สหภาพฯ อสมท แถลงการณ์ต้านมติ ครม. เปลี่ยนสัดส่วนถือหุ้นของคลัง

สหภาพฯ อสมท แถลงการณ์ต้านมติ ครม. เปลี่ยนสัดส่วนถือหุ้นของคลัง | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    สภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ปลุกกระแสพนักงานให้ร่วมต่อต้านมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้กระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นใน อสมท ลดลงจากไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 โดยออกแถลงการณ์เรียกร้องพนักงาน อสมท ร่วมค้านมติดังกล่าว ขณะที่เตรียมเดินทางเข้าพบ “ไชยยศ สะสมทรัพย์” วันที่ 15 สิงหาคมนี้ เพื่อขอความชัดเจนเรื่องการถือหุ้น อสมท ของกระทรวงการคลัง
       
       สหภาพ อสมท ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้พนักงาน อสมท ได้ร่วมกันต่อต้านมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับการถือหุ้นของกระทรวงการคลังใน อสมท โดยขายหุ้นของ อสมท ให้ธนาคารออมสินในสัดส่วนร้อยละ 11 เพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนของธนาคารทหารไทย ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของกระทรวงการคลังใน อสมท ลดลงจากร้อยละ 77.28 เหลือร้อยละ 65.64 จึงแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีเปลี่ยนจากให้กระทรวงการคลังมีสัดส่วนการถือหุ้นใน อสมท จากไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 เป็นภาครัฐถือหุ้นใน อสมท ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ซึ่งเนื้อหาสาระในแถลงการณ์ระบุว่าสหภาพ อสมท พิจารณาเห็นว่ามติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำของกระทรวงการคลังและรัฐบาลที่ไม่รักษาสัตย์ เพราะเคยมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อคราวแปลงสภาพ อสมท. ให้ “กระทรวงการคลัง” ถือหุ้น อสมท ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 แล้วมามีมติกลับคำตัวเองให้ “ภาครัฐ” ถือครองหุ้นใน อสมท ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70
       
       สหภาพ อสมท ระบุว่าการแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวทำให้ความน่าเชื่อถือของมติคณะรัฐมนตรีลดต่ำลงในสายตาประชาชน และสร้างความไม่แน่นอนต่อสถานภาพของรัฐวิสาหกิจที่สามารถแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีได้อย่างง่ายดายโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอ ไม่มีหลักประกันว่าคณะรัฐมนตรีจะรักษาความเป็นรัฐวิสาหกิจของชาติไว้ถาวรยืนนานเพียงใด เป็นการไม่รักษากติกาที่รัฐบาลพร่ำบอกกับประชาชนว่าเป็นผู้เคารพกติกา แต่กลับไม่เดินตามกติกาโดยเป็นผู้เปลี่ยนกติกาเองตามอำเภอใจ นอกจากนั้น ยังถือว่ารัฐบาลได้โยกย้ายทรัพย์สินของแผ่นดินที่ไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ไปโอบอุ้มภาคเอกชนซึ่งขาดทุนสะสมมองไม่เห็นอนาคตที่ชัดเจนและมีความเสี่ยงนานัปการ แม้เพียงจะจำหน่ายหุ้นออกไปประมาณร้อยละ 11 หรือคิดเป็น 70 ล้านหุ้น ก็ทำให้ประโยชน์จากเงินปันผลจำนวนหุ้นละประมาณ 1.30 บาท คิดเป็น 91 ล้านบาทต่อปี หายไปจากกระทรวงการคลังทันที ซึ่งเฉพาะปี 2548 กระทรวงการคลังได้รับเงินปันผลจากหุ้น อสมท ที่ถืออยู่ร้อยละ 77.28 จำนวน 531 ล้านหุ้น เป็นเงิน 690 ล้านบาท ถือเป็นเงินเข้ากระทรวงการคลังและนำไปเป็นงบประมาณแผ่นดินพัฒนาประเทศต่อไป จึงนับได้ว่ามติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวไม่รักษาผลประโยชน์โดยตรงของประเทศ
       
       สหภาพ อสมท ยังได้เรียกร้องพนักงาน อสมท ทุกคน ร่วมกันปกป้องสมบัติของแผ่นดินในความครอบครองของกระทรวงการคลังไม่ให้ตกไปอยู่ในสถานะที่สุ่มเสี่ยงต่อปัญหาที่อาจยุ่งยากต่อการแก้ไข หรืออาจไม่สามารถแก้ไขได้ในอนาคต และมีมติให้ทำหนังสือคัดค้านมติคณะรัฐมนตรีไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการ อสมท และกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท ต่อไป
       
       ขณะเดียวกันมีรายงานสหภาพ อสมท และพนักงาน อสมท บางส่วน มีกำหนดเข้าพบเพื่อขอทราบเงื่อนไขการจำหน่ายหุ้น อสมท และยื่นหนังสือคัดค้านต่อนายไชยยศ สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในวันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2549 เวลา 15.00 น.

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ



ลงวันที่ 11/08/2006 02:39:11
จำนวนผู้ชม 1472 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์