหมด 2.แยกเฉพาะสำนักบริหารการลงทุน (สบร.) ออกมาเป็นหน่วยงานพิเศษเพื่อให้บริหารงานคล่องตัว

"การจะปรับเปลี่ยนหรือไม่ แบบไหนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ซึ่งก็ไม่ได้แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องอะไรมาก ถ้าต้องการให้เป็นองค์การมหาชนทั้งหมด ก็สามารถทำได้ 2 ทางคือ ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา หรือเลือกออกเป็น พ.ร.บ.ของตัวเอง แต่ผมร่างแบบหลังให้ เพราะต้องเกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องจ่ายเงินสมทบ" นายสมคิดกล่าว

ด้าน น.ส.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ปัจจุบันกระบวนการคัดเลือกคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคมขึ้นอยู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นหลัก ดังนั้น จึงถูกครหาว่าไม่โปร่งใสได้ง่าย เพราะรัฐมนตรีมักเลือกคนที่มีความเป็นไปในทางเดียวกับตน และขั้นตอนการสรรหาก็ไม่ชัดเจน ดังนั้นควรมีการแก้ไขกระบวนการตรงนี้ให้ดีขึ้น

"คิดว่าประธานบอร์ด ไม่ควรเป็นรัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงแรงงานอีกแล้ว ควรสรรหามาจากผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ความสามารถ เพราะขณะนี้กองทุนประกันสังคมมีขนาดใหญ่มาก (4 แสนล้านบาท) จึงไม่ควรอยู่ภายใต้นักการเมืองหรือข้าราชการประจำ เนื่องจากกองทุนฯเป็นสวัสดิการระยะยาวของประชาชน แต่นักการเมืองเข้ามาวาระสั้น 4 ปี หรือ 8 ปี และคิดในเรื่องของตัวเอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนได้ คนที่เข้ามาดูแลต้องคำนึงถึงอนาคตในอีก 20-30 ปีข้างหน้า" น.ส.วรวรรณกล่าว

ด้านนายทวีป กาญจนวงศ์ ประธานมูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย กล่าวว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ควรมีการปฏิรูป สปส. เพราะทั้งนักการเมือง ข้าราชการประจำ ต่างก็มีข้อจำกัด

ขณะที่นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ประกันสังคมได้ผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดก่อนไปแล้ว แต่เมื่อมีการปฏิวัติจึงต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ ซึ่งบอร์ดเห็นว่าให้ไปทำประชาพิจารณ์อีก ซึ่งที่ประชุมก็มีการพูดถึงการแยกออกเป็นองค์กรอิสระ ซึ่งไม่ขัดข้อง ขอให้เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อผู้ประกันตนก็พอ ส่วนข้อเสนอของนายสมคิดได้ชี้แจงกับบอร์ดนั้น เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับเรื่องการแยกสำนักบริหารการลงทุนออกจาก สปส. เพื่อให้การบริหารงานคล่องตัว แต่บอร์ดเห็นว่าควรกลับไปดูใหม่ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ

"จริงๆ แล้ว พ.ร.บ.ฉบับปัจจุบันก็ยังใช้ได้ เพียงแต่มีบางประเด็นที่ไม่ชัดเจน จึงเสนอให้แก้ไข แต่หากเห็นว่าตรงไหนเป็นจุดอ่อนที่ควรแก้ไขก็ทำได้ ขึ้นอยู่กับการทำประชาพิจารณ์" นายสุรินทร์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมากว่าที่มาของบอร์ดในปัจจุบันมีความหละหลวม นายสุรินทร์กล่าวว่า ใช่ เพราะกฎหมายเขียนเพียงว่าให้มีตัวแทนจากลูกจ้างและนายจ้างเข้ามาเป็นบอร์ด แต่ไม่ได้บอกว่ามาด้วยวิธีไหน

ขณะที่นายจุฑาธวัช อินทรสุขศรี ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานบอร์ด สปส. กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการนำเสนอผลการศึกษาการยก สปส.เป็นองค์กรมหาชนของนายสมคิด ต่อที่ประชุมบอร์ด สปส. เพียงครั้งเดียว และบอร์ด สปส.พิจารณาแล้วว่ารายงานการศึกษานี้ยังไม่ครอบคลุมไปยังเจ้าของเงินคือ นายจ้าง และลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนเท่าที่ควร จึงให้นายสมคิดศึกษาเพิ่มเติม ฉะนั้นจึงไม่ใช่เป็นการฉีกร่างกฎหมายแต่อย่างใด

"ที่บอกผู้บริหารกระทรวงแรงงานหวงอำนาจ หวงเงินเลยไม่ต้องการให้ยก สปส.เป็นองค์กรอิสระหรือองค์กรมหาชน เพราะเกรงว่าจะไม่อยู่ในอำนาจการบริหารและผลประโยชน์จะหายไปนั้น เหลวไหลที่สุด เพราะว่าเงินนี้ไม่ใช่เงินของใครสักคนเลย มันเป็นของผู้ประกันตนทั้งนั้น จึงไม่จำเป็นต้องไปหวงและแสวงหาผลประโยชน์กับตรงนั้น มันจะเป็นบาปเปล่าๆ เรามีหน้าที่อย่างเดียวก็คือบริหารเงินตรงนี้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุดก็เท่านั้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนเป็นองค์กรอิสระนั้น กระทรวงได้พยายามศึกษามานานแล้ว เพราะถึงยุคนี้จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง ยิ่งมีเงินมาก ยิ่งต้องทำให้ผู้ประกันตนได้ประโยชน์มากที่สุด" นายจุฑาธวัชกล่าว

นายจุฑาวัธกล่าวว่า ส่วนข้อที่มีการเสนอให้ปรับปรุงที่มาของบอร์ด สปส.นั้น เห็นด้วยที่จะมีการแก้กฎหมายให้ชัดเจนและรัดกุม เพื่อให้ได้ผู้บริหารที่หลากหลาย และไม่มีส่วนได้เสียกับเงินในกองทุน ทำให้การบริหารมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม กรณีที่อ้างว่ามีนักการเมืองมาแสวงหาผลประโยชน์นั้น ไม่เคยเห็นชัดเจนว่านักการเมืองคนไหนเข้ามาทำการลักษณะนั้น เพราะถ้ามีก็สามารถตรวจสอบได้ไปแล้ว

 

แหล่งข่าว : เครือมติชน




ลงวันที่ 23/05/2007 09:18:03
จำนวนผู้ชม 1491 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์