อุตฯพลาสติกระส่ำ วิกฤตบาทแข็ง-แรงงานขาดหวดซ้ำ

อุตฯพลาสติกระส่ำ วิกฤตบาทแข็ง-แรงงานขาดหวดซ้ำ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



อุตฯพลาสติกระส่ำ วิกฤตบาทแข็ง-แรงงานขาดหวดซ้ำ แห่ปักหลักเวียดนาม เผยปีนี้มีทุนถอยเข้าเวียดนามเพิ่มเป็นผู้ผลิตถุงพลาสติก ขนาดกำลังการผลิตเกือบครึ่งของตลาด ด้านกระทรวงอุตฯเพิ่งตื่นตั้งคณะกรรมการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกแห่งชาติผลักดันเอกชนผลิตสินค้าราคาแพงลดการนำเข้า

นายสมศักดิ์ บริสุทธนกุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาหกรรมถุงพลาสติกไทย จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ถุงพลาสติกอันดับหนึ่งของประเทศ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ถึง ทิศทางอุตสาหกรรมพลาสติกไทยในปีนี้และในอนาคตว่า จากปัญหาค่าเงินบาทและภาวะขาดแคลนแรงงานส่งผลให้ผู้ประกอบการส่งออกมีการย้ายฐานผลิตและขยายการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้นโดยเฉพาะประเทศเวียดนามที่อัตราแลกเปลี่ยนค่อนข้างมีเสถียรภาพกว่า รวมถึงมีจำนวนแรงงานค่อนข้างมาก และตลาดเติบโตต่อเนื่อง

ทั้งนี้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าพลาสติกในประเทศไทยปัจจุบันมีประมาณ 4,000 รายโดยมีประมาณ 100 รายที่ทำการส่งออกซึ่งถือว่าเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีทั้งบริษัทต่างชาติ บริษัทร่วมทุนและเป็นบริษัทที่มีคนไทยถือหุ้นเองทั้งหมด

อย่างไรก็ตามตัวชี้วัดที่แสดงว่าปัญหาการแข็งค่าของเงินบาทส่งผลต่อศักยภาพการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกไทยคือ การที่มูลค่าการส่งออกสินค้าทั้งหมดของไทยในปี 2549 อยู่ที่ประมาณ 129,744 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการขยายตัวของเงินดอลลาร์สหรัฐ 17% เงินบาท 3.1% ตามที่รัฐบาลได้ตั้งเป้าไว้ แต่มูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์พลาสติกอยู่ที่ 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 72,900 ล้านบาท มีอัตราการขยายตัวของเงินดอลลาร์สหรัฐเพียง 10% และเงินบาท 1% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามูลค่าส่งออกของผลิตภัณฑ์พลาสติกไทยโตต่ำกว่าตลาด

"อุตสาหกรรมพลาสติกที่มีผลิตภัณฑ์หลายชนิดทั้ง ถุงพลาสติก ขวดพลาสติก และชิ้นส่วน ทุกโรงงานต่างขาดแคลนแรงงาน ยกตัวอย่างเช่น บริษัท อุตสาหกรรมถุงพลาสติกไทยฯ ต้องใช้คนงานประมาณ 1,500 คนขณะนี้ขาดคนอยู่อีกประมาณ 100-200 คน ทั้งนี้ปัญหาดังกล่าวเรื้อรังมานานแล้ว และมองเห็นชัดเจนขึ้นในช่วง 3-5 ปีมานี้ "

นายสมศักดิ์กล่าวอีกว่าในปีนี้จะมีโรงงานผลิตถุงพลาสติกอีกประมาณ 1-2 แห่งจะย้ายและขยายการลงทุนไปที่เวียดนาม ซึ่งโรงงานเหล่านี้มีขนาดกำลังการผลิตคิดเป็นสัดส่วน 30-40% ของตลาดและเป็นบริษัทร่วมทุนและบริษัทคนไทย เช่น กรณีที่บริษัท อุตสาหกรรมถุงพลาสติกไทยฯที่มีกำลังการผลิต 7,000ตัน/เดือน มีแผนย้ายกำลังการผลิตประมาณ 5% รวมกับของใหม่อีก 5% ไปตั้งโรงงานที่เวียดนามด้วยในเร็วๆนี้ คาดว่าจะใช้เงินทุนประมาณ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐซึ่งจะเดินการผลิตได้ในช่วงปลายปี รวมถึงบริษัท ยูนิเวอร์แซล โพลีแบค จำกัด ผู้ผลิตถุงพลาสติกกำลังการผลิต 3,000 ตันต่อเดือนและมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่นั้นได้มีการย้ายฐานการผลิตไปที่เวียดนามแล้วในขณะนี้ จากที่ก่อนหน้านั้นกลุ่มบริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ก็ประกาศชัดถึงการออกไปขยายทุนในเวียดนามแล้ว โดยให้เหตุผลหลักว่าขาดแคลนแรงงาน

อย่างไรก็ตามล่าสุดสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)กระทรวงอุตสาหกรรมได้ร่วมมือกับกลุ่มพลาสติกส.อ.ท.และสมาคมอุตสาหกรรมพลาสติกแห่งประเทศไทยตั้งคณะกรรมการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกแห่งชาติเพื่อทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลและผลักดันให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเพื่อช่วยลดการนำเข้า เพราะในแต่ละปีจะมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์พลาสติกโดยเฉลี่ย 80,000 -90,000 ล้านบาทต่อปี แต่มีการส่งออกเพียง 60,000-70,000 ล้านบาท โดยการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายว่าจะลดการนำเข้าให้ได้ทั้งหมด ทั้งนี้คาดว่าจะได้เห็นผลในอีก 1-2 ปีนับจากนี้ไป

ด้านนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มทุนไทยและต่างชาติเริ่มหันไปมองการขยายทุนในเวียดนามมากขึ้นว่าไม่ใช่เรื่องที่น่าห่วง ถ้าดูในแง่นักลงทุนแล้วไม่มีประเทศไหนจะไปทุ่มทุนอยู่ในประเทศเดียว และต้องยอมรับว่าการลงทุนในไทยเริ่มมีข้อจำกัดในเรื่องแรงงานที่มีทักษะขาดแคลน รวมถึงค่าแรงสูงขึ้น นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมไทยถึงต้องมีแรงงานต่างด้าวเข้ามา ในขณะที่เวียดนามมีค่าแรงถูก และ มีแรงงานรองรับอีกจำนวนมาก และรัฐบาลเวียดนามก็เปิดกว้างในเรื่องการลงทุนมากขึ้น ถึงแม้จะเป็นประเทศสังคมนิยม แต่นักลงทุนจากทั่วโลกก็ต้องออกไปแสวงหาแหล่งลงทุนที่มีค่าแรงถูก

"ผมจะแปลกใจด้วยซ้ำไป ถ้าทุนญี่ปุ่นอยู่แต่ในเมืองไทยตลอด ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วในเรื่องการลงทุนระหว่างประเทศ แต่ว่าทุนญี่ปุ่นที่อยู่ในไทยจะยังให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรม ยานยนต์และชิ้นส่วน และปิโตรเคมีเป็นหลัก ส่วนอุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานมากๆ อย่างผลิตภัณฑ์พลาสติก สิ่งทอก็ต้องออกไปลงทุนในที่ที่มีค่าแรงต่ำกว่า "

 

แหล่งข่าว : ฐานเศรษฐกิจ




ลงวันที่ 20/04/2007 00:31:48
จำนวนผู้ชม 1525 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์