นางสุนี ไชยรส กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เปิดเผยว่า กสม.ได้ทำหนังสือเสนอให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ยกเลิกการให้สิทธิสถานประกอบการจำนวนหนึ่งที่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมไม่เต็มจำนวนเพราะมีระบบสวัสดิการให้ลูกจ้างดีกว่าที่ สปส.ให้ ทั้งนี้ ลูกจ้างจำนวนหนึ่งที่เดือดร้อน เนื่องจากไม่สามารถเข้ารับบริการจากประกันสังคมได้ เช่น รักษาพยาบาล โดยเฉพาะกรณีที่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาเร่งด่วน ฉุกเฉิน ซึ่งเรื่องนี้ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ประกันสังคมชี้แจงว่าเป็นความจริง โดยมาตรา 55 พ.ร.บ.ประกันสังคม พศ.2533 กำหนดให้นายจ้างที่จัดสวัสดิการสูงกว่าประโยชน์ทดแทนตาม พ.ร.บ.นี้ จะได้ลดส่วนอัตราสมทบตามหลักเกณฑ์วิธีการที่คณะกรรมการประกันสังคมกำหนด
"เจตนารมณ์กฎหมายประกันสังคมต้องการให้ลูกจ้างทุกคนได้รับการคุ้มครองทันทีเมื่อเจ็บป่วย โดยไม่มีข้อยกเว้น เรื่องนี้บอร์ดประกันสังคมยกเลิกได้ทันที" นางสุนี กล่าว และว่า แม้สถานประกอบการบางส่วนจะมีสวัสดิการที่ดี แต่มักจะมีการกำหนดเงื่อนไข ที่ทำให้ลูกจ้างไม่ได้รับสิทธิ ลูกจ้างหลายรายจึงเดือดร้อนที่ต้องกู้หนี้ เพื่อนำมาเป็นค่ารักษาตัว บ้างเป็นหนี้หลายแสนบาทซึ่งถือเป็นภาระของลูกจ้างและครอบครัวอย่างยิ่ง
ข้อมูลสำนักงานประกันสังคม ในเดือนมิถุนายน 2549 ระบุว่า ปัจจุบันมีสถานประกอบการที่ได้รับการลดส่วนอัตราเงินสมทบประกันสังคม กรณีรักษาพยาบาล ในอัตรา 0.83% โดยกองทุนประกันสังคมจะจัดเก็บเงินสมทบกับนายจ้าง ลูกจ้างกรณีรักษาพยาบาล 1.5% ของค่าจ้าง สถานประกอบการจะได้ส่วนลด 0.83% โดยขณะนี้มี 167 แห่ง ลูกจ้างกว่า 1.7 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานประกอบการขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง ในประเภทกิจการต่างๆ เช่น ธนาคาร โรงแรม อุตสาหกรรมยา
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์เครือมติชน