ไตรมาสแรกตกงานแล้ว3.7หมื่นราย แรงงาน เอสเอ็มอี น่าวิตก

ไตรมาสแรกตกงานแล้ว3.7หมื่นราย แรงงาน เอสเอ็มอี น่าวิตก | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



สปส.เผยคนว่างงานแค่ 3 เดือนแรกของปี 3.7 หมื่นราย นักเศรษฐศาสตร์ เตือนธุรกิจเอสเอ็มอีที่น่าเป็นห่วงเพราะจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าธุรกิจขนาดใหญ่

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : การ "ว่างงาน" ดูจะเป็นปัญหา ที่รัฐบาลต้องเริ่มตระหนักในภาวะที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า 4% ซึ่งขณะนี้สัญญาณได้สะท้อนผ่านการตัวเลิกบริษัทปิดกิจการ กำลังการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง และอัตราการนำเข้าที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และไตรมาสแรกปีนี้ขยายตัวเพียง 2% เทียบกับช่วงเดียวกันก่อนหน้านี้ขยายตัวเกิน 2 หลักเสมอ

แม้ว่าขณะนี้ปัญหาแท้จริงยังไม่เกิดแต่ หากชะล่าใจ ถึงตอนนั้นอาจจะยากจะแก้ไข โดยเฉพาะลูกจ้างในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอ็สเอ็มอี) ที่จะได้รับผลกระทบก่อน

นายเมธี สุภาพงศ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายการเงิน สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงภาวะการจ้างงานขณะนี้ว่ายังไม่เห็นสัญญาณที่ชี้ถึงปัญหาการว่างงาน เนื่องจากตลาดแรงงานขณะนี้ยังตรึงตัว อย่างไรก็ตาม ธปท.ก็ติดตามดูข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สำหรับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวต่อการจ้างงานของธุรกิจจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับการปรับตัวของธุรกิจว่าจะมีวิธีการปรับตัวอย่างไร เช่น มีการลดช่วงเวลาทำงานหรือปรับลดค่าจ้างเงินเดือนหรือไม่

ทั้งนี้ ข้อมูลอัตราการว่างงานล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 1.5% ของกำลังแรงงานรวมซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำเมื่อเทียบกับอัตราการว่างงานปีก่อน โดยจำนวนผู้ว่างงานในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีจำนวน 540,500 คน ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ของปีก่อนที่มีผู้ว่างงานจำนวน 555,000 คน

สำรวจเอกชนห่วงว่างงาน

ความเห็นของ ธปท.ดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของผู้ประกอบการที่แสดงความเห็นผ่านโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลเศรษฐกิจและธุรกิจระหว่างธปท.และนักธุรกิจที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังคงเห็นว่าตลาดแรงงานยังตึงตัว โดยเฉพาะแรงงงานมีฝีมือมีความขาดแคลนมากขึ้นทำให้อัตราค่าจ้างและผลตอบแทนในกลุ่มนี้สูงขึ้น ขณะที่แรงงานไร้ฝีมือแม้จะยังมีปัญหาไม่มากนักแต่ผู้ประกอบการบางกลุ่มก็เริ่มกังวลว่าภาวะธุรกิจที่ชะลอตัวอาจจะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานและอัตราค่าจ้างในระยะต่อไปได้

ดร.บันลือศักดิ์ ปุสสะรังษี ผู้จัดการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาค ธนาคารกรุงเทพ กลับเห็นว่าหากเศรษฐกิจชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่องจนอัตราการขยายตัวของจีดีพีเหลือแค่ 4% ก็จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานของไทยแล้ว อย่างไรก็ตามการดูภาวะการว่างงานจากอัตราการว่างงานอาจจะไม่บ่งชี้มากนักเนื่องจากการเก็บข้อมูลการจ้างงานของไทยนั้นกำหนดคุณสมบัติของคนมีงานทำเพียงแค่คนที่ทำงาน 1 ชั่วโมงใน 1 สัปดาห์ อีกทั้ง การจ้างงานของไทยหลายอย่างก็ไม่ได้อยู่ในภาคธุรกิจที่มีบันทึกข้อมูลไว้

ดร.บันลือศักดิ์ กล่าวด้วยว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงหากเศรษฐกิจชะลอตัวลงมากคือภาคธุรกิจเอสเอ็มอี เพราะถึงแม้ว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ดีแต่ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีก็ไม่ค่อยได้ประโยชน์ เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกของธุรกิจเอสเอ็มอีมีสัดส่วนลดลงต่อเนื่อง ส่วนใหญ่การส่งออกจะได้ประโยชน์เฉพาะกับธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้น

ทีดีอาร์ไอชี้ปลายปีตกงานสูง

ดร.ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัย ฝ่ายวิจัยทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาสังคม มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึง ภาวะว่างงานในปีนี้ว่า ภาวะการตกงานในปีนี้ในช่วงไตรมาสแรกของปีอาจจะไม่มีผลสะท้อนออกมาให้เห็นมากนัก เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่จะเห็นตัวเลขคนตกงานในช่วงปลายปีคนตกงานจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นแน่นอน

"การคาดการณ์ภาวะการตกงานหากดูจากการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจ 4-4.5% ผมคิดว่า อัตราการตกงานของกลุ่มคนระดับบน ที่จบการศึกษาสูงอาจจะมีปัญหา หางานยากขึ้น หรือเรียกว่า คนที่เรียนจบปีนี้จะมีปัญหาในการหางานลำบาก ซึ่งปัญหาภาวะตกงานของคนระดับบนมีมานานแล้ว แต่แก้ไขยังไม่ได้ ซึ่งปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นที่ภาวะเศรษฐกิจอย่างเดียวหากมีปัญหาเรื่องคุณภาพด้วย ทำให้บางครั้งมีตำแหน่งว่างจำนวนหลายหมื่นตำแหน่งแต่ไม่สามารถบรรจุได้ ซึ่งในเรื่องนี้จะต้องการแก้ไขร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงาน กระทรวงศึกษาธิการและกลุ่มอุตสาหกรรม"

ส่วนตลาดแรงงานระดับล่างไม่มีปัญหามากนักเพราะว่ายังขาดแคลนแรงงานมากกว่าแสนคน ทำให้การจ้างงานไม่ตรึงตัวมากเช่นกลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างก็การจ้างงานก็ไม่ขาดแคลนแรงงาน อย่างไรก็ตามปัญหาการว่างงานในระดับล่างอาจจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้เนื่องจากในไตรมาส 3 ผู้ประกอบการยังสามารถจ้างแรงงานไทยได้ แต่ในช่วงปลายปีหากภาวะเศรษฐกิจยังคงตกต่ำ ผู้ประกอบการจะหันไปจ้างแรงงานต่างด้าวมากขึ้นเนื่องจากค่าแรงงงานต่ำกว่า ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการกว่า 50% จ้างแรงงานต่างด้าวและมีความต้องการที่จะจ้างแรงงานต่างด้าวอีกกว่า 2 แสนคน

"ปัญหาปิดกิจการของผู้ประกอบการ ในส่วนของผู้ประกอบการรายใหญ่คงจะไม่มีให้เห็น แต่ที่มีปัญหาน่าจะเป็นผู้ประกอบการขนาดกลาง ขนาดเล็ก SMEs ที่มีลูกจ้างไม่เกิน 30 คนมากกว่า " ดร.ยงยุทธ กล่าว

นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นิติบุคคลที่จดทะเบียนเลิกทั่วราชอาณาจักรในเดือนมีนาคม ที่ผ่านมามีจำนวน 847 ราย เงินทุนจดทะเบียน 2,894.12 ล้านบาท แยกเป็นกรุงเทพฯ จำนวน 306 ราย และส่วนภูมิภาค จำนวน 541 ราย อย่างไรก็ตามหากเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม ของปี 2549 มีนิติบุคคลจดทะเบียนเลิกลดลง 151 ราย หรือลดลง 15.13%

เสนอลดดอกเบี้ย0.5-1%อุ้มจ้างงาน

ดร.ยงยุทธ เสนอว่า เพื่อรับมือกับภาวะตกงานในช่วงปลายปี สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการคือการลดภาวะดอกเบี้ยลงประมาณ 0.5-1% ก็จะสามารถกระตุ้นการจ้างงานได้ในระดับหนึ่งเนื่องจากผู้ประกอบการ สามารถที่จะพยุงกิจการต่อไปได้ โดยเฉพาะการจ้างงานระดับล่าง ส่วนการแก้ไขปัญหาการว่างงานในระดับที่มีปัญหามานานอาจจะต้องแก้ไข โดยกระทรวงศึกษาธิการอาจจะต้องมีโครงการร่วมกับผู้ประกอบการเพื่อให้สามารถสนับสนุนการศึกษาที่ตลาดต้องการอย่างแท้จริง

"ผมว่าปัญหาตกงานของแรงงานระดับบนไม่ใช่เรื่องขาดตำแหน่งงานอย่างเดียว แต่ขาดคุณภาพด้วย เพราะมีตำแหน่งว่าง 4-5 หมื่นอัตรา แต่ไม่สามารถบรรจุได้เนื่องจากตำแหน่งไม่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องนี้ควรจะต้องมีการแก้ไขผลิตแรงงานให้ตรงกับความต้องการของตลาด"

ไตรมาสแรกเลิกจ้าง 3.7หมื่นราย

นายสุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวว่า จากการรวบรวมตัวเลขผู้ประกันตนที่ลาออกจากงานหรือนายจ้างเลิกจ้าง และนายจ้างที่ปิดกิจการ เข้ามาทำการยกเลิกการส่งเงินสบทบ หรือเข้ามาสมัครเป็นผู้ประกันตนกรณีการว่างงานตามมาตรา 39 ตั้งแต่มกราคม-มีนาคมปรากฏว่ามีลูกจ้างจำนวน 37,550 ราย โดยแยกเป็น สาเหตุมาจากการถูกเลิกจ้างจำนวน 14,683 ราย สมัครใจลาออกเอง 21,580 รายและสิ้นสุดสัญญาการจ้างงาน 987 ราย ในขณะที่นายจ้างสถานประกอบการจำนวน 2,659 แห่ง

ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสถานประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลาง ซึ่งตนคิดว่าสาเหตุอาจจะมาจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่ทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่องแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว นอกจากนี้ยังเจอสภาวะการแข่งขันทางการตลาดที่ค่อนข้างสูงทำให้โรงงานขนาดเล็กอยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเภทงานอุตสากรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ยานพาหนะ เป็นต้น นอกจากนี้จากข้อมูลยังพบจำนวนผู้ประกันตนประเภทดังกล่าวตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบัน (มี.ค.2550 ) มียอดรวมทั้งสิ้น 322,379 ราย ที่อยู่ในภาวะตกงาน

นายอภัย จันทนจุลกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจกับสถานการณ์ว่างงานปัจจุบันลำบาก เมื่อดูจากตัวเลขจากส ปส.เพราะแต่ละเดือนมีตัวเลขเข้าออกห่างกันไม่มากนัก แต่ทั้งนี้ก็ได้ประสานไปยังกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรมเพื่อหาตัวเลขที่แท้จริงเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์รองรับ ทั้งนี้สำหรับมาตรการที่วางไว้รองรับ การว่างงาน คือการประกันกรณีการว่างงาน และหางานใหม่ให้ทำ ส่วนวิธีการป้องกันการว่างงานที่กำลังดำเนินการเชิงรุกอยู่นั้นได้เร่งบรรจุคนงานที่เพิ่งจบการศึกษาเมื่อเดือนที่ผ่านมา ไปแล้ว 60,000 คน จาก 200,000 คน

ครวญแรงงานด้อยคุณภาพ

นายอภัย กล่าวอีกว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็น่าจะเป็นความความไม่สอดคล้องกัน ระหว่างคนที่ต้องการทำงานกับตำแหน่งที่ตลาดแรงงานต้องการ หรือ การผลิตคนงานออกมาไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานนั่นเอง จึงเห็นว่าทำไมมีสถานประกอบการต้องการแรงงานมากถึง 1 ล้านอัตรา ในขณะที่ตัวเลขคนตกงาน คนว่างงานก็มีอยู่มากเช่นกัน 800,000 คน

ขณะที่นายอภัย กล่าวว่า จะมอบหมายให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไปดูแลเรื่องการสร้างแรงงานสัมพันธ์ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเร่งไปดูราย ละเอียดในการฝึกพัฒนาฝีมือ นอกจากนี้ยังได้หารือร่วมกันถึงการเปิดหลักสูตรฝึกฝีมือแรงงานในโรงงานให้ลูกจ้างฝึกฝีมือแรงงานภายในเวลาทำงานวันละ 1 ชั่วโมง เพื่อยกระดับฝีมือ แรงงาน สร้างมาตรฐานสินค้า โดยจะหารือกันระหว่างสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย และมูลนิธิพัฒนาอุตสาหกรรมอีกครั้งหนึ่งซึ่งหากนายจ้างกลุ่มนี้ที่สังกัดสมาคมฯ ประมาณ 2,800 โรงงานมีลูกจ้างประมาณ 500,000 คนยินดีก็พร้อมที่จะดำเนินการนำร่องไปพร้อมกับอุตสาหกรรมกลุ่มต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาแรงงาน

สิ่งทอต้องการ"คุณภาพ"

นายเดช พัฒนเศรษฐพงษ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม กล่าวอีกว่า ปัจจุบันธุรกิจการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไทย ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เงินบาทที่แข็งตัวอย่างมาก จากที่เคยส่งออกปีละประมาณกว่าแสนล้านบาท ลดเหลือเพียง 50% ดังนั้นมีหลายโรงงานที่จำเป็นต้องลดต้นทุน การผลิตโดยการเลิกจ้างในสถานประกอบขนาดเล็กและขนาดกลาง แต่การเลิกจ้างนั้นก็ได้ ทำการปฏิบัติการตามกฎหมายทุกประการ

"ขณะนี้สมาคมคงไม่สามารถเข้าไปดำเนินการอะไรมากนัก เนื่องจากเป็นระบบของเศรษฐกิจมหภาคต้องปล่อยให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาให้ลงตัว แต่วิธีการหนึ่งที่สมาคมฯ เห็นว่าสามรถดำเนินการได้ คือการพัฒนาฝีมือแรงงานให้สามรถผลิต สินค้าที่มีคุณภาพ มีระบบการจัดการโรงงานที่ดี มีความสัมพันธ์กันระหว่างค่าจ้าง สวัสดิการกับผลผลิตสินค้า เนื่องจากถ้าหากคนงานมีฝีมือ สินค้าออกมาดีคุณภาพสูง เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นจึงอยากให้กระทรวงแรงงานซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรง หามาตรการช่วยเหลือ"

 

แหล่งข่าว : กรุงเทพธุรกิจ




ลงวันที่ 30/04/2007 21:31:36
จำนวนผู้ชม 1658 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์