สหภาพ กฟผ.ชี้ กฟผ.ต้องได้สิทธิ์ผลิตไฟฟ้าครึ่งหนึ่งในอนาคต

สหภาพ กฟผ.ชี้ กฟผ.ต้องได้สิทธิ์ผลิตไฟฟ้าครึ่งหนึ่งในอนาคต | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ



สหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) ชี้ กฟผ.ควรได้สิทธิ์ผลิตไฟฟ้าครึ่งหนึ่งของความต้องการใหม่ในอนาคต แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ระบุควรต้องทบทวน เนื่องจากต้องดูถึงภาวะการเงินของ กฟผ. ขณะเดียวกันเห็นว่าควรจะส่งเสริมการแข่งขันของภาคเอกชนเพื่อให้ค่าไฟฟ้าถูกที่สุด โดยเอ็กโก้ และราชบุรี น่าจะมีสิทธิ์เข้าประมูลไอพีพีด้วย

นายศิริชัย ไม้งาม ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) กล่าวถึงนโยบายของนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่มีแผนอาจจะเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าใหม่ในอนาคต จากเดิมที่กำหนดไว้ว่า กฟผ.จะได้สิทธิ์ผลิตไฟฟ้าถึงร้อยละ 50 ของกำลังการผลิตใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่า เรื่องนี้ สร.กฟผ.ยังไม่ต้องการเคลื่อนไหวอะไร เพราะต้องรอดูว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จะประกาศเปลี่ยนแปลงนโยบายจริงหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นข่าวที่เกิดจากการให้สัมภาษณ์ทางสื่อต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของนายไกรสีห์ กรรณสูต ผู้ว่าการ กฟผ. และผู้บริหารทั้งหมด จะต้องเข้าชี้แจงต่อนายปิยสวัสดิ์ให้เข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นที่ กฟผ.ควรได้สัดส่วนการผลิตไฟฟ้าดังกล่าว เพื่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ เพราะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจต้องผลิตไฟฟ้าไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใด ๆ ขณะที่ภาคเอกชนอาจจะเลือกผลิตหรือไม่ผลิตกระแสไฟฟ้า โดยดูเหตุผลเรื่องต้นทุนและกำไรเป็นหลัก ซึ่งคาดว่านายปิยสวัสดิ์คงจะเข้าใจเรื่องนี้

ด้านนายปิยสวัสดิ์ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. เนื่องจากข้อกำหนดเดิมเกิดจากรัฐบาลชุดที่ผ่านมามีแผนกระจายหุ้น กฟผ.และต้องการให้ กฟผ.มีกำลังการผลิต มีการลงทุนในอนาคตเพื่อดึงดูดความน่าสนใจในหุ้น กฟผ. แต่เมื่อ กฟผ.ไม่ได้กระจายหุ้น ประกอบกับการลงทุนผลิตไฟฟ้าต้องใช้เม็ดเงินลงทุนอีกมาก จึงจำเป็นต้องดูภาพรวมเรื่องฐานะการลงทุน ภาวะการเงินของ กฟผ. และสภาพการแข่งขันว่า กฟผ.ยังจำเป็นต้องผลิตไฟฟ้าในอัตราสูงถึงครึ่งหนึ่งของความต้องการใหม่หรือไม่ โดยหากไม่มีการลงทุนใหม่ กฟผ.ก็นับว่ามีกำลังการผลิตที่สูงอยู่แล้ว เพราะการลงทุนใหม่ในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า กฟผ.เป็นผู้สร้างโรงไฟฟ้าเพียงรายเดียวที่มีการผลิตโรงไฟฟ้าใหม่ถึง 4 โรง โรงละ 700 เมกะวัตต์ และยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานแบบสูบกลับที่โรงไฟฟ้าลำตะคองอีกด้วย ซึ่งการประมูลการผลิตไฟฟ้าจากภาคเอกชนรายใหญ่ หรือไอพีพี รอบใหม่ จะผลักดันให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด โดยต้องตัดสินใจให้เร็ว ทั้งเรื่องให้ กฟผ.มีกำลังการผลิตร้อยละ 50 ของความต้องการใช้ไฟฟ้าใหม่หรือไม่ รวมถึงแผนพัฒนากำลังไฟฟ้า (พีดีพี) ระยะยาวและการตัดสินใจเรื่องบริษัทในเครือ กฟผ. ว่าจะสามารถเข้ามาแข่งขันในโครงการไอพีพีได้หรือไม่ ซึ่งในส่วนตัวแล้วเห็นว่าน่าจะเข้ามาแข่งขันได้ ทั้งในส่วนบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก้ และบริษัท ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) เนื่องจากทั้ง 2 รายล้วนมีความพร้อมและสิ่งสำคัญ หากเข้ามาประมูลแข่งขันได้ ก็จะทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และจะส่งผลทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประชาชนได้รับมีราคาถูกที่สุด

 

แหล่งข่าว : ผู้จัดการ




ลงวันที่ 19/10/2006 10:52:33
จำนวนผู้ชม 1673 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์