ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (สร.กฟผ.) กว่า 30 คน นำโดยนายศิริชัย ไม้งาม ประธานสร.กฟผ. ได้เดินทางมายังกระทรวงการคลัง เพื่อยื่นหนังสือถึงนายทนง พิทยะ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายไชยยศ สะสมทรัพย์ รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โดยเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบ ต่อกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนโดยมีเนื้อหาว่า จะยังคงเดินหน้าแปรรูปการไฟฟ้าฝ่ายฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่อไปอีก ภายหลังศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูป กฟผ. 2 ฉบับ ไปแล้ว พร้อมกันนี้ กลุ่ม สร.กฟผ. ยังได้นำพวงหรีดที่มีข้อความเขียนว่า "หยุดอัปยศ-หยุดขาย กฟผ. ทนง-ไชยยศ" มาแขวนไว้ที่บริเวณป้ายหน้ากระทรวงการคลังด้วย
นายศิริชัย กล่าวว่า คำตัดสินของศาลปกครองสูงสุดต่อกรณีการแปรรูป กฟผ.นั้น ถือว่าเป็นที่สิ้นสุดกระบวนการแล้วได้มีการประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาไม่สามารถอุทธรณ์ต่อไปได้อีก เพราะศาลปกครองไม่ใช่องค์กรอิสระ และไม่เหมือนศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลอื่น ๆ เนื่องจากมีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ในการจัดตั้งชัดเจน ซึ่งเห็นว่า ณ วันนี้ รัฐบาลจะต้องเคารพคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด แต่การที่รักษาการนายกรัฐมนตรีและรักษาการรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การที่ กฟผ. ไม่สามารถเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ได้นั้น เป็นเพียงความผิดพลาดทางเทคนิคเท่านั้น โดยเป็นการตีความคำพิพากษาศาลปกครองในลักษณะดังกล่าวเพื่อที่จะพยายามแปรรูปกฟผ.ให้ได้
“สร.กฟผ. ขอส่งหนังสือมาเพื่อยืนยันให้ รมว.คลัง แสดงความรับผิดชอบทางการเมือง เพื่อขอให้เคารพในคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดถือเป็นที่สิ้นสุดต่อกรณีการแปรรูป กฟผ. ไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ และขอประณามการให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรี ที่ยังจะให้มีการเดินหน้าการแปรรูป กฟผ. ซึ่งจะถูกต่อต้านจาก สร.กฟผ. และประชาชนที่เห็นว่ากิจการไฟฟ้าเป็นกิจการสาธารณูปโภค ต้องเป็นสมบัติของชาติตลอดไป ทั้งนี้ ขอให้ระมัดระวังคำพูด การแสดงความคิดเห็น เพราะศาลปกครองไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลอื่นๆ” นายศิริชัย กล่าว
ส่วนการดำเนินงานขั้นต่อไปสร.กฟผ.จะต่อสู้คัดค้านการแปรรูปจนถึงที่สุดซึ่งในขณะนี้อยู่ระหว่างการปรึกษากับทนายความว่า จะสามารถดำเนินการทางกฎหมายต่อรักษาการรัฐมนตรีทั้ง 2 ในข้อหาที่ละเมิดคำสั่งศาลปกครองสูงสุดได้หรือไม่ การออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนของรักษาการรัฐมนตรีทั้งสองถือเป็นการสร้างความสับสนและความแตกแยกให้กับสังคม ทั้งๆ ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาและประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาแล้วแต่ก็ดันทุรังจะแปรรูปให้ได้
ขณะที่การคืนเงินภาษีจากส่วนต่างราคาหุ้นของพนักงานกฟผ.นั้น ทางกระทรวงการคลังและกรมสรรพากรก็อ้างว่าเก็บไปแล้วไม่สามารถคืนได้ แต่ทางสร.กฟผ.จะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนนี้ รวมทั้งดอกเบี้ยจากการกู้เงินซื้อหุ้นจากสหกรณ์ออมทรัพย์ของพนักงานกฟผ.บางส่วน ถือเป็นเรื่องภายในที่ทางสร.กฟผ.และกฟผ.จะตกลงกันเอง
ต่อมาในเวลาประมาณ 16.00 น. นางศิริพร พงศ์เจริญเกียรติ นักวิชาการคลัง 8ว. สำนักคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) เป็นกระทรวงการคลัง ออกมารับหนังสือจากสร.กฟผ.โดยยืนยันว่าจะนำเรื่องดังกล่าวไปเสนอแก่นายทนงและนายไชยยศพิจารณาดำเนินการต่อไป
โดยก่อนหน้านี้เมื่อเวลาประมาณ 14.00 น. สร.กฟผ. ได้เดินทางไปยังกระทรวงพลังงานเพื่อยื่นหนังสือต่อนายวิเศษ จูภิบาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อให้แสดงความรับผิดชอบทางการเมืองตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดกรณีการแปรรูปกฟผ.และขอให้ยุติแนวคิดการขายกฟผ.ต่อไป
แหล่งข่าว : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ