ตัวแทนสหภาพแรงงานบริษัทในเครือบริษัท อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย จำกัด (มหาชน) หรือทีพีไอ เข้ายื่นหนังสือเร่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าตั้งคณะกรรมการทีพีไอชุดใหม่ หวั่นตั้งไม่ได้จะขัดแย้งกับบริษัทแม่จนทำให้ต้องหยุดผลิตและปิดกิจการ พร้อมยืนยันมาเรียกร้อง เพราะกลัวพนักงาน 1,300 คน ตกงานไม่ได้มีใบสั่งจากใคร วันนี้ (8 ส.ค.) ประธานสหภาพแรงงานและผู้บริหารในเครือทีพีไอเดินทางมาเพื่อทวงถามการจดทะเบียนคณะกรรมการชุดใหม่ของบริษัทในเครือทีพีไอทั้ง 6 แห่ง ว่า คืบหน้าแค่ไหน โดยได้ยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผ่านนายสำรวย แดงด้วง ผู้อำนวยการส่วนจดทะเบียนธุรกิจกลาง สำนักทะเบียนธุรกิจ นายพยม บุญยัง ประธานสหภาพแรงงานบริษัทในเครือทีพีไอ กล่าวว่า สหภาพแรงงานบริษัทในเครือทีพีไอ ทั้งหมดรวม 1,300 คน สนับสนุนคณะกรรมการบริหารชุดที่ยื่นขอจดทะเบียนให้เข้ามาบริหารบริษัทในเครือทีพีไอทั้งหมด จึงอยากให้การจดทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากหากบริษัทในเครือมีความขัดแย้งกับทีพีไอ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ก็จะทำให้วัตถุดิบต่าง ๆ ที่ได้รับป้อนจากทีพีไอจะถูกตัดภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ และทำให้เดือนกันยายนบริษัทในเครือต้องหยุดผลิตและปิดกิจการ ซึ่งจะส่งผลให้พนักงาน 1,300 คนต้องตกงานและส่งผลกระทบในวงกว้างทางสังคมและเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันว่า การเดินทางมาจากจังหวัดระยองของตัวแทนสหภาพฯ ครั้งนี้ไม่ได้รับคำสั่งหรือคำร้องขอจากผู้บริหารทีพีไอแต่อย่างใด แต่เดินทางมาเพราะเป็นห่วงอนาคตการมีงานทำของตัวพนักงานเอง นายพยม กล่าวว่า ทีพีไอซึ่งถือหุ้นในบริษัทลูกร้อยละ 99.99 มีความชอบธรรมที่จะเข้ามาบริหารกิจการ แต่การยังไม่ได้จดทะเบียนและมีความขัดแย้งเกิดขึ้น ย่อมส่งผลต่อพนักงาน 1,300 คน ใน 3 บริษัท คือ บริษัท เอบีเอส จำกัด บริษัท ทีพีไอโพลีออล จำกัด และบริษัททีพีไอ ออยล์ จำกัด ซึ่งทั้ง 3 บริษัทมีความสามารถในการผลิตมูลค่าสูงกว่า 12,000 ล้านบาทต่อปี และยังสามารถสร้างผลกำไรปีละไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท อีกทั้งยังเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกของประเทศด้วย ซึ่งทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าระบุว่า การจดทะเบียนคณะกรรมการบริษัทอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว และจะติดตามและแจ้งให้พนักงานทีพีไอตามลำดับ
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
|