พม่าเดินหน้าตั้ง 19 เขตเศรษฐกิจฯชายแดนปีนี้ประเดิม 8 จุด ยก "เมียวดี-แม่สอด"นำร่อง

พม่าเดินหน้าตั้ง 19 เขตเศรษฐกิจฯชายแดนปีนี้ประเดิม 8 จุด ยก "เมียวดี-แม่สอด"นำร่อง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

ตาก- พม่าเดินหน้าตั้ง 19 เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนตามแผนพัฒนาประเทศครั้งใหญ่ ประเดิมก่อน 8 แห่งในปีนี้โดยมี "เขตเศรษฐกิจฯเมียวดี ตรงข้ามแม่สอด ขนาด 180-200 เอเคอร์"เป็น 1 ใน Pilot Project ก่อนขยายให้ครบตามเป้าหมายภายในปี 2555 ขณะที่ภาคเอกชนไทยเชื่อมีผลดีมากกว่าผลเสีย กระตุ้นการส่งออกเพิ่มอีก 20-30% แถมมีช่องนำวัตถุดิบจากพม่ามาต่อยอดอุตสาหกรรมไทยได้อีกเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆนี้ พล.อ.หม่องเอ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการทหารบก รัฐบาลพม่า ในฐานะรองประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ หรือ SPDC ผู้นำคนสำคัญในสภา SPDC และในรัฐบาล รวมทั้งฝ่ายทหารที่คุมกำลังได้สั่งการให้กระทรวงต่างๆ ที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนาการค้าและเศรษฐกิจ เร่งการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดน 19 แห่ง

หลังจากได้ส่งเจ้าหน้าที่จากกระทรวงพัฒนาการค้าชายแดน-กระทรวงพาณิชย์และเศรษฐกิจ-กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงป่าไม้และการเกษตร เดินทางมาสำรวจเขตอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ เพื่อหาข้อมูลด้านวัตถุดิบ ซัปพลายด้านพลังงาน-ประชากร-ความเหมาะสมในพื้นที่ เพื่อสำรวจศึกษาความเหมาะสมในการจัดโครงการแผนพัฒนาประเทศโดยการจัดตั้งเขต เศรษฐกิจพิเศษจำนวน 19 พื้นที่ ตามแนวชายแดนที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะกับไทย-จีน รวมไปถึงบริเวณท่าเรือน้ำลึก ที่เป็นท่าเรือรองรับสินค้าจากสิงคโปร์และกลุ่มประเทศใกล้เคียง โดยให้เร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่องนับจากปี 2550 เป็นต้นไป

นายอำพล ฉัตรไชยาฤกษ์ ประธานหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยว่า รัฐบาลพม่าจะพัฒนาประเทศครั้งใหญ่ หลังสร้างเมืองหลวงใหม่ที่กรุงปิมานาและกรุงเนปิตอ โดยจะตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ 19 แห่ง ทั่วประเทศและจะให้จังหวัดเมียวดีนำร่องเป็นแห่งแรก อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมการเกษตร รวมทั้งการประมงและอื่นๆทุกด้าน ตามความเหมาะสมของพื้นที่

สำหรับจังหวัดเมียวดี จะใช้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษและเขตนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดนและเขตนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดตาก (แม่สอด) ซึ่งขณะนี้มีนักธุรกิจ นักลงทุน จากต่างประเทศทั้งชาวไทย-จีน- สิงคโปร์ ได้ทำหนังสือถึงผู้นำพม่าขอเข้าไปลงทุนเพื่อดำเนินธุรกิจในโครงการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแล้วประมาณ 9,000-10,000 ราย โดยแจ้งความประสงค์ที่จะ ประกอบธุรกิจในพม่าทั้งขนาดเล็ก มีสัดส่วนประมาณ 60 % ขนาดกลาง 26 % และขนาด ใหญ่(อุตสาหกรรมหนัก) 18% ซึ่งธุรกิจทุกอย่างจะอยู่ภายใต้กรอบของยุทธศาสตร์การ พัฒนาประเทศพม่าและกฎหมายแห่งรัฐ

นายอำพล กล่าวอีกว่า โครงการพัฒนาประเทศและการเตรียมการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษของพม่า ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2546 โดยอยู่ในความร่วมมือภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง หรือแอดเม็คส์ (ACMECS) ส่วนการใช้จังหวัดเมียวดี นำร่องเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้นเพื่อรองรับกับการพัฒนาการค้าชายแดนและการลงทุนในโครงการต่างๆ ระหว่างไทย-พม่า ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพราะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว การค้าและการลงทุน

ประธานหอการค้าจังหวัดตาก เปิดเผยอีกว่า ในปี 2550 รัฐบาลพม่า จะประกาศตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ประมาณ 8 เขตก่อน โดยจะตั้งบริเวณจังหวัดเมียวดี, จังหวัดผาอัน, เมืองมะละแหม่ง, เมืองย่านลิน ,เมืองท่าเรือชายฝั่งอันดามันและกรุงเนปิตอ และปิมานาด้วย

สำหรับที่จังหวัดเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก จะใช้พื้นที่เบื้องต้นประมาณ 180-200 เอเคอร์ หรือ เพื่อดึงนักลงทุนในพื้นที่ อ. แม่สอด ที่มีอยู่จำนวนไม่น้อย ที่สนใจจะเข้าไปลงทุนอยู่แล้ว ส่วนที่เหลือ อีก 11 แห่ง จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในไม่เกินปี 2555

ด้านนายอำนาจ นันทหาร ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก ได้กล่าวถึงการที่รัฐบาลพม่าประกาศเดินหน้าจัดตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดน 19 แห่ง ตามแนวชายแดนไทย-พม่า แม่สอด-เมียวดี ว่า จะเกิดผลดีต่อระบบการค้าชายแดนและส่ง ผลให้เพิ่มมูลค่าการส่งออก 20-30 % จากปัจจุบันที่มีมูลค่าส่งออกและนำเข้ากว่า 10,000-12,000 ล้านบาทต่อปี รวมทั้งมีผลดีในการ เชื่อมโยงธุรกิจทางด้านอุตสาหกรรม มีการเพิ่มการลงทุน ตลอดจนสามารถนำวัตถุดิบของพม่ามาต่อยอดธุรกิจของโรงงานอุตสาหกรรมฝั่งไทยด้วย

ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก กล่าวต่อว่า เขตเศรษฐกิจชายแดนที่พม่าจัดตั้งขึ้นนั้นยังจะเชื่อมต่อกับเขตนิคมอุตสาหกรรม - เขตเศรษฐกิจชายแดนจังหวัดตาก ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้จะทำให้การค้าชายแดนและการจัดตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบมากขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อการค้าชายแดนนอกระบบทำให้ตลาดมืดหมดไป ซึ่งเป็นเพียงผลกระทบเล็กน้อยเท่านั้น สรุปได้ว่าการที่พม่าประกาศตั้งเขตเศรษฐกิจชายแดน นั้นมีผลดีมากกว่าผลเสียกับฝั่งไทย

สำหรับการเมืองภายในของรัฐบาลพม่านั้น ปัจจุบันมี พล.อ.โซวิน เป็นนายกรัฐมนตรีแต่กำลังป่วยหนัก จึงได้แต่งตั้ง พล.ท. เต็งเส่ง เลขาธิการ SPDC มารักษาการแทน ในส่วนของสภา SPDC มี พล.อ.อาวุโส ตานฉ่วย เป็นประธานสภาสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ แต่ความจริงแล้วผู้ที่มีอำนาจที่แท้จริง ทั้งด้านการทหารและการบริหารประเทศคือ พล.อ. หม่องเอ รองประธานสภา SPDC ,ผู้บัญชาการทหารสูงสุดควบ ผู้บัญชาการทหารบก

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ




ลงวันที่ 18/05/2007 09:37:36
จำนวนผู้ชม 1459 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์