หนุนสปส.เป็นองค์กรมหาชน

หนุนสปส.เป็นองค์กรมหาชน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : , ข้อมูลเกี่ยวกับ

    

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายนิพนธ์ พัวพงศกร คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวถึงการบริหารงานในกองทุนประกันสังคมซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าขาดความโปร่งใสและใช้เงินผิดวัตถุประสงค์จนกระทั่งองค์กรแรงงานนำเรื่องไปฟ้องร้องต่อศาลปกครองว่า โชคดีที่ก่อนหน้านี้ได้ผู้บริหารที่ดีและลงทุนแบบอนุรักษ์นิยม คือ คำนึงถึงเรื่องความมั่นคงของกองทุนเป็นหลัก ทำให้เงินกองทุนพอกพูนมากถึง 3.6 แสนล้านบาท ทำให้นักการเมืองต่างให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

"สิ่งที่เห็นตอนนี้คือ เริ่มมีการเอาเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์มากขึ้น เช่น การทำประกันว่างงานโดยสมัครใจ ซึ่งไม่ได้คิดถึงความมั่นคงในอนาคตของกองทุน แทนที่จะวิเคราะห์กันให้ดี แม้ว่าลูกจ้างจะได้ประโยชน์บ้างในระยะสั้น แต่ระยะยาวอาจมีปัญหา ผมว่าเป็นการกระเดียดไปทางหาเสียงของนักการเมืองมากกว่า" นายนิพนธ์กล่าว และว่า การเปลี่ยนแปลงระบบรักษาพยาบาลกรณีคลอดบุตร และทำฟันก็เป็นการตอบแทนสถานพยาบาลเอกชนมากกว่า การนำเงินไปลงทุนในสถาบันการเงินบางแห่งที่ขาดทุน แต่อ้างว่าเป็นการลงทุน ฟังอย่างไรก็ฟังไม่ขึ้น แนวทางแก้ไขคือต้องตัดข้าราชการประจำและนักการเมืองออกไป โดยแยกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เป็นองค์กรมหาชน หรือองค์กรอิสระ ไม่ต้องใช้เงินสมทบจากรัฐบาลแล้ว

รศ.ดร.ณรงค์ เพชรประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สปส.ต้องเป็นองค์กรอิสระ ไม่ขึ้นอยู่กับระบบราชการหรือการเมือง และประธานบอร์ดและกรรมการต้องมาจากการเลือกตั้ง โดยเลือกนักบริหารมืออาชีพเข้ามาทำงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของเงิน คือ ผู้ประกันตนและเงินกองทุนควรใช้เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนเท่านั้น

ด้านนายสมพงษ์ นครศรี ประธานกิตติมศักดิ์และสมาชิกสภาองค์กรนายจ้างผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมไทย ในฐานะคณะกรรมการค่าจ้างกลาง ฝ่ายนายจ้าง กล่าวว่า ขณะนี้นายจ้างเองก็ประสบปัญหามากอยู่แล้ว ทั้งน้ำมันแพง ดอกเบี้ยขึ้น ต้องลดกำลังการผลิต ลดวัตถุดิบ กำลังซื้อก็ลดลง ถ้ารัฐบาลปรับค่าจ้างขึ้นอีกก็จะเพิ่มภาระขึ้นอีกมาก นายจ้างตายแน่ๆ

"คนที่พูดว่าจะขึ้นให้ อยากถามว่ารู้ระบบโครงสร้างค่าจ้างบ้างหรือเปล่า จะทำเพื่อประชานิยมอย่างเดียว มันไม่เข้าเรื่อง ทั้งๆ ที่ปรับขึ้นไปแล้วเมื่อต้นปี 1-6 บาท ปีที่แล้วก็ขึ้น 2 ครั้ง 9 บาท ถือว่าขึ้นให้สูงกว่าเงินเฟ้อและครอบคลุมทุกอย่างแล้ว ตอนนี้บอกเลยว่านายจ้างจะบ้าตายอยู่แล้ว นักลงทุนต่างชาติหลายคน เช่น ไต้หวัน ญี่ปุ่น ก็จะหนีไปลงทุนที่อื่นหมดแล้ว ต่างบ่นกันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยเจอระบบค่าจ้างที่รัฐบาลเข้ามายุ่งถึงขนาดนี้ เป็นระบบการเมืองชัดๆ เพราะว่าขึ้นไปรัฐบาลเองไม่ใช่เป็นคนเสียหาย หาเสียงอย่างเดียวมันไมได้" นายสมพงษ์กล่าว

 

 

แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ




ลงวันที่ 08/06/2006 11:28:28
จำนวนผู้ชม 1655 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์