ตามที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปลี่ยนแปลงระบบการให้สิทธิประโยชน์ด้านทันตกรรม (ทำฟัน) จากที่เคยเหมาจ่ายให้ผู้ประกันตนปีละ 400 บาท เป็นการเหมาจ่ายให้กับสถานพยาบาลคู่สัญญาในอัตราหัวละ 65 บาทนั้น เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางว่ามีปัญหาอุปสรรค ทำให้ผู้ประกันตนเบื่อหน่ายและร้องเรียน สปส.จำนวนมาก
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม แหล่งข่าวจาก สปส.เปิดเผยว่า ล่าสุด สปส.เขตพื้นที่ได้รายงานปัญหาให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคมทราบ โดยปัญหาที่พบมาก คือ 1.สถานพยาบาลตามบัตรหลีกเลี่ยงการออกใบนัดให้ผู้ประกันตน เนื่องจากกรณีที่คิวยาวเกิน 2 สัปดาห์ สปส.แก้ปัญหาด้วยการให้ผู้ประกันตนสามารถทำฟันที่อื่นได้ แต่ต้องมีใบนัดของสถานพยาบาลแนบไปด้วย แต่สถานพยาบาลมักไม่ออกใบนัดให้ เพราะกลัวถูกหักเงินที่ สปส.เหมาจ่ายให้ 2.ใบนัดของสถานพยาบาลมีข้อมูลไม่ครบถ้วน เช่น ไม่ระบุวันนัด ไม่ระบุวันที่ออกใบนัด 3.ผู้ประกันตนขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการรับบริการ 4.การรับบริการไม่เป็นไปตามคำโฆษณาและไม่ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ 5.สถานพยาบาลระบุการรับบริการ 1 รายการในบัตรนัด แต่ผู้ประกันตนไปรับบริการ 2 รายการ หรือมากกว่า
6.ผู้ประกันตนไม่ประสงค์จะใช้แบบเหมาจ่ายสถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ แต่ต้องการใช้ระบบเดิม เพราะไม่ต้องรอคิว 7.การวินิจฉัยและอนุมัติสั่งจ่ายยุ่งยาก เสียเวลา เนื่องจากต้องใช้รหัสผ่านเข้าสู่ฐานข้อมูลของข้าราชการระดับ 6 ขึ้นไป 8.ผู้ประกันตนไม่เข้าเงื่อนไขของการเบิก และไม่ชอบการใช้สิทธิแบบใหม่เนื่องจากสถานพยาบาลไม่พร้อมให้บริการ 9.ผู้ประกันตนขาดความเชื่อมั่นว่าสถานพยาบาลตามบัตรจะให้บริการได้มาตรฐาน เนื่องจากการเหมาจ่ายแบบใหม่อาจทำให้สถานพยาบาลพยายามลดต้นทุนการให้บริการ
10.สถานพยาบาลบางแห่งไม่ออกบัตรนัด แต่ให้ผู้ประกันตนไปจองคิวตอนเช้า เมื่อครบจำนวนที่กำหนดจะปิดรับคิวทันที 11.สถานพยาบาลในเครือข่ายบางแห่งไม่ให้บริการทำฟันแก่ผู้ประกันตน 12.กรณีใส่ฟันปลอม สถานพยาบาลบางแห่งเลือกวิธีถอนฟันของผู้ประกันตนทุกซี่ เพื่อให้ผู้ประกันตนใส่ฟันปลอมทั้งปากตามโครงการฟันเทียมของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 13.ผู้ประกันตนตำหนิเจ้าหน้าที่ประกันสังคมในกรณีที่เบิกค่าทำฟันไม่ได้ ทำให้เจ้าหน้าที่เกิดความเครียดและมีปากเสียงกับผู้ประกันตน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการให้บริการด้านอื่นๆ ทั้งนี้ สปส.ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนทำการสำรวจความพึงพอใจของผู้ประกันตน เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจว่าจะกลับไปใช้ระบบเดิมหรือไม่ คาดว่าจะทราบผลภายในเดือนกันยายนนี้
นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า ล่าสุดคณะกรรมการการแพทย์ สปส.เสนอให้ยกเลิกระบบเหมาจ่ายค่าคลอดบุตรและทำฟันให้กับสถานพยาบาล โดยเปลี่ยนไปใช้ระบบเหมาจ่ายให้กับผู้ประกันตน แต่เพิ่มสิทธิประโยชน์โดยเพิ่มค่าคลอดบุตรจาก 6,000 บาท เป็น 12,000 บาท และเพิ่มค่าทำฟันจากปีละ 400 บาท เป็น 600 บาท แต่ยังไม่ผ่านการพิจารณาของบอร์ด เพราะสอบถามความคิดเห็นจากนายจ้างและลูกจ้างด้วย วันที่ 3 กันยายนนี้ สปส.จะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องประมาณ 400 คน หารือและทำประชาพิจารณ์ เพื่อให้ได้ข้อสรุปต่อไป
แหล่งข่าว : เครือมติชน