นายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า "ผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยที่ไม่เนื่องจากการทำงาน
ก็ต่อเมื่อได้มีการจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนการรับบริการทางการแพทย์"
กรณีผู้ประกันตนป่วยด้วยโรคมะเร็ง โรคเส้นเลือดสมองผิดปกติเป็นเหตุให้อัมพาต โรคไตวายเรื้อรัง และโรคที่รักษาเกิน 180 วันติดต่อกันและในขณะเจ็บป่วยไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ แล้วเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ จะได้รับผลประโยชน์คือ ค่าตรวจวินิจฉัยโรค ค่าบำบัดทางการแพทย์ ค่ากินอยู่และรักษาพยาบาล ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่ารถพยาบาลและค่าพาหนะรับส่งผู้ป่วย และค่าบริการอื่นที่จำเป็น ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมได้เหมาจ่ายให้กับโรงพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิฯ โดยตรง นอกจากนี้ลูกจ้างผู้ประกันตนที่ต้องหยุดงานตามคำสั่งของแพทย์มีสิทธิได้รับเงินทดแทน 180 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน
เลขาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า "กรณีผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับค่าจ้างจากนายจ้างในระหว่างหยุดงานเพื่อรักษาตัวตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน หรือมีสิทธิตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน สัญญาจ้างแรงงาน หรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างแล้วแต่กรณี ผู้ประกันตนจะไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จนกว่าสิทธิได้รับเงินค่าจ้างเหล่านั้นได้สิ้นสุดลง จึงจะมีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้จากกองทุนประกันสังคมเท่าระยะเวลาที่คงเหลือ และขอให้นายจ้างวางใจว่าสำนักงานประกันสังคมจะไม่ทอดทิ้งลูกจ้างผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยอย่างแน่นอน ขอเพียงให้นายจ้าง ลูกจ้างผู้ประกันตนปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายประกันสังคมเท่านั้น" สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506.
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ไทยโพส